OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
06

เพื่อนๆ
     เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2555 เพื่อนๆขอให้ช่วยจัดโปรแกรมเที่ยวตรัง กันตังและระนอง ระยะทางจากกรุงเทพฯตรังก็ประมาณ800กว่ากิโล ถ้าขับรถรวดเดียวน่าจะใช้เวลา 10 ชั่วโมง พรรคพวกบอกว่านั่งรถนานไปควรแวะพักระหว่างทางก่อน เราเลยแวะพักที่ชะอำก่อน 1 คืน วันรุ่งขึ้นก็ขับรถไปประมาณ 600 กิโลเมตรถึง โรงแรมธรรมรินทร์ธนาเอาตอนเย็น ถนนจากชะอำถึงตรังดีมาก จากชะอำ ไป ประจวบ ชุมพร สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช(ทุ่งสง)แล้วเข้าตรังผ่านทางห้วยยอด โรงแรมธรรมรินทร์ธนาที่เราพักคราวนี้ใหม่กว่าโรงแรมธรรมรินทร์ที่ผมไปพักครั้งที่แล้วแต่ห้องพักก็มีกลิ่นอับ(จากพรมเก่าๆ)พอๆกันแม้ห้องจะกว้างกว่าแต่ก็แพงกว่า  ถ้าจะมาพักที่โรงแรมธรรมรินทร์(เก่า)อาจจะสะดวกกว่าเพราะอยู่ใกล้ตลาดใกล้สถานีรถไฟและราคาถูกกว่าแต่มีที่จอดรถน้อยมากอาจมีปัญหาถ้าขับรถไป ในขณะที่โรงแรมธรรมรินทร์ธนา(ใหม่)มีที่จอดรถเหลือเฟือ ตอนเย็นเราก็เดินเล่นแถวรอบๆโรงแรม เห็นร้านข้าวต้มท่าทางจะอร่อยเพราะมีโต๊ะเก้าอี้เยอะ เลยแวะเข้าไปกินปรากฏว่าอร่อยและคนเยอะ ร้านข้าวต้มนี้ชื่อข้าวต้มศรีบุญเรืองอยู่เยื้องโรงแรมใกล้สามแยก
    วันรุ่งขึ้นก็ขับรถพาพรรคพวกไปถ้ำเลเขากอบเพื่อลงเรือพายเข้าไปเที่ยวถ้ำ ถ้ำเลเขากอบจะมีเอกลักษณ์ของตัวเองมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกและเข้าใจว่าจะมีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่ยอมให้นักท่องเที่ยวเข้าไปผจญภัยในลักษณะนี้ คนพายเรือบอกเราว่าถ้ำที่เราจะไปเที่ยวมีลักษณะเหมือนมังกร เขาจะพายเรือพาเราเข้าถ้ำทางท้ายของมังกร ลอดใต้ท้องมังกรที่เพดานถ้ำจะอยู่สูงจากเรือประมาณหนึ่งฟุตหรือต่ำกว่านั้นซึ่งมีอยู่3จุด เมื่อผ่านท้องมังกรจุดแรกไปได้ก็จะเป็นถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงาม หลังจากเที่ยวถ้ำแรกเสร็จก็จะลอดใต้ท้องมังกรจุดที่2เมื่อผ่านจุดนี้ได้ก็จะให้เราขึ้นไปเที่ยวถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงามอีกถ้ำหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะลอดใต้ท้องมังกรด่านสุดท้ายเพื่อออกมาทางปากมังกรออกนอกถ้ำไปได้ เรือลำหนึ่งจะมีคนพายเรือ2คน คนหนึ่งอยู่หัวเรืออีกคนอยู่ท้ายเรือพวกเรานั่งอยู่ตรงกลาง 2-3คนต่อเรือ 1ลำ รวมคนพายเรือก็เป็น 5 คน ถ้ามากกว่านี้เรืออาจจะแน่นเกินไปเพราะเวลาเรือเข้าถ้ำลอดท้องมังกรทุกคนจะต้องนอนราบกับที่นั่งในเรือ เพดานถ้ำจะเฉียดจมูกหรือพุงเรา ถ้าใครพุงใหญ่เพดานถ้ำจะติดพุง คนเรือที่อยู่ทางด้านหลังก็จะต้องพยายามหาช่องเพื่อให้เรือลอดผ่านไปให้ได้ โดยผู้โดยสารต้องแขม่วพุงสุดๆเพื่อให้ลอดเพดานถ้ำที่เป็นท้องมังกรไปให้ได้
    เราผ่านใต้ท้องมังกรจุดแรกได้ไม่มีปัญหามากนักเพราะเมื่อเรานอนราบกับตัวเรือเรามองเห็นเพดานถ้ำอยู่เหนือหน้าผากประมาณเกือบหนึ่งฟุต หลังจากผ่านใต้ท้องมังกรจุดแรกไปได้ เราก็ขึ้นไปเที่ยวถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม หลังจากนั้นก็ลงเรือพายไปลอดใต้ท้องมังกรจุดที่2 ปรากฏว่าใต้ท้องมังกรจุดนี้เพดานถ้ำต่ำกว่าท้องมังกรช่วงแรก เห็นเพดานถ้ำเฉียดจมูกไปเลย ตรงพุงเพดานถ้ำเฉียดเสื้อไปจนเป็นรอยเปื้อน ก็เรียกว่าผ่านไปได้อย่างหวุดหวิดหวาดเสียวแต่เราก็ลอดออกมาได้ เราก็เดินขึ้นไปเที่ยวถ้ำหินงอกหินย้อยจุดที่สอง แต่ทุกคนไม่เป็นอันเที่ยวต่างก็พูดว่าด่านสุดท้ายเขาว่าโหดที่สุดจะเป็นอย่างไร ขนาดสองด่านที่ผ่านมาเขาว่าไม่โหดกว่าเราจะลอดออกมาได้ก็ทุลักทุเลพอควร ผมเองถึงแม้ว่าเคยมาแล้วหนึ่งครั้งกลับรู้สึกว่าครั้งนี้โหดกว่าครั้งที่แล้ว สันนิษฐานเอาเองว่าอาจจะเป็นเพราะครั้งนี้ระดับน้ำสูงกว่าครั้งที่แล้วเลยทำให้เพดานถ้ำต่ำกว่าครั้งที่แล้ว หรือว่าคนเรือพาเราเข้าผิดช่อง คนเรือก็บอกว่ามาถูกช่องแล้วเพดานถ้ำก็เตี้ยแบบนี้เป็นปกติ จุด Climax ของการลอดถ้ำครั้งนี้อยู่ที่การลอดใต้ท้องมังกรท้องสุดท้ายนี้เพราะเพดานถ้ำเตี้ยมาก เราได้ยินเสียงกราบเรือทั้งสองข้างเสียดสีกับผนังถ้ำ ผมต้องช่วยคนเรือจับผนังเพดานถ้ำที่ย้อยลงมาดันเรือเพื่อให้เรือลอดออกมา แต่ผนังเพดานถ้ำเตี้ยมากติดเข่าเลยต้องร้องบอกคนเรือให้ถอย เห็นทางซ้ายมือเพดานถ้ำเว้าเป็นช่องขึ้นไปพอตะแคงตัวแถวเรียงหนึ่งลอดไปได้ แต่กราบเรือก็ยังติดผนังถ้ำ เรือผ่านไปได้แค่ครึ่งลำ คนเรือที่อยู่ด้านท้ายเลยขยับไม้ที่พาดสำหรับนั่งออกแล้วนอนราบกับท้องเรือเอาเท้าถีบเพดานถ้ำให้เรือต่ำลงมาสามารถลอดออกมาได้ ระหว่างที่เรือติดอยู่ใต้ท้องมังกรด่านสุดท้าย เราก็คิดว่าถ้าออกไม่ได้จะทำอย่างไร จะลงน้ำก็ไม่ได้เพราะกราบเรือทั้ง2 ข้างติดผนังถ้ำ ด้านบนของเรือที่เรานอนราบกัน5คน เพดานถ้ำก็เฉียดจมูกอยู่ ดีที่เพดานถ้ำด้านซ้ายมือมีช่องแคบๆเว้าสูงขึ้นไป ทำให้เราตะแคงตัวแถวเรียงหนึ่งลอดออกมาได้อย่างหวุดหวิด พอลอดออกมาได้ก็เป็นปากมังกร(ปากถ้ำ)สูงโล่ง ถ้าใครอยากรู้ว่าตายแล้วเกิดใหม่เป็นอย่างไรขอให้มาลองลอดถ้ำเลเขากอบที่ตรังนี้ดู เพื่อนๆที่ไปด้วยทุกคนบอกตื่นเต้นมาก ลอดออกมาได้แล้วเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เป็นประสบการณ์ที่หาจากที่อื่นและประเทศอื่นไม่ได้ ทุกคนบอกตื่นเต้นและสนุกมากแต่ขอครั้งนี้ครั้งเดียวพอ วันที่เราไปลอดถ้ำก็มีรถทัวร์คันใหญ่มาลอดถ้ำด้วย ทุกคนก็ตื่นเต้นวี้ดว้ายกันใหญ่ก่อนลอดใต้ท้องมังกร เห็นตอนลอดใต้ท้องมังกรออกมาทุกคนเงียบกันหมด นับเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมหายากเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ต้องจดจำไว้จริงๆ
ศาล

  
นั่งเรือไปตามคลองเพื่อเข้าถ้ำเลเขากอบ                                               ปากทางเข้าถ้ำเลเขากอบ เราต้องนอนราบกับเรือเพื่อเข้าถ้ำ

  
ลอดท้องมังกรด่านที่1 ก็เจอถ้ำสวยให้เราขึ้นไปเที่ยว                             ลอดผ่านท้องมังกรด่านที่2 ก็เจอถ้ำที่2 ให้ขึ้นไปเที่ยว


เรือที่พานักท่องเที่ยวลอดถ้ำเลเขากอบ

เพื่อนๆ    
    ออกจากถ้ำเลเขากอบ เราก็แวะไปที่หาดปากเม็งเพื่อติดต่อเรือเพื่อเดินทางไปถ้ำมรกต ค่าเหมาเรือหางยาวไปถ้ำมรกตที่ตรงท่าเรือปากเม็งเขาคิด 2,500 บาท โดยจะพาไปเข้าถ้ำมรกต ไปดำน้ำดูปะการังทื่เกาะเชือกและเกาะม้าแล้วกลับ ผมบอกว่า 3ปีที่แล้วผมจ่ายแค่ 1,800บาทเท่านั้น เขาก็บอกว่าราคาขึ้นนานแล้วไม่ยอมลดราคาให้ เราก็ลองไปเช็คราคาที่บริษัททัวร์แถวท่าเรือเขาคิด3,000บาท ลองไปเช็คราคาที่ resort ห่างออกมาหน่อยเขาคิด 3,500บาท เลยต้องย้อนกับไปที่เดิมตกลงราคาที่ 2,500 บาท แต่ขอให้เขาพาไปเกาะกระดานด้วย เขาก็บอกว่าโปรแกรมไม่รวมเที่ยวเกาะกระดาน ของเจ้าอื่นก็ไม่พาไปเกาะกระดานเหมือนกันหมดเพราะไกล ผมก็บอกว่าครั้งที่แล้วผมไปรวมเกาะกระดานด้วย เกาะกระดานเป็นเกาะที่สวยที่สุดในหมู่เกาะทะเลตรังไม่ไปไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ยอม ตกลงให้มาที่ท่าเรือพรุ่งนี้เช้า 09.00น ถ้าใครสนใจไปเที่ยวอย่าลืมต่อรองให้ไปเกาะกระดานด้วยเพราะเป็นเกาะที่สวยที่สุดของทะเลตรัง เขาจัดพิธีวิวาห์ใต้สมุทรที่นี่ทุกปีในวันวาเลนไทน์  ให้ติดต่อคุณ หน่อย 089-725-6147 ขอราคาพิเศษ 2,500บาทรวมเที่ยวเกาะกระดานด้วย จากนั้นเราก็ไปกินอาหารริมทะเลหาดปากเม็งที่ร้าน ยกยอ ร้านนี้คนแน่นที่สุดและอร่อยที่สุดในหาดปากเม็ง มาทุกครั้งก็ต้องแวะกินที่นี่ จากนั้นก็ขับรถไปอำเภอกันตังห่างไปประมาณ 30 กว่ากิโลเมตรเพื่อไปดูต้นยางพาราต้นแรกในประเทศไทย
ศาล

 
ยางพาราต้นแรกในประเทศไทย


                                                        
สถานีรถไฟกันตัง
 
ดูต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทยเสร็จแล้ว ก็ขับรถไปที่สถานีรถไฟกันตังซึ่งทางกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน สถานีรถไฟกันตังเปิดใช้อย่างเป็นทางการเมื่อประมาณ 100 ปีที่แล้ว วันที่ 1 เมษายน 2456 อดีตใช้เป็นที่รับส่งสินค้ากับต่างประเทศทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซียและอินโดนีเซีย ปัจจุบันสถานีนี้เป็นสถานีสุดทางของรถไฟสายใต้ฝั่งอันดามัน สถานีนี้คงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งสวยงามมาก ต่อจากนั้นก็ไปเที่ยวพิพิธภัณท์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ก่อนกลับที่พัก
ศาล


ข้างสถานีรถไฟมีร้านกาแฟน่ารักชื่อ Love Station กาแฟอร่อย บรรยากาศดี

 

   

เพื่อนๆ
    ทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จก็ขับรถไปซื้อข้าวหมูย่างใส่กล่องที่ร้านพงษ์โอชาเจ้าอร่อยเพื่อไปกินอาหารเที่ยงที่เกาะกระดาน ก่อนถึงท่าเรือปากเม็งก็แวะซื้อข้าวเหนียวหมูเส้นและหมูกรอบเพื่อไปฝากคนขับเรือ เราไปถึงท่าเรือประมาณ 08.45น เร็วกว่า ที่นัดกันไว้ แต่เจ๊หน่อยเจ้าของเรือก็มารออยู่แล้วพร้อมคนขับเรือและไกด์  เราก็ลงเรือไปถ้ำมรกตโดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมาย เราจะต้องใส่เสื้อชูชีพลงน้ำลอยคอเข้าถ้ำไปประมาณ 10 นาที โดยเกาะชูชีพตามไกด์เข้าไป ขณะที่เราเตรียมตัวลงน้ำก็เห็นฝรั่งคู่หนึ่งกำลังนำเด็ก 2 คนเป็นเป็นลูกสาวอายุ4ขวบและลูกชายอายุ7 เดือน (ถามฝรั่งทีหลัง) ใส่ชูชีพลงน้ำเพื่อลอยคอเข้าถ้ำด้วย ฝรั่งคู่นี้ใจถึงจริงๆคนไทยคงไม่มีใครกล้าทำแบบนี้แน่ๆ
ศาล 

  

  
ปากทางเข้าถ้ำมรกตมีเรือจอดส่งและรอนักท่องเที่ยวอยู่หลายลำ
 
ฝรั่งผัวเมียพร้อมลูกสาวอายุ 4 ขวบ ลูกชายอายุ7 เดือนและไกด์คนไทยกำลังเตรียมตัวลอยคอเข้าถ้ำมรกต

   เราก็ลอยคอเข้าถ้ำไปประมาณ 10 นาทีก็เจอหาดทรายสวยร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ ตอนที่เราเข้าไปน้ำที่หาดทรายค่อนข้างน้อยแต่ในช่วงบ่ายน้ำจะขึ้นสูงน้ำเต็มหาดสวยมาก (ช่วงมรสุมคลื่นสูงไม่สามารถเข้ามาในถ้ำได้)
ศาล

 

 

 
พี่สาวอายุ4ขวบ น้องชายอายุ7 เดือน ลอยคอเข้าถ้ำมรกต
เด็กอายุ7เดือนก็ลอยคอเข้าถ้ำมรกตได้ไม่ร้องซักคำทั้งๆที่เวลาลอยคอเข้าถ้ำ บางช่วงจะมืดมาก

หลังจากเที่ยวถ้ำมรกตเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นเรือไปกินอาหารกล่องที่เราเตรียมไว้ที่เกาะกระดานซึ่งห่างจากถ้ำมรกตประมาณ 30 นาที
ช่วงหลังบริษัททัวร์ไม่ยอมพานักท่องเที่ยวมาที่นี่เพราะไกล เมื่อเรามาถึงเกาะกระดานปรากฏว่ามีนักท่องเที่ยวไม่มาก หาดทรายสวยใสสะอาดมาก เห็นปลาดาวและปลาเสือมากมาย พอเราลงน้ำปลาเสือก็จะว่ายมาหาเราเป็นฝูงเพื่อขออาหารกิน นักท่องเที่ยวจะนำขนมปังที่ซื้อมาจากชาวบ้านที่ท่าเรือมาป้อนให้ปลากิน เราก็เลือกทำเลใต้ต้นไม้นั่งทานอาหารกล่อง ข้าวเหนียวหมูเส้นหมูกรอบที่ซื้อมาฝากคนเรือปรากฏว่ากินไม่ได้เขาเป็นมุสลิม แต่คนเรือทั้งสองก็ได้เตรียมอาหารมากินเองอยู่แล้ว เกาะกระดานเป็นเกาะที่สวยที่สุดในหมู่เกาะทะเลตรัง
ศาล

  

 

หลังจากทานอาหารที่เกาะกระดานเสร็จแล้ว เราก็นั่งเรือต่อไปที่เกาะเชือกเพื่อดำน้ำดูปะการัง เกาะเชือกเป็นเกาะที่แบ่งเขตทางทะเลระหว่างจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ ปลาที่นี่เยอะมาก เราลงดำน้ำ (Snorkeling)ดูปะการังและดูปลา ไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำเลยไม่มีรูปให้ดู ปลาที่นี่เยอะดีแต่ปะการังสวยสู้เกาะเต่าและเกาะนางยวนไม่ได้ ส่วนที่เกาะสิมิลันไปเที่ยวมาแล้วแต่ไม่ได้ดำน้ำ เขาว่าปลาและปะการังที่สิมิลันสวยมากแต่ต้องดำน้ำลึก (Scuba Diving)

  
เกาะเชือกที่อยู่ทางซ้ายมืออยู่ในเขตกระบี่ เกาะเชือกที่อยู่ทางขวามืออยู่ในตรัง



 

   
เราให้อาหารปลา นักท่องเที่ยวต่างชาติเห็นปลาเยอะก็มาถ่ายรูป

หลังจากดำน้ำดูปะการังดูปลาที่เกาะเชือกแล้วเราก็ไปเกาะม้าเพื่อดำน้ำดูปะการังต่อ 
  

  
                                                                                                                     ปลามากินขนมปังที่เราโยนลงไป

     หลังจากดำน้ำดูปลาและปะการังที่เกาะม้าแล้วก็นั่งเรือกลับเข้าฝั่ง เราอยากทานปูนิ่มก็เลยขับรถไปร้านปูนิ่มเกาะเคี่ยมที่กันตังใต้ ร้านอาหารนี้ทำฟาร์มปูนิ่ม เลี้ยงปูนิ่ม ปลาต่างๆในกะชัง อาหารทะเลที่นี่จึงสดมาก อร่อยราคาไม่แพง แต่ค่อนข้างไกลเพราะต้องขับเลยกันตังไปที่กันตังใต้ ร้านติดแม่น้ำ วิวสวย
ศาล 

  

  

เพื่อนๆ
     หลังอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราก็ขับรถไปที่ท่าเรือหาดยาวเพื่อไปเที่ยวเกาะลิบงซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลตรัง ที่เกาะลิบงนี้เป็นที่อยู่ของปลาพะยูนเพราะบริเวณรอบเกาะอุดมสมบูรณ์ด้วยหญ้าทะเลที่เป็นอาหารของปลาพะยูน ไกด์ที่พาเราเที่ยวถ้ำมรกตบอกเราว่า เราสามารถนำรถยนต์ลงแพข้ามไปขับที่เกาะลิบงได้ แต่ปรากฎว่าเมื่อไปถึงท่าเรือเขาบอกเอารถข้ามไปไม่ได้ บนเกาะถนนแคบมากวิ่งได้แต่มอเตอร์ไซด์  เราก็เลยตัดสินใจเหมาเรือไปเที่ยวเกาะลิบง ตกลงกันว่าจะไปดูปลาพะยูน ดูหญ้าทะเลอาหารปลาพะยูน และทานข้าวบนเกาะ ไปจอดกลางทะเลแหล่งที่ปลาพะยูนมักจะขึ้นมาหายใจรอดูปลาสักครู่ก็มีปลาโผล่ขึ้นมาหายใจไกลๆ ไม่เห็นตัวปลา คนเรือบอกว่าต้องใจเย็นๆปลาจะขึ้นมาหายใจทุก20-30นาที พวกเราหิวข้าวบอกว่าไปดูหญ้าทะเลอาหารปลาพะยูนแล้วก็ไปกินข้าวดีกว่า คนเรือก็พาไปดูหญ้าทะเล และพาไปกินข้าวที่ resort ปรากฎว่าเราจะต้องลงจากเรือย่ำน้ำทะเลไปที่ร้านอาหาร พวกเราใส่ขายาวกันทุกคนถ้าลงไปกางเกงก็จะเปียก เราเลยบอกให้คนเรือพาไปกินอาหารที่หมู่บ้านที่มีท่าเรือ เราจะได้ขึ้นฝั่งได้โดยกางเกงไม่เปียก คนเรือก็เลยพาไปที่หมู่บ้านมุสลิมเล็กๆชื่อบ้านพร้าว
ศาล

 

 
หาดเจ้าไหมอยู่ใกล้ท่าเรือหาดยาว                                                       เกาะลิบง

หญ้าทะเลสำหรับปลาพะยูน

 
บ้านพร้าวเป็นหมู่บ้านมุสลิมเล็กๆมีร้านอาหารตามสั่งเพียงร้านเดียว เราเดินไปที่ร้านอาหารที่ห่างจากท่าเรือเกือบ 1 กิโลเมตร ปรากฏว่าเมื่อไปถึงร้านปิด เจ้าของร้านบอกวันนี้ต้องรีดยางให้เสร็จก่อนถึงจะเปิดร้านขายอาหาร ถ้าจะกินอาหารต้องไปอีกหมู่บ้านห่างไปประมาณ3-4 กิโลเมตร เจ้าของร้านบอกว่าให้ยืมมอเตอร์ไซด์ขี่ไปกินอาหาร มีผมพอขี่มอเตอร์ไซด์ได้ เพื่อนๆก็ให้ผมขี่มอเตอร์ไซด์ไปซื้ออาหารใส่กล่องไปกินบนเรือ  ผมเลยขี่รถไปอีกหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า หน้าบ้าน โดยมีเพื่อนซ้อนท้ายไป 1 คน ไม่ได้ขี่รถมา 40ปีแล้วเกือบไม่รอดเพราะรถหัวไวมากเกือบล้ม ชาวบ้านช่วยลุ้นกันใหญ่ว่าจะไปรอดไหม ก็ไปได้อย่างทุลักทุเลในตอนแรก ซักพักชักชินก็พอไหว ขี่มาซักพักน้ำมันจะหมดเข็มแดงขึ้น เลยจอดรถถามเด็กข้างทางว่าเปิดถังน้ำมันอย่างไร และจะไปเติมน้ำมันได้ที่ไหน เด็กก็ทำให้ดูและชี้ให้ไปเติมน้ำมันที่เครื่องเติมน้ำมันอัตโนมัติที่ข้างหน้า เราก็ขี่รถไปหาปั๊มจนเจอ เป็นเครื่องเติมน้ำมันอัตโนมัติเล็กๆตั้งอยู่ริมถนนเล็กๆ เราสามารถหยอดเหรียญหรือสอดธนบัตรเข้าไปในเครื่องตามจำนวนน้ำมันที่เราต้องการ ผมเลยสอดธนบัตรใบละ20 บาทเข้าไป 2 ใบ ทำตามคำแนะนำที่อัดเทปไว้ในเครื่อง เราก็ได้น้ำมันตามต้องการนับว่าทันสมัยไม่เบาสำหรับเกาะกลางทะเลเช่นนี้
  เราขี่รถไปซักพักก็ไม่เห็นร้านอาหารต้องจอดรถถามชาวบ้านซึ่งก็ได้รับการแนะนำชี้ทางให้จนเราหาเจอ ถึงร้านอาหารก็สั่งอาหารสิ้นคิด ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว 4 ห่อ โรตี 4 ที่ พร้อมช้อน ขี่รถกลับไปกินบนเรืออย่างเอร็จอร่อยเพราะหิวมาก เสร็จแล้วก็กลับขึ้นฝั่ง
ศาล

 
บ้านพร้าว หมู่บ้านมุสลิมเล็กๆมีร้านอาหารร้านเดียวกลางทะเลอันดามัน                  ร้านอาหารร้านเดียวในหมู่บ้านปิดร้านเพราะต้องรีดยาง รีดยางเสร็จแล้วถึงขายอาหาร
 
ร้านอาหารอีกหมู่บ้านชื่อ หน้าบ้าน ที่เราสั่งซื้ออาหาร รถมอเตอร์ไซด์ที่เขายืมให้ผมขี่มาจอดอยู่หน้าร้าน
 
พ่อทำกะเพราไก่ไข่ดาว ลูกสาวทำโรตี ชีวิตเรียบง่ายกลางทะเลอันดามัน                       หมู่บ้านบ้านพร้าว เดินตรงไปก็เป็นท่าเรือ เรือที่เราโดยสารมาจอดรอที่นี่

เพื่อนๆ
    ที่หมู่บ้านพร้าวนี้ 10 บาทก็มีค่ามาก สามารถเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขี่ได้ 1 วัน ถ้าเป็นรถพ่วงข้างก็เช่าวันละ 20 บาท เราไม่ต้องเช่าเพราะเขาให้เรายืมขี่ฟรีๆ เราเหมาเรือมาเที่ยวเกาะลิบงจ่าย 2,500บาทเหมือนกับไปถ้ำมรกต ที่เกาะลิบงไม่มีอะไรให้ดูมีแต่หมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยหรือพวกนักท่องเที่ยวอาจจะไปอยู่อีกหมู่บ้านที่มีหาดทรายริมทะเลมีรีสอร์ทสวยๆก็ได้
   เราไปกินอาหารเย็นที่กันตังอีกครั้ง ติดใจกันตังเป็นเมืองเล็กน่ารักริมทะเล เราไปกินอาหารร้านโกเกี๊ยะที่โด่งดังมาก สรยุทธช่อง3 เอาไปออกอากาศ เมนูอาหารร้านนี้เอาชื่อในละครเรื่องแรงเงาไปตั้งเป็นชื่ออาหาร อาหารร้านนี้อร่อยเป็นต้นตำรับราดหน้าซุปเปอร์ มีกุ้งใหญ่ ก้ามปู ปลา ปลาหมึก ทุกอย่างสด อร่อย ทานอาหารเสร็จก็กลับโรงแรม เตรียม Check out ไประนองวันรุ่งขึ้น
    หลังอาหารเช้า Check out แล้วออกเดินทางไประนอง ผมเลือกที่จะใช้เส้นสุราษฎร์ ชุมพร(พะโต๊ะ) ระนอง แทนที่จะใช้เส้นกระบี่ พังงา ระนอง เพราะเส้นพังงา-ระนอง ถนนคดเคี้ยวและรถวิ่งสวนกันไม่ใช่วิ่งทางเดียว ถ้าใช้เส้นสุราษฎร์-พะโต๊ะ-ระนอง เราสามารถแวะไหว้พระบรมธาตุไชยาได้ ก็เลยใช้เส้นนี้แล้วแวะไหว้พระบรมธาตุไชยาก่อนวิ่งลัดไปพะโต๊ะเข้าระนอง ระยะทาง 420กิโลเมตรจากตรัง เส้นพะโต๊ะระนองถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาสวยดี ป่าแถวนี้สมบูรณ์มาก สมกับเป็นอำเภอที่มีภูเขาเขียว น้ำตกงาม ลือนามผลไม้ 92กิเมตรใช้เวลาขับ1.30 ชั่วโมง
ศาล

  
หมู่บ้านพร้าวที่เกาะลิบง 10 บาทเช่ารถเครื่องขี่ได้1 วัน
 
ร้านอาหารโกเกี๊ยะ เมนูอาหารตั้งจากตัวละครเรื่องแรงเงา
 
พระบรมธาตุไชยา

    

   
ขับรถ 420กิโลเมตรจากตรังถึงระนองใช้เวลา 6 ชั่วโมง ออกจากตรังตั้งแต่ 06.00น. ถึงระนองเที่ยงพอดี  หลังจากทานอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วก็ไปเที่ยวน้ำพุร้อนพรรั้ง ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนแห่งใหม่ดูแลโดยกรมป่าไม้ ที่นี่จะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่า น้ำพุร้อนดั้งเดิมของระนองคือน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์
ศาล

  



   

    ออกจากบ่อน้ำพุร้อนพรรั้งแล้วก็ขับรถไปบ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์ซึ่งเป็นบ่อน้ำพุร้อนดั้งเดิมแห่งแรกของระนอง นักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่เยอะกว่าที่พรรั้งซึ่งนักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยรู้จัก ทัวร์ต่างๆก็จะพามาที่นี่เป็นส่วนใหญ่ ที่รักษะวารินทร์มี บ่อพ่อ บ่อแม่ และบ่อลูกสาว ส่วนใหญ่คนจะมาถ่ายรูปกันที่บ่อพ่อ บ่อแม่ก็อยู่แอบอีกทาง ส่วนบ่อลูกสาวต้องเดินหาเพราะอยู่คนละฝั่งถนน ใครจะแช่น้ำแร่ที่นี่ก็ต้องจ่ายเงินไปแช่ในบ่อที่เขาทำคล้ายสระว่ายน้ำ
ศาล
 


   
สระสำหรับแช่น้ำแร่เสียเงิน

  

  
บรรยากาศบริเวณน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์ ระนอง


น้ำพุร้อนบ่อพ่อ

เพื่อนๆ
    ออกจากบ่อน้ำพุร้อนรักษะวารินทร์ เราก็ไปทานอาหารเย็นร้านสมยศปากน้ำซีฟู๊ด อาหารสดมาก ไม่ว่าจะเป็น ปลา ปู กุ้ง กั้งตัวใหญ่ สดๆ เป็นๆทั้งนั้น เมื่อมาทำอาหารเนื้อจึงหวานและเด้งอร่อย เสร็จแล้วก็กลับโรงแรมพักผ่อน
    วันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าแล้ว เราก็ไปที่ท่าเรืออันดามัน เพื่อลงเรือไปยังโรงแรมอันดามันคลับซึ่งอยู่บนเกาะสนฝั่งพม่า
เราต้องทำหนังสือผ่านแดนที่ท่าเรือเสียเงิน 30 บาท แล้วก็นั่งเรือของโรงแรมฟรีข้ามไปโรงแรมที่อยู่ฝั่งพม่า โรงแรมนี้แม้จะอยู่ฝั่งพม่าแต่เจ้าของเป็นคนไทย โรงแรมนี้มีทั้ง Casino และ สนาม Golf โรงแรมมีเรือเร็วรับส่งผู้โดยสารฟรีออกตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ เรือใช้เวลาวิ่งไปฝั่งพม่าเพียง 20-25นาทีเท่านั้น โรงแรมอนุญาตให้เราเข้าไปดูใน Casino ได้แต่ห้ามถ่ายรูป เข้าไปเห็นคนเล่นไพ่กันเยอะพอควร ส่วนใหญ่เป็นคนไทย ต่างชาติมีบ้างแต่ไม่มาก เราเดินดูซักพัก ไม่รู้เรื่องเลยเดินออกไป Duty Free
ส่วนใหญ่เป็นเหล้า บุหรี่ และ ช็อกโกแลต
ศาล



  


 

  
สระว่ายน้ำในโรงแรม Andaman Club Hotel                                       วิวทะเลอันดามันถ่ายจากร้านอาหารในโรงแรม
 


เรือรับส่งผู้โดยสารของโรงแรม

หลังจากทานอาหารกลางวันที่โรงแรมเสร็จก็ไปติดต่อ information ของโรงแรมเพื่อเดินทางไปเที่ยวเกาะสองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม โรงแรมคิดค่าทัวร์คนละ 450 บาท แต่ต้องมีผู้โดยสาร 10 คนเรือถึงจะออก ถ้าไม่มีผู้โดยสารอื่นเราต้องเหมาเรือราคา 4,500 บาท(ซึ่งผมคิดว่าแพงเกินไป)เพราะที่นี่ใช้เรือเร็ว ถ้าเหมาเรือจากท่าเรือที่ฝั่งระนองคิดค่าเหมาเรือหางยาวเพียง400-500บาท
เราเลยไม่ไป เดินไปที่ reception เห็นมีคนติดต่อเรื่อง Golf เลยเข้าไปถาม เขาบอกจะเช่ารถ golf ขับดูนกแถวสนามgolf เพราะที่นี่มีนกเยอะ นกอินทรย์ก็มี เราก็เคยขอเช่ารถgolfขับดูนก ดูวิวทะเลบ้าง (ค่าเช่ารถ 800บาท) ก็เลยถ่ายรูปสนามกอล์ฟมาให้นักกอล์ฟดูเล่น

  

  

 

เพื่อนๆ
   ขับรถดูสนามกอล์ฟประมาณ 2 ชั่วโมงก็ลงเรือกลับมาระนอง ระหว่างทางไปร้านอาหาร ผ่านตึกเลี้ยงนกนางแอ่นและท่าเรือไปเกาะสอง เข้าไปถามเขาคิดค่าเหมาเรือหางยาวข้ามไปเกาะสอง 500 บาท คิดว่าต่อราคาเหลือ 400บาทคงได้ แต่เราไม่มีเวลาเพราะเริ่มเย็นแล้วคงกลับมาไม่ทัน เราเลยขับรถไปกินอาหารร้านเคียงเล ร้านติดทะเล อาหารอร่อย เสร็จแล้วก็กลับโรงแรม วันรุ่งขึ้นก็ออกจากระนอง 06.00น ขับรถกลับกรุงเทพฯ ที่ต้องออกเช้าก็เพราะช่วงระนอง-ชุมพร ถนนแคบขึ้น ลงเขา รถวิ่งสวนทางกัน เราออกเช้ารถน้อยขับสบาย แต่ขับเร็วไม่ได้เพราะถนนแคบและโค้งคล้ายเส้นแม่ฮ่องสอนแต่แคบกว่า บางช่วงถนนก็มีหมอกปกคลุมสวยดี บางช่วงก็กำลังขยายถนน ดีที่เราออกเช้ารถเลยไม่ติด แต่เราก็ใช้เวลาถึงเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าจะถึงชุมพร (120ก.ม.) จากชุมพรเข้ากรุงเทพฯถนนวิ่งทางเดียวตลอดขับสบายแม้บางช่วงผิวถนนจะเป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง แต่เราก็ถึงกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ รวมระยะทางในการขับรถครั้งนี้  2,500กิโลเมตร
    ขับรถเที่ยวครั้งต่อไปจะไปน้ำตก ที ลอ ซู ที่อุ้มผาง จังหวัดตาก จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯวันที่ 21 ธันวาคม 2555ซึ่งตรงกับวันโลกแตกพอดี คงไปถึง โรงแรมCentara แม่สอดตอนเย็นวันที่ 21 เช้าวันที่ 22ธันวาคมจะออกจากCentara แม่สอดเวลา 06.00น เพื่อขับรถไปอุ้มผางเพื่อลงแพยาง ล่องแม่น้ำ3 ชั่วโมงชมทิวทัศน์ 2 ฝั่งแม่น้ำไปน้ำตกที ลอ ซู ผมเคยไปมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว คราวนี้เพื่อน (รุ่นพี่สวนกุหลาบ) ขอให้พาไปก็เที่ยว เขาอยากไปนานแล้วแต่ไม่รู้จะไปอย่างไร  ถนนจากแม่สอดไปอุ้มผางเรียกว่าถนนลอยฟ้า เหมือนวิ่งขึ้นเขาเข้าไปในเมฆ ถนนคดเคี้ยวไปตามภูเขา 1,219โค้ง ระยะทาง167 กิโลเมตรเขาบอกว่าใช้เวลาขับ4 ชั่วโมง ผมว่า 3 ชั่วโมงน่าจะถึง
    เพื่อนๆ OSK ถ้ามีใครอยากจะขับรถไปเที่ยวน้ำตก ที ลอ ซู ด้วยกันก็ให้แจ้งให้ผมทราบ จะได้จองห้องจองเรือจองรถเพิ่ม โดยจะออกเดินทาง 06.00น ของวันที่ 21ธ.ค. นอนที่Centaraแม่สอดคืนวันที่ 21และ 22 และเดินทางกลับวันที่23ธ.ค.
ศาล
 
 
ตึกเลี้ยงนกนางแอ่น
   
ทำบัตรผ่านแดนก่อนลงเรือ                                                                ท่าเรือไปเกาะสองพม่า                     วิวจากร้านอาหารเคียงเล อาหารอร่อยไม่แพง วิวสวย





 
     

   




  

                                                                        







 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80