OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
12

เพื่อนๆ

     ก่อนจะเล่าเรื่องเที่ยวก็ขอ Merry Christmas และ Happy New Year กับเพื่อนๆทุกคนก่อนนะครับ ตอนอยู่อุ้มผางโดนไอ้เหรกพาดพิงหลายเรื่อง โต้ตอบไม่ได้เพราะอยู่ในป่าในเขาห่างไกลผู้คน เหลือเชื่อที่อำเภออุ้มผางไม่มี 7-eleven เป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ ธนาคารพาณิชย์เอกชนก็ไม่มี ปีหน้าน่าจะมี7- elevenแล้วเห็นกำลังสร้างอยู่ โปรแกรมเที่ยวครั้งนี้เริ่มต้นที่ลงแพเที่ยวน้ำตกทีลอซูแล้วจบลงด้วยไปดู ไม้กลายเป็นหินอายุ 800,000ปีที่ยาวที่สุดในโลก
     เราออกจากกรุงเทพฯเช้าวันโลก(ไม่)แตก 21 ธ.ค.2555เวลาประมาณ 06.30น แวะกินข้าวแกงและเติมน้ำมันแถวอินทร์บุรี หลังจากนั้นก็ขับลุยไปถึงแม่สอดประมาณ 13.00น ระยะทางประมาณ 600กิโลเมตร ทำเวลาได้ดีกว่าที่คิดเพราะถนนจากตากไปแม่สอดแม้จะคดเคี้ยวขึ้นเขา แต่ถนนก็กว้าง วิวสวยถนนดีรถไม่มาก ขับรถผ่านโรงแรม Centara แม่สอดเพื่อไปกินอาหารเที่ยงที่ร้านข้าวเม่าข้าวฟ่าง เห็นสภาพภายนอกโรงแรมแล้วใจหายเพราะสภาพค่อนข้างเก่า เข้าใจว่าโรงแรมนี้น่าจะเก่าเกิน 15 ปี เราจองโรงแรมนี้ไว้ 2 คืนๆละ 1,800บาท ตั้งใจว่าจะค้างคืนที่นี่แล้ววันรุ่งขึ้นจะออกจากโรงแรม 05.30-06.00น เพื่อไปลงแพที่อุ้มผางเวลา 09.30น เสร็จแล้วจะกลับมานอนที่ Centara แม่สอดอีก 1 คืน แต่พอเห็นสภาพโรงแรมแล้วเริ่มอยากจะเปลี่ยนใจ อยากจะย้ายโรงแรมหรือขับตะลุยไปอุ้มผางเลย ไปคุยกันที่ร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฟ่าง ผมลองโทรไปที่อุ้มผางเพื่อจองโรงแรมที่นั่น ปรากฏว่าโรงแรมที่เราโทรไป 2 แห่งเป็นห้องพัดลมก็เลยไม่ได้จองโรงแรม ลองโทรไปที่ Centara แม่สอดเพื่อขอยกเลิกการจองห้องพัก ทางโรงแรมก็ยินดี(เหมือนกับว่าทางโรงแรมมีแขกรอเข้าพักอีกหลายคน) เราก็ตัดสินใจขับรถลุยต่อไปอุ้มผางทันที

 

 
ร้านอาหารข้าวเม่าข้าวฟ่างแม่สอด บรรยากาศร่มรื่นมาก มีน้ำตกใหญ่ภายในร้าน ถ้าใครเคยไปทานร้านข้าวเม่าข้าวฟ่างสาขาเชียงใหม่ บรรยากาศจะคล้ายกันแต่ที่แม่สอดจะร่มรื่นกว่า มีต้นไม้ใหญ่มากกว่า

 
วิวระหว่างทางจากแม่สอดไปอุ้มผาง

เพื่อนๆ
     เราออกจากแม่สอดเวลา 14.00 น ระยะทางจากแม่สอดถึงอุ้มผางประมาณ 170 กิโลเมตร ถนนคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาสลับกันไปประมาณ1,219โค้ง ขับไปช่วง40กิโลเมตรแรกถนนค่อนข้างดี มีโค้งลัดเลาะไปตามเขาบ้างแต่เป็นโค้งยาวๆเป็นส่วนใหญ่คล้ายทางไปแม่ฮ่องสอน เราขับไปก็นึกในใจว่าถนนไม่เห็นลำบากอย่างที่ใครๆพูดกันเลย นึกว่าทริปนี้สบายละขับรถชิลๆได้ แต่ที่ไหนได้พอเลย40กิโลเมตรขึ้นไป ถนนคดเคี้ยวและแคบมาก ถนนหักศอกทุกๆ30-50เมตร เป็นระยะทางเกือบ 100กิโลเมตร ถนนช่วงนี้คล้ายที่ระนองที่ถนนหักศอกสั้นๆตลอด แต่ที่ระนองเป็นแค่บางช่วงเท่านั้น แต่ที่นี่ยาวเกือบ 100 เมตร ใครเมารถมาเส้นนี้ไม่ได้ ไอ้เกียรติมาไม่ได้ยกเว้นจะกินยาแก้เมารถเตรียมไว้ก่อน เส้นนี้โหดที่สุด ซื่ออาจจะชอบเพราะตัด3 โค้งได้ในบางช่วง ขับมาได้ประมาณเกือบ 100กิโลเมตรก็แวะระหว่างทาง ร้านนี้อยู่ที่อุ้มเปี้ยม มีทั้งอาหาร ของขบเคี้ยวและกาแฟสด เราแวะเข้าห้องน้ำแล้วลุยต่อไป 
ศาล

 


ถ่ายกับรุ่นพี่สวนกุหลาบ
 
ร้านกาแฟสดที่อุ้มเปี้ยมระหว่างแม่สอด-อุ้มผาง  ร้านนี้เอาตัวเลข1,219 เป็นจุดขาย ทั้งๆที่ถึงตรงนี้อย่างมากก็500โค้ง
 
เพื่อนๆ
      ออกจากร้านกาแฟสดมานิดเดียวก็เจอหมู่บ้านอพยพอุ้มเปี้ยม หมู่บ้านนี้เป็นที่อยู่ของชาวกระเหรี่ยงอพยพที่หนีสงครามมาจากพม่า ผู้อพยพหมื่นกว่าคนอยู่กันในบ้านที่ปลูกอย่างเป็นระเบียบสวยงามลดหลั่นกันลงมาตามไหล่เขา          
      ถนนช่วงแม่สอด-อุ้มผางเรียกถนนลอยฟ้าเพราะถนนตัดลัดเลาะขึ้นลงตามไหล่เขา บางช่วงรถก็ต้องวิ่งอยู่บนยอดเขา ในช่วงเช้าๆหมอกจะปกคลุมถนนเต็มไปหมดจนดูเหมือนเราขับรถเข้าไปในเมฆบนฟ้า หมู่บ้านอพยพอุ้มเปี้ยมอยู่ห่างจากอำเภออุ้มผางเกือบ 100กิโลเมตร
     อุ้มผางคาดว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่าอุ้มผะซึ่งแปลว่ากระบอกไม้ไผ่ในภาษากระเหรี่ยง ในสมัยก่อนเวลาส่งเอกสารชาวกระเหรี่ยงปกากะญอจะเอาเอกสารใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ที่ชาวกระเหรี่ยงเรียกว่าอุ้มผะ เพื่อป้องกันไม่ให้เอกสารเสียหายจากความชื้นจากหมอกและฝน
ศาล
 
 



 

เพื่อนๆ
     หลังจากถ่ายรูปที่หมู่บ้านอุ้มเปี้ยมเสร็จ เราก็ขับรถลัดเลาะไปตามไหล่เขาน่าเวียนหัวไปอุ้มผาง ระหว่างทางก็เจอด่านทหาร ตำรวจหลายด่าน เมื่อใกล้อุ้มผางเราก็ถามตำรวจที่ด่านว่าที่พักที่อุ้มผางดีที่สุดชื่ออะไร ตำรวจ ใจดีบอกให้เราไปพักที่รีสอร์ทชื่อ ตูกะสู ผมก็กด GPS ให้พาไปที่ตูกะสู ระหว่างทางไปที่รีสอร์ท GPS บอกให้เราตรงไปแต่เจ้าหน้าที่ปิดถนนช่วงนั้นให้เป็นถนนคนเดิน เราเลยถามเจ้าหน้าที่คนนั้นว่า ที่พักที่ไหนที่ดีที่สุดในอุ้มผาง เขาบอกว่า อุ้มผางสไมล์เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ดีที่สุดสำหรับ VIP เรากดหาในGPS ไม่เจอ เลยขับรถไปที่ ตูกะสู ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปมีรถตู้อยู่หลายคันมีนักท่องเที่ยวหลายสิบคนคุยกันเอะอะโวยวาย เราเห็นท่าไม่ดี เลยถามพนักงานที่ตูกะสูว่า สไมล์รีสอร์ทอยู่ที่ไหน ไม่มีใครรู้จัก เราก็ถามทางไปเรื่อยจนพบ อุ้มผางสไมล์ Guest House อยู่ในซอยเล็กๆ เขาคิดคืนละ1,200บาทสำหรับห้องแพงที่สุด เราบอกว่าเรามาถึงเย็นแล้วขอลดเหลือ 1,000 บาทได้ไหม ขอ 3 ห้อง ในที่สุดเขาก็ยอม เราใช้เวลาขับรถจากแม่สอดมาอุ้มผาง 3ชั่วโมง(170 กิโลเมตร 1,219โค้งและแวะร้านกาแฟและแวะถ่ายรูปหมู่บ้านอุ้มเปี้ยมประมาณ 15 นาที) หลังจาก Check in แล้วเราก็ไปเที่ยวถนนคนเดิน เนื่องจากยังเร็วเกินไปคนเลยยังไม่ค่อยมี หลังจากนั้นเราก็ไปทานอาหารที่ร้านรุ่งนารีที่รีสอร์ทแนะนำเรามา ปรากฏว่าอาหารอร่อยและถูกมากๆ
ศาล

   
 ถนนคนเดินที่อุ้มผาง                                             ถนนคนเดิน

 
วิวจากร้านอาหารรุ่งนารี                                            วิวจากร้านอาหารรุ่งนารี

เพื่อนๆ
     หลังจากทานอาหาร(อร่อยมาก)ร้านรุ่งนารี 081-284-4569 (แนะนำให้พวกเรามาทานอาหารที่นี่ถ้าได้มาเที่ยวทีลอซู)แล้วเราก็กลับที่พัก  Umphang Smile Guest House โทร 085-270-8249 ที่พักที่นี่อยู่ในบริเวณบ้านที่เจ้าของเป็นฝรั่งอเมริกันสร้างให้อดีตภรรยาเพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก ห้องที่พวกเราพักเป็นบ้านหลังๆแยกออกมา ห้องพักใหม่ เฟอร์นิเจอร์ไม้สวยงาม ห้องน้ำกว้างขวางสะอาดมาก เหมือนกับอยู่ในบ้านราคาแพง
     คนไทยทั่วไปคงไม่พิถีพิถันตกแต่ง guest House ให้เช่าขนาดนี้ ค่าที่พักคืนละ 1,000 บาทนับว่าเกินคุ้ม เช้าวันรุ่งขึ้นเราก็ขึ้นไปทานอาหารเช้าที่ห้องอาหาร หมอกเต็มไปหมด อากาศหนาวน่าจะต่ำกว่า 15 องศา เราทานอาหารเสร็จก็เตรียมตัวเพื่อลงแพเวลา 08.00น เราขอลงแพเร็วหน่อยเพื่อจะได้กลับไปนอนแม่สอดได้ไม่มืดนักในตอนเย็น
ศาล

 
ที่พักของเรา Umphang Smile House ดีมากอยากจะแนะนำให้พวกเรามาพักถ้ามีโอกาสมาเที่ยว น้ำตก ทีลอซู
 
บริเวณที่พัก มีข้อจำกัดเรื่องที่จอดรถ                                                   บ้านหลังที่เราพัก

อาหารเช้า อากาศหนาว

เพื่อนๆ
     เราขับรถไปจอดไว้ที่ Umphang Jungle and Raft Resort ของคุณ อ๋อย ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ท คุณอ๋อยก็เอาแพยางที่เป่าลมเรียบร้อยพร้อมลงน้ำขึ้นหลังคารถ 4WD Toyota พร้อมคนพายเรือ 2 คน เรา 3 คนก็นั่งในรถโดยคุณอ๋อยเป็นคนขับพาเราไปที่ริมน้ำใกล้ รีสอร์ทเพื่อลงแพล่องไปน้ำตกทีลอซู เราเช่ากับคุณอ๋อยโดยตรงเหมาเรือกับรถในราคา 3,500 บาท (Smile House ที่เราพักเขาคิด5,000บาท กินค่าหัวคิว 1,500บาท) อากาศริมน้ำค่อนข้างหนาวมีหมอกหนา พอเราลงเรือไปซักพักแดดออก อากาศเริ่มสบายเย็นกำลังดี น่าจะประมาณ19-20 องศา วิว2 ข้างทางแปลกตา หลากหลายและสวยมาก ทำให้เพลิดเพลินกับการล่องแพครั้งนี้มาก เวลา3 ชั่วโมงที่เราอยู่บนแพผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย
ศาล

 
เรามาถึง 08.00น มีแพนักท่องเที่ยวออกไปก่อนหน้า1 ลำ นั่งกันค่อนข้างเต็มแพ คนพายเรือเหนื่อยหน่อย    เราเตรียมตัวลงแพ มีนักท่องเที่ยวทยอยนำแพมาลงน้ำที่นี่กันเรื่อยๆ
 
ตอนที่เราเริ่มเดินทางเวลา 08.30น หมอกบางๆยังปกคลุมทั่วไปหมด        ผ่านแก่งหินกลางน้ำ    

ผืนป่า2 ฝั่งน้ำยังอุดมสมบูรณ์ดีมาก

  



  
วิว 2 ฝั่งน้ำ

     เราผ่านน้ำตกสายรุ้ง เราออกเช้ายังไม่มีแดดเลยไม่เห็นสายรุ้ง แพเราเข้าใกล้น้ำตกจนละอองน้ำกระเด็นโดนเสื้อผ้า ต้องรีบเอากล้องห่อพลาสติกเก็บไว้

  

  
น้ำตกสายบัว                                                        น้ำตกสายฝน

 

 
น้ำตกสายบัว และน้ำตกสายฝน
 
น้ำตกสายฝน


     เราผ่านน้ำตกสายบัวก็มาแวะที่น้ำพุร้อน

 
น้ำตกสายบัว

 
นักท่องเที่ยวรอคิวลงไปพิสูจน์ว่าน้ำร้อนหรือไม่ ลองแล้วน้ำร้อนกำลังสบายน่าแช่ ฝรั่งที่ตามมาใส่บิกีนีลงแช่อย่างสบายใจ       น้ำพุร้อนออกมาจากตรงนี้

 
จากน้ำพุร้อนเราก็ลงแพเดินทางต่อ เจอฝรั่งครอบครัวหนึ่ง 4 คนพร้อมสัมพาระเต็มแพยาง สอบถามได้ความว่า ฝรั่งกลุ่มนี้จะขึ้นจากแพแล้วเดินเท้าไปตั้งแคมป์นอนที่น้ำตกทีลอซู วันรุ่งขึ้นก็จะเดินเท้าต่อไปพักที่หมู่บ้านกระเหรี่ยง เสร็จแล้วก็จะนั่งช้างออกมาต่อรถกลับอุ้มผาง ทัวร์แบบนี้ต้องคนแข็งแรงและชอบเดินป่า

 

 
ฝรั่ง1 ครอบครัวพร้อมคนพายเรือ 3 คนที่ทำหน้าที่ลูกหาบด้วย


ขึ้นฝั่งก็ปล่อยลมแพยางออกแล้วนำขึ้นรถ 4WD Toyota เสร็จแล้วเราก็นั่งรถคันนี้ไปอีก14 กิโลเมตร ใช้เวลา40 นาทีเพราะถนนแย่มาก ถึงทางเข้าน้ำตกก็ต้องเดินอีก1.5กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตกทีลอซู

 
เราถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางประมาณ 12.00น ทานข้าวกล่องที่เราให้คุณอ๋อยช่วยจัดให้ เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปยังน้ำตก ทีลอซู ทางเดินไปน้ำตกเป็นทางคอนกรีต และทำเป็นขั้นบันไดเมื่อขึ้นที่สูง ถนนทางเดินเป็นคอนกรีตตลอดระยะทาง1.5 กิโลเมตรนับเป็นทางเดินเข้าน้ำตกที่ดีที่สุดในประเทศก็ว่าได้ สองข้างทางร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง อากาศเย็นสบายแม้จะเป็นเวลาเที่ยงเศษๆ เดินเข้าไปครึ่งทางก็เจอน้ำตกเล็กๆระหว่างทาง วันนี้คนมาเที่ยวน้ำตกเยอะ มีคนเดินเข้าเดินออกสวนทางกันตลอดเวลา

 
                                                                           ทางเดินเข้าน้ำตก
 
 น้ำตกเล็กๆระหว่างทางเดินเข้าน้ำตกทีลอซู



 จากน้ำตกเล็กๆเดินต่อมาประมาณ 700 เมตรก็ถึงน้ำตกทีลอซู กล้องเก็บภาพไม่หมด ทางซ้ายและขวาของภาพมีน้ำตกไหลลงมาอีกหลายสาย ดูแล้วตื่นตาตื่นใจทึ่งในความยิ่งใหญ่ของน้ำตก ความกว้างของน้ำตกมีขนาดประมาณ 4 สนามฟุตบอล นึกภาพเอาเองว่าจะกว้างขนาดไหน 

    

  

บริเวณรอบๆน้ำตกธรรมชาติยังสมบูรณ์มาก

  

  



    ผมขอให้ไกด์ช่วยพาขึ้นเขาเดินตัดน้ำตกเพื่อเข้าไปถ่ายรูปใกล้ๆ ทางเป็นดินค่อนข้างลื่น ต้องใช้กำลังปีนป่ายโดยไกด์ช่วยดึงและดัน เราก็เดินตัดน้ำตกเข้าไปถ่ายรูป ความจริงเขาทำราวเหล็กกั้นไว้ไม่ให้ลงไปที่น้ำตก เพิ่งมาทำคราวนี้เมื่อ 5ปีที่แล้ว ผมมาครั้งแรกยังไม่มีราวกั้นและผมเคยเดินข้ามมาตรงนี้ นักท่องเที่ยวถ้าไม่ได้เดินตัดผ่านน้ำตกขึ้นมาจะไม่เห็นภาพนี้ 

  

    

  ไกด์วัยรุ่นชาวกระเหรี่ยงบอกว่าขึ้นไปได้อีกถึงตัวน้ำตกเลยจะไปไหม?  5ปีที่แล้วผมขึ้นมาแค่นี้ชั้นต่อไปไม่เคยขึ้น ก็เลยคิดว่าไหนๆก็มาแล้ว คราวหน้าอาจจะไม่มีปัญญาขึ้นมาถึงตรงนี้อีกแล้ว ก็เลยตกลงขึ้นต่อไปอีก ไม่มีทางเดินขึ้น ต้องปีนขึ้นเขาไป ทุลักทุเลพอสมควร แต่ไกด์กระเหรี่ยงวัยรุ่นคนนี้แข็งแรงมาก คอยดึงและดันและบอกให้เราเหยียบตรงไหนเกาะต้นไม้ตรงไหน ถ้าตรงไหนไม่มีมุมที่เราจะเหยียบได้ ไกด์ก็จะเอามือรองรับเป็นขั้นบันไดให้เราเหยียบเพื่อลงมา นึกในใจว่าลำบากแบบนี้ขึ้นมาทำไมวะเดี๋ยวก็เป็นข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งหรอก " คุณปู่วัยเกือบ 70 ซ่าตก ทีลอซูดับ" คิดอย่างนี้แล้วขาลงก็ระมัดระวังตัวมาก โดยเฉพาะช่วงเดินตัดหน้าผาน้ำตกเพื่อเดินข้ามไปอีกฝั่ง ถ้าล้มก็ตกหน้าผาไปเลย ดีที่มีไกด์ชำนาญทางมาก (ไม่แนะนำให้ขึ้นมาตรงนี้)

 

 
คิดว่าคงไม่ได้ขึ้นมาตรงนี้อีกแล้วเลยให้ไกด์ช่วยถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ลงแพต้องใส่ขาสั้นรองเท้าแตะเพราะน้ำเข้ามาในแพยางตลอด

     ขากลับเรานั่งรถ 4WD กลับ(ไม่ต้องลงแพ) จากน้ำตกเราเดินออกมา1.5กิโลเมตร แล้วนั่งรถออกมาถึงปากทาง25 กิโลเมตร ถนนช่วงนี้แย่มาก เป็นลูกรังนั่งโยกเยกมาตลอดทาง (หน้าฝนรถ4WDก็ยังวิ่งไม่ได้ เขาปิดป่าตลอดหน้าฝน) ถึงถนนใหญ่แล้วก็ต้องวิ่งต่อไปอีก 22กิโลเมตรกว่าจะถึงอุ้มผาง เรากลับมาถึงที่จอดรถที่รีสอร์ทคุณอ๋อย Umphang Jungle and Raft Resort ก็ประมาณ 15.30 น รีสอร์ทของคุณอ๋อยกำลังขยายสร้างห้องพักใหม่ ผมเข้าไปดูในห้องแล้วดีมากสำหรับราคา600บาทต่อคืนรวมอาหารเช้า ถ้าพวกเรามาผมว่าพักที่นี่สะดวกมาก เพราะที่นี่มีพร้อมทั้งรถและแพยาง ถ้าOSK สนใจ ทางรีสอร์ทจะจัดรถตู้พร้อมคนขับที่ชำนาญทางไปรับเราถึงกรุงเทพฯ รถตู้นั่ง8คน เที่ยว3วัน2คืนรวมอาหารและที่พัก ค่าลงแพยางและรถ4WDเขาคิดคนละ 5,000บาท ถ้าคนน้อยก็เฉลี่ยจ่ายแพงหน่อย (คิดรถตู้คันละ 40,000บาท นั่งไม่เกิน8 คน) ถ้ารวบรวมคนได้ก็จัดได้เลย ใครสนใจจะพาญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงไปจัดได้เลย ให้ติดต่อคุณอ๋อยที่081-887-6315 เขาบริการดีมาก ถ้าจะขับรถมาเองก็ให้พักโรงแรมและทานอาหารตามรอยผม ไม่ผิดหวังแน่นอน
ศาล


ถนนจากปากทางเข้าน้ำตกทีลอซูออกไปถนนใหญ่แย่มาก 25+22 กิโลเมตรใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง

 

 
หมู่บ้านกระเหรี่ยงอพยพอุ้มเปี้ยม

เพื่อนๆ
     เราออกจากอุ้มผางเวลาประมาณ15.45น ขากลับให้เพื่อนลองขับ 1,219 โค้งบ้าง (ตอนมาผมลุยจากกรุงเทพฯคนเดียวถึงอุ้มผางเกือบ 800 กิโลเมตร ขากลับเลยลองให้เพื่อนขับบ้าง)ปรากฏว่าเกือบหลุดโค้งหลายทีลุ้นกันน่าดูแต่ก็ถึงแม่สอดโดยปลอดภัยใช้เวลาขับเกือบ 4 ชั่วโมง ดีที่เราจองโรงแรมไว้ก่อนเดินทางไปอุ้มผางเพราะโรงแรมเต็มหมด ก่อนที่ผมจะยกเลิกโรงแรมCentaraแม่สอด ผมก็ได้ลองsurveyก่อนว่ามีโรงแรมไหนใหม่ๆที่แม่สอดบ้าง เห็นป้ายโรงแรมช่อไม้หอมอยู่ในซอยก็ลองขับเข้าไปดู ขอเขาดูห้องปรากฏว่าห้องใหม่ สะอาด โรงแรมเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่ผ่านมา ช่วงนี้ promotion คิดคืนละ 500 บาทรวมอาหารเช้า ถูกมากๆและดีด้วยเลยรีบจองเลย ถ้าพวกเรามาแม่สอดให้มาพักที่นี่เลย 055-030-268 เรามาถึงโรงแรม2ทุ่มกว่าก็เลยขับรถไปหาข้าวต้มกินแล้วพักผ่อน
     วันรุ่งขึ้นแม่สอดไฟฟ้าดับทั้งเมือง เขาแจ้งล่วงหน้าให้คนแม่สอดทราบแล้วแต่โรงแรมไม่ได้บอกแขกที่มาพัก ทานข้าวเสร็จ Check out แล้วไปสะพานข้ามแม่น้ำเมยจะไปเที่ยวฝั่งพม่า ปรากฏว่าที่ทำบัตรผ่านแดนยังไม่เปิดเพราะเช้าเกินไป เข้าใจว่าคงทำอะไรไม่ได้เพราะไฟฟ้าดับ เราเลยแวะตลาดมูเซอร์ระหว่างทางวิ่งไปตาก ที่ตลาดมูเซอร์ผักผลไม้มีราคาถูก (ไอ้เหรกแวะที่นี่เป็นประจำ) มีกล้วยไม้ป่ามาขายด้วย เดี๋ยวนี้ของที่นี่เริ่มแพงแล้วเพราะคนกรุงเทพฯแวะที่นี่เยอะ จากตลาดมูเซอร์ก็แวะไหว้พระเจ้าตากสิน แล้วก็ไปกินอาหารร้านครัวสโมสร อยากกินอาหารร้านนี้มานานแล้วไม่ได้แวะซักที ไปเชียงใหม่ทุกทีแวะกินที่เถิน ร้านกำนันแดงทุกครั้ง วันนี้มาถึงเมืองตากแล้วเลยโทรถามว่าร้านอยู่ไหน กว่าจะเจอก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะร้านอยู่ในซอย ร้านนี้เน้นปลาเป็นหลักมีปลาหลากหลายชนิด อาหารอร่อย คนแน่น คุยกับแม่ครัว ป้าน้อยเล่าว่าเป็นแม่ครัวตามเสด็จในหลวงและสมเด็จย่ามาก่อน ตอนหลังลูกๆมาเรียนหนังสือที่นี่เลยย้ายมาอยู่ที่นี่ พวกเราถ้าใครมีโอกาสมาที่ตากก็แวะมาที่ครัวสโมสร อาหารอร่อย ไม่แพง โทร 055540230
ศาล


 โรงแรมช่อไม้หอม ที่ตาก ถูกและดี

  
ตลาดมูเซอร์

   
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

เพื่อนๆ
     ทานอาหารเสร็จก็พาเพื่อนๆไปดูไม้กลายเป็นหินอายุ 800,000ปี ยาวที่สุดในโลก 72.22 เมตร เมื่อ4ปีที่แล้วที่มาดูเขายังไม่ได้สร้างหลังคาคลุม มาคราวนี้ทำหลังคาคลุมกันแดดกันฝนอย่างสวยงามเหมือนในต่างประเทศ มีรถทัวร์มาเยอะมาก เพื่อนๆที่ขับรถมาเชียงใหม่ผ่านตากบ่อยๆ ผมว่ามีน้อยคนที่จะรู้ว่ามีไม้กลายเป็นหินที่ยาวที่สุดในโลกอายุ800,000ปีที่นี่ (ไอ้เหรกถ้ามึงยังไม่เคยแวะ วันที่28 ขึ้นมาก็แวะเสีย ซื้อไม้เป็นหินข้างทางผิดกฎหมายนะ)
     หลังจากดูไม้เป็นหินเสร็จแล้วก็กลับ การเที่ยวครั้งนี้นับว่าคุ้มค่ามากได้พักโรงแรมดี (ดีที่ยกเลิก Centaraแม่สอดได้)ราคาถูกมาก อาหารอร่อยและถูก สถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายและสวยงามติดอันดับโลก (เกียรติเอ็งเป็นหัวหน้าทัวร์ลองถามเพื่อนๆดูว่ามีใครสนใจจะมาเที่ยวไหม ใช้เวลาแค่ 2คืน ออกเดินทางวันศุกร์กลับวันอาทิตย์ พวกเราคงจะฟังหมอสุรัตน์เล่ามหากาพย์ต่อจากครั้งที่แล้วเพลินไปเลย รถตู้วิ่งจากกรุงเทพฯมาอุ้มผางคงใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง คืนแรกนอนที่อุ้มผาง วันรุ่งขึ้นล่องแพไปทีลอซูแล้วไปนอนแม่สอด อีกวันแวะตลาดมูเซอร์และดูไม้กลายเป็นหินแล้วกลับกรุงเทพฯ)
Merry Christmas และ สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆทุกคนอีกครั้งครับ
ศาล

  

      

  

 


 

 


  

 









 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80