OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ข่าวทั่วไป
ข่าวทั่วไป

Current Articles | Archives | Search

Thursday, May 20, 2010
สกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับอาจารย์สิริเพ็ญ ชัยรัตน์ สกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับอาจารย์สิริเพ็ญ ชัยรัตน์
By virasak @ 10:37 AM :: 3376 Views :: 1 Comments :: Article Rating
 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 11.00 น. ผมได้ไปเรียนพบท่านอาจารย์สิริเพ็ญ ชัยรัตน์ ที่บ้านของอาจารย์เพื่อแจ้งให้อาจารย์ทราบถึงการเลื่อนจัดงานสังสรรค์รุ่นของพวกเรา  ในโอกาสนี้จึงพาอาจารย์ออกไปรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารครัวไก่คู่ อยู่แถวรังสิต-นครนายก คลอง 13

 หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้วก็ขออนุญาตอาจารย์อัดเสียงของอาจารย์มาฝากพวกเราครับ  

ปัจจุบันอาจารย์พักอยู่ที่บ้านเลขที่ 29/38 หมู่บ้านเทพธารินทร์ ถนนรังสิต-นครนายก(คลอง 11-12) หมู่ 10 ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี  อาจารย์บอกว่าถ้าลูกศิษย์คนไหนจะไปหา ก็ขอให้โทรไปก่อนที่เบอร์ 0-2955-8555

สำหรับทางไปบ้านอาจารย์ ค่อนข้างไกลหน่อยนะครับ ผมขอเริ่มต้นที่ ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตครับ ขับรถไปตามถนนรังสิต-นครนายก ขับไปเรื่อยๆ จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 27 ให้มองทางขวามือ(คนละฝั่งคลอง) เมื่อพบวัดชื่อวัดสระบัว ก็ทำ U-Turn ข้ามสะพานไปทางวัด เมื่อข้ามสะพานแล้วให้เลี้ยวซ้าย ขับไปสักระยะหนึ่งประมาณ 500 ม. จะพบป้ายหมู่บ้านเทพธารินทร์ ให้บอกเจ้าหน้าที่รปภ.ว่าไปบ้านอาจารย์สิริเพ็ญ เมื่อเข้าไปในหมู่บ้านแล้ว ให้ขับตรงไปจนสุดถนน แล้วเลี้ยวซ้าย ขับไปเรื่อยๆ บ้านอาจารย์จะอยู่ทางซ้ายมือ เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว เนื้อที่ 50 ตรว.(จากปากทางเข้าหมู่บ้านถึงบ้านอาจารย์ระยะทางประมาณ 2.2 ก.ม.)

อาจารย์อยู่บ้านหลังนี้คนเดียวครับ อาจารย์บอกว่าชอบอากาศที่นี่มากเพราะเป็นทุ่งนาและมีเพื่อนบ้านดี คอยช่วยเหลือเกื้อกูลอาจารย์อยู่เสมอ เวลามีลูกศิษย์ไปหาอาจารย์จะดีใจและคุยไม่หยุดเลยครับ เรื่องที่อาจารย์มักเล่าอยู่เสมอเกียวกับวีรกรรมของเพื่อนรุ่นเรา เช่น

1.เมื่อครั้งที่อาจารย์ป่วยขาไม่ค่อยมีแรง  ลูกศิษย์ที่ซื้อรถจักรยานอย่างดีให้อาจารย์ออกกำลังกายตอนเช้าๆ ก็คือคุณหมอพนิตย์ จิวะนันทประวัติ อาจารย์บอกว่าหมอพนิตย์เป็นคนทำคลอดให้หลานของอาจารย์ถึง 2 คน สมัยก่อนหมอพนิตย์มักจะพาครอบครัวไปเยี่ยมอาจารย์ แต่ระยะหลังไม่ทราบว่าหายไปไหน ทราบว่าไม่สบายเส้นเลือดในสมองแตก ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง อาจารย์เป็นห่วงครับ

2. เมื่อครั้งที่อาจารย์ประสบอุบัติเหตุหกล้มหน้าฟาดพื้น ลูกศิษย์คนแรกที่อาจารย์นึกถึงคือหมอพนิตย์ครับ อาจารย์โทรหาหมอพนิตย์แต่หมอติดต้องผ่าตัดคนไข้ หมอพนิตย์เลยโทรหาหมอซื่อตรง หมอซื่อตรงทราบเรื่องเลยทิ้งงานทุกอย่างทันทีขับรถบึ่งมาหาอาจารย์ พาอาจารย์ ไปเอกซ์เรย์สมอง และตรวจรักษา เมื่อพามาส่งบ้าน ปรากฎว่าประตูบ้านปิดไม่ได้เพราะลูกปืนแตก  หมอซื่อตรงก็เลยต้องทำหน้าที่ช่าง ออกไปซื้อลูกปืน และเป็นคนเปลี่ยนลูกปืนล้อเลื่อนประตูคนเดียว กว่าจะเสร็จก็มืดค่ำพอดี หมอทำได้อย่างไรครับ เก่งมากครับ

3. เมื่ออาจารย์กระดูกสะโพกแตกหัก หลานอาจารย์เป็นคนพาอาจารย์ไปโรงพยาบาลพระมงกุฏ ซึ่งมีศิษย์เก่าสวนฯอยู่ที่นี่หลายคน เป็นรุ่นน้องของเรา หมอที่แผนกออโธปิดิกส์ไม่สามารถหาห้องธรรมดาได้ ก็เลยจัดห้องพิเศษที่เตรียมไว้สำหรับนายทหารยศนายพลให้อาจารย์ได้พักรักษาตัว ได้จัดทีมผ่าตัดซึ่งเป็นศิษย์เก่าสวนฯทั้งชุดทำการผ่าตัดใส่เหล็กอย่างดีให้อาจารย์ ในการนี้ผมได้แจ้งให้เพื่อนๆร่วมรุ่นทราบและพวกเราได้ระดมเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลอาจารย์ทุกอย่าง ซึ่งอาจารย์รู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของพวกเราเป็นอย่างมาก

4. เพื่อนรุ่นเราอีกคนหนึ่งที่อาจารย์มักพูดถึงคือ วิริยะ บุรณสิน บ้านของวิริยะอยู่แถวตลาดไท สมัยก่อนวิริยะมักจะไปเยี่ยมอาจารย์อยู่เสมอ ทุกครั้งที่เข้าไปก็จะนำเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าไปฝากอาจารย์อยุ่เนืองๆ ระยะหลังๆนี้วิริยะมาไม่ไหว เพราะเป็นโรคไต ต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ถึงตัวจะไม่ไปแต่วิริยะ ก็ไม่ละความพยายามได้ว่าจ้างแท็กซี่ให้นำเข้าของไปให้อาจารย์อยู่เสมอ วิริยะบอกว่าเพราะอาจารย์บ้านอยุ่ไกลไปไหนมาไหนไม่สะดวก จึงเป็นฝ่ายจัดหาเสบียงให้อาจารย์อยู่เสมอ ทำให้อาจารย์ซาบซึ้งในน้ำใจของลูกศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

5. อีกคนหนึ่งที่อาจารย์เล่าทีไรก็ขำและซาบซึ้งในความมีน้ำใจอย่างยิ่งคือ มานิต อติวานิชยพงศ์ คือ ก่อนที่อาจารย์จะย้ายมาอยู่หมู่บ้านนี้ อาจารย์เคยอาศัยอยู่กับน้องชายอยู่บ้านแถวคลองประปา ประชาชื่น หมู่บ้านซีเมนต์ไทย มีช่วงหนึ่งที่อาจารย์ป่วย ไอมากๆ มานิตทราบเรื่องก็อุตส่าห์ถ่อสังขารไปแถวเยาวราช ไปหาซื้อหล่อทั้งก้วยเพื่อนำไปให้อาจารย์ หิ้วพะรุงพะรังแล้วไปถามหาบ้านอาจารย์ทั้งที่ไม่รู้จักบ้าน ทำเอาอาจารย์ซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ ชุดเก้าอี้สนามที่บ้านอาจารย์มานิตก็เป็นคนจัดหาจากศรีไทยซุปเปอร์แวร์ไปให้ ทุกเทศกาลปีใหม่มานิตจะพาครอบครัวไปสวัสดีปีใหม่และพาอาจารย์ออกไปเลี้ยงข้าวครับ

6. สำหรับตัวผม ผมจะไปเยี่ยมอาจารย์อย่างต่ำปีละประมาณ 4-5 ครั้ง (ไปสวัสดีปีใหม่, พาอาจารย์ไปกินข้าวในวันคล้ายวันเกิดและให้อาจารย์ได้เลือกหาของขวัญวันเกิดด้วยตัวเอง, หาขนมไหว้พระจันทร์ไปฝากอาจารย์เพราะอาจารย์ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทุเรียนล้วน, เป็นต้น) อีกเรื่องหนึ่งที่อาจารย์มักจะคุยเขื่อง คือช่วงที่อาจารย์ไปอยู่ที่หมู่บ้านเทพธารินทร์นี้ใหม่ๆ ทางโครงการไม่สามารถหาโทรศัพท์ให้อาจารย์ใช้ได้ เพราะแถวนั้นไม่มีคู่สายครับ บังเอิญตอนนั้นผมทำงานอยู่ที่ เทเลคอมเอเซียฯ(ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็น ทรูคอร์ปอเรชั่น) ผมบอกลูกน้องให้ลองหาคู่สายโทรศัพท์ให้อาจารย์ด้วย พอลูกน้องทราบว่าเป็น VIP ของพี่วี ก็ไม่รู้ไปลากคู่สายมาจากไหนระยะทางหลายกิโลเมตร พร้อมแถมเบอร์โทรศัพท์สวยๆให้ด้วย อาจารย์สิริเพ็ญก็เลยโด่งดังเป็นที่ซูฮกของคนในหมู่บ้านนั้นทันที  นอกจากนั้นลูกศิษย์อาจารย์ที่เป็นนายตำรวจก็เอากล่องแดงไปติดที่รั้วหน้าบ้าน เพื่อให้ตำรวจสายตรวจเข้าไปตรวจตราอยู่เป็นประจำ  เส้นใหญ่จริงๆ

เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงตัวอย่างที่ลูกศิษย์สวนกุหลาบฯ ปฏิบัติต่ออาจารย์ที่เคารพรัก ซึ่งอาจารย์มักพูดถึงอยู่เสมอเวลาไปเยี่ยมท่าน ผมจึงนำมาเล่าให้เพื่อนๆฟัง เพื่อนคนใดที่คิดถึงอาจารย์และอย่ากไปเยี่ยมท่านบ้าง ก็โทรไปหาท่านก่อนที่เบอร์ 0-2955-8555 

 

Comments
comment By PuaAloha1 @ Tuesday, May 25, 2010 5:46 PM
วีระศักดิ์,
ขอบคุณมากที่ไปสัมภาษณ์อาจารย์สิริเพ็ญและอัดเสียงอาจารย์ให้ฟัง เสียงอาจารย์ยังหวานเหมือนตอนสอนพวกเรานะ พูดชัดถ้อยชัดคำถึงเรื่องต่างๆเกี่ยวกับลูกศิษย์สนุกสนานฟังไม่เบื่อ
ฟังๆไปเกิดเอะใจว่าทำไมถึงพูดซ้ำเรื่องเดิมถึงสามสี่รอบ
นึกว่าอาจจะเป็นอาการของคนแก่ก็ได้
พอจะกลับไปคลิกให้หยุดก็พบว่า คุณ เซดวงจรแบบเล่นไม่หยุด .จึงได้สำนึกว่าตัวผมต่างหากที่มีอาการแก่ไม่ใช่อาจารย์
อยากฝากวีระศักดิ์ถามอาจารย์ว่า อาจารย์มีเชื้อจีนหรือเปล่า ทำไมพูดภาษาจีนได้?
ประพันธ์

Only registered users may post comments.

สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80