OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
21

ขับรถชมมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เที่ยวท่าตอน ขึ้นดอยอ่างขาง(ตอนที่ 1)
 
     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการพาไปชมมหกรรมไม้ดอกอาเซียนที่เชียงราย แวะเที่ยวท่าตอนก่อนจะขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวบนดอยอ่างขาง แล้วลงมาไหว้พระที่เชียงใหม่ ตั้งใจจะไปไหว้พระพุทธบาทสี่รอย และจบลงด้วยไปไหว้พระวัดป่าดาราภิรมย์ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยรู้จักกันนัก ความจริงเป้าหมายหลักในการเที่ยวคราวนี้อยู่ที่ท่าตอน เพราะเคยดูในทีวีแนะนำเที่ยวท่าตอนว่า "เป็นสวรรค์บนดิน" ก็อยากรู้ว่าสวยจริงอย่างที่แนะนำกันหรือเปล่า ก็เลยจองโรงแรมท่าตอนรีเวอร์วิวไว้ เห็นบอกว่าที่นี่วิวสวย และระหว่างทางก็จะแวะชมมหกรรมไม้ดอกที่เชียงรายด้วยเพราะเคยเห็นรูปที่เพื่อนส่งมาให้ดูแล้วสวยดี ส่วนที่อ่างขางโทรไปสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเพื่อจองที่พัก ปรากฏว่าเต็มหมดตลอดเดือนมกราคม 2556
     เราออกจากกรุงเทพเช้าวันที่ 4 มกราคม 2556 แวะค้างคืนที่ลำปาง 1คืน เช้าวันที่ 5 มกราคม ก็ออกเดินทางไปเชียงรายผ่าน พะเยา  ที่เรามาเส้นนี้เพราะตั้งใจจะกลับคนละทางกับขาไป โดยขาไปใช้เส้นลำปาง-เชียงราย-ดอยอ่างขาง ขากลับใช้เส้น ดอยอ่างขางวิ่งเข้าเชียงใหม่แล้วกลับกรุงเทพฯ โดยขากลับตั้งใจจะแวะไหว้พระที่เชียงใหม่  ถนนจากลำปางไปเชียงรายสวยมาก ลัดเลาะไปตามไหล่เขา สภาพถนนดีมาก รถวิ่งทางเดียวตลอด ถ้าออกจากกรุงเทพฯจะไปเชียงรายให้ใช้เส้นนี้จะสะดวกและเร็วกว่าเส้นที่วิ่งผ่านเชียงใหม่แล้วไปเชียงราย เส้นลำปางพะเยารถค่อนข้างน้อยขับสบาย แต่พอเข้าใกล้เชียงรายรถเริ่มติดมากขึ้น พอเข้าตัวเมืองเชียงรายรถแน่นมากติดพอๆกับที่เชียงใหม่ ติดอยู่ตัวเมืองเชียงรายเกือบครึ่งชั่วโมงก่อนจะถึงที่จอดรถงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เสียค่าจอด 40 บาท แล้วเดินผ่านร้านขายอาหาร ขายของที่ระลึกยาวเหยียดก่อนถึงบริเวณงานที่สวนไม้งามริมกก

 
สัญลักษณ์อาเซียนตกแต่งด้วยไม้ดอกหลากสี           เพื่อให้เข้าบรรยากาศอาเซียน มีพนักงาน(ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา)แต่งชุดประจำชาติต่างๆในอาเซียนประจำอยู่ในจุดต่างๆ
         

   

     เนื่องจากงานนี้เริ่มตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2555 ไม้ดอกเมืองหนาวหลายๆประเภทเริ่มเหี่ยวแล้ว เรามาเที่ยวงานนี้เกือบเป็นวันสุดท้าย เพราะงานจะจบลงวันพรุ่งนี้ ( 6 ม.ค.2556)

 

 


บรรยากาศบริเวณงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน 

     ออกจากงานมหกรรมไม้ดอกอาเซียน เราก็ขับรถไปทางแม่จันแล้วแยกซ้ายไปทางท่าตอน ระยะทางจากแม่จันไปที่ท่าตอนริเวอร์วิวประมาณ 40กิโลเมตร แต่เส้นทางคดเคี้ยวมากไม่สามารถขับเร็วได้ ก่อนถึงท่าตอนประมาณ 10 กิโลเมตร เราแวะพักทานอาหารกลางวันที่ร้าน ไก่ย่างหนังกรอบ พิกัด N 20* 03.958' E 099* 26.570'(โทร 087-544-7193) เป็นร้านอาหารชื่อดังแถวนี้ มีรายการอาหารหลากหลาย อร่อยไม่แพง หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ขับรถอีกประมาณ4-5กิโลเมตรไปยังสวนส้มธนาธร

 

 



     ขับรถประมาณ 10 นาทีจากร้านอาหารก็ถึงสวนส้มธนาธร N 20* 03.168' E 099* 24.293' ที่นี่จะมีรถพาชมสวนส้มเสียคนละ 30 บาท มีส้มหลายขนาดขายในราคาที่ต่างกันแล้วแต่ขนาดของส้ม ลูกใหญ่กิโลละ 70 บาท รสชาติหวานอร่อย ด้านหน้าฝั่งตรงข้ามถนนกับสวนส้มธนาธร มีร้านขายส้มร้านเล็กๆของชาวบ้านขายส้มอยู่เกือบ 10 ร้าน มีป้ายขอให้นักท่องเที่ยวช่วยอุดหนุนสวนส้มเล็กๆของชาวบ้านด้วย ลองเข้าไปถามราคาดูปรากฏว่าขายราคาเดียวกับส้มธนาธร ถ้าซื้อเยอะลดราคาจากกิโลละ 70บาทเหลือ 60 บาท ชิมดูแล้วรสชาติใช้ได้แต่ไม่เข้มข้นเท่าส้มธนาธร จากสวนส้มธนาธรเราขับรถประมาณ 15 นาทีก็ถึงโรงแรมท่าตอนรีเวอร์วิว N20* 03.891' E 099* 21.625'

 

 



     โรงแรมท่าตอนริเวอร์วิว ตั้งอยู่บนโค้งน้ำที่สวย(ที่สุด)ของแม่น้ำกก แม่น้ำกกมีต้นกำเนิดจากพม่าและที่ท่าตอนก็เป็นต้นทางของแม่น้ำกกในประเทศไทยที่รับน้ำจุดแรกจากพม่า ต่อจากนั้นลำน้ำกกก็จะไหลต่อไปยังเชียงรายก่อนที่จะไหลลงแม่น้ำโขงที่เชียงแสนต่อไป นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือจากท่าตอนไปยังเชียงรายเพื่อชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำได้โดยเสียค่าโดยสารคนละประมาณ 350 บาท โดยเรือจะออกจากท่าตอนประมาณเที่ยงครึ่ง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง หรือจะเหมาเรือหางยาวเที่ยวทั้งวันก็ได้โดยมีราคาประมาณ 2,500-2,800บาทต่อวัน


วิวแม่น้ำกกถ่ายจากโรงแรมท่าตอนริเวอร์วิว
 
ถ่ายจากโรงแรมท่าตอนริเวอร์วิว                                                          ถ่ายจากโรงแรมท่าตอนริเวอร์วิว
    
ถ่ายจากสะพานข้ามแม่น้ำกก                                                             ถ่ายจากสะพานข้ามแม่น้ำกก

     ออกจากโรงแรมเราก็ขับรถไปวัดท่าตอนทันที ขับรถขึ้นไปที่จอดรถชั้น 8 เพื่อชมความงามของพระมหาเจดีย์แก้ว N20* 03.896' E099* 21.130' นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาที่ชั้นนี้เป็นส่วนใหญ่เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ชั้นนี้
     วัดท่าตอนเป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่บนยอดเขาต่อเนื่องหลายลูกบนเนื้อที่ประมาณ 425 ไร่ แยกเป็นเนื้อที่ตั้งวัดประมาณ 45ไร่ เป็นเขตอุทยานพุทธศาสนาและสำนักปฏิบัติธรรมประมาณ 380ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาลาดชัน มีที่ราบริมน้ำกกบริเวณหน้ามหาโพธิสัตว์กวนอิมและบริเวณลานวัด วัดท่าตอนเป็นวัดเก่าแก่หลายร้อยปีสันนิษฐานได้จากโบราณวัตถุที่ขุดพบในบริเวณนั้น วัดท่าตอนยังเป็นสถานศึกษาสำหรับภิกษุสามเณรและเยาวชน เป็นศูนย์บำบัดยาเสพย์ติดและสงเคราะห์ชาวเขา วัดท่าตอนมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก และเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์เป็นปีที่ 50 ทางวัด (ครูบาแก้ว)ได้ริเริ่มโครงการก่อสร้างเจดีย์แก้วเฉลิมพระเกียรติไว้บนยอดเขา ด้านบนมีจุดชมวิวที่มองเห็นชุมชน ทุ่งนาและแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวสวยงาม นอกจากนี้วัดท่าตอนยังเป็นศูนย์วิปัสสนาอีกด้วย


พระมหาเจดีย์แก้ว (ชั้น 8)
  
วิวแม่น้ำกกและชุมชนถ่ายจากชั้น8                                                     วิวแม่น้ำกกไหลคดเคี้ยวไปมาสวยงาม
 
พระบรมสารีริกธาตุอยู่ชั้นบนสุดของพระมหาเจดีย์แก้ว

   

 
ภายในพระมหาเจดีย์แก้วชั้นที่ 1 

  

    
พระพุทธรูปบางส่วนในพระมหาเจดีย์แก้ว 

     แต่ละชั้นภายในพระมหาเจดีย์แก้วเชื่อมต่อกันด้วยสะพานสายรุ้งซึ่งเป็นทางลาดชันวนขึ้นไปจนถึงชั้น 3 ชั้นสูงสุด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระบรมสารีริกธาตุ

 
สะพานสายรุ้งมีลักษณะคล้ายมังกรพันรอบในพระมหาเจดีย์
   
                                                                                                                                                   หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

ด้านนอกของพระมหาเจดีย์แก้วมีศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มังกรทอง และมังกรเงิน ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป

  
ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช                                ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช


มังกรเงินและมังกรทอง

  
มังกรทอง                                                                                         มังกรเงิน

     จากชั้น8 เราก็ขับรถขึ้นชั้น 9 ทางขึ้นลาดชันมากและถนนไม่ค่อยดี ถนนดีจะมาสุดแค่ชั้น 8 เท่านั้น เราถึงที่จอดรถชั้น9 พระอิ่มตลอดกาล N20* 04.233' E099* 21.292' มองจากชั้นนี้จะเห็นพระมหาเจดีย์แก้วซึ่งอยู่อีกยอดเขาหนึ่งอย่างชัดเจน

   
                                                                           พระอิ่มตลอดกาล                                                  พระมหาเจดีย์แก้วถ่ายจากชั้น9 พระอิ่มตลอดกาล
  
วิวแม่น้ำกก ชุมชนท่าตอน ถ่ายจากชั้น 9

     จากชั้น 9 พระอิ่มตลอดกาล เราขับรถลงจากเขาผ่านชั้น 8 พระมหาเจดีย์แก้ว ชั้น 7 เขตปฏิสันถาน ชั้น 6 หอประชุมปริยัติวิธานโกศล ชั้น 5 กุฏิวิปัสสนา และชั้น 4 พระนาคปรก

    

  
                                                                          พระนาคปรก

     จากชั้น4 เราขับรถลงมาชั้น 3 พระพุทธนิรันดรชัยหรือหลวงพ่อขาว ลงมาชั้น 2 เป็นพระอุโบสถเก่า และชั้นที่ 1 พระโพธิสัตว์กวนอิม และพระธาตุจอมคีรีศรีปิง

  
                                                                          หลวงพ่อขาว
 


     
พระโพธิสัตว์กวนอิม (เจ้าแม่กวนอิม)                      พระธาตุจอมคีรีศรีปิง  

   
วิวแม่น้ำกกถ่ายจากชั้น9 พระอิ่มตลอดกาล              
หลวงพ่อขาวถ่ายจากชั้น1

 
พระอุโบสถชั้นสอ                                                 
วิวแม่น้ำกกถ่ายจากสะพานข้ามแม่น้ำ จะเห็นเรือหางยาวรับจ้างพานักท่องเที่ยวชมวิวแม่น้ำกก

คลิกเพื่ออ่านต่อตอนที่ 2                                          
 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80