OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
28

ขับรถเที่ยวไร่สตรอเบอรี่สะเมิง เยือนอำเภอกัลยาณิวัฒนา 
     
     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลคราวนี้พาขับรถเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ที่สะเมิงที่ว่ากันว่ามีไร่สตรอเบอรี่มากที่สุดในประเทศไทย หลังจากนั้นก็ขับรถไปเยือนอำเภอกัลยาณิวัฒนา อำเภอน้องใหม่ล่าสุดของเชียงใหม่
     เราออกจากเชียงใหม่เช้าวันที่12 มกราคม 2556 แวะกินไส้อั่วเจ้าอร่อยใกล้สี่แยกสะเมิง N 18* 43.635' E098* 56.928 เสร็จแล้วก็ขับรถไปสะเมิงเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ ถนนไปสะเมิงขึ้นเขาและคดเคี้ยวมาก ถ้าใครขับเส้นทางนี้ได้สามารถขับไปแม่ฮ่องสอนได้สบาย ถนนไปสะเมิงคดเคี้ยวขึ้นเขาโค้งสั้นๆน่าเวียนหัว คล้ายถนนช่วงชุมพร-ระนอง แต่ที่สะเมิงขึ้นเขาชันกว่า ดีที่ถนนช่วงนี้ไม่ยาว ประมาณ 50-60กิโลเมตร แต่ก็ใช้เวลาขับเป็นชั่วโมง ไร่สตรอเบอรี่แรกที่เราแวะคือไร่นภ-ภูผา มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่นี่ค่อนข้างมาก มีรถตู้จอดหลายคัน  เห็นนักท่องเที่ยวกระจายเข้าไปเก็บสตรอเบอรี่ในไร่ ที่นี่เขาให้นักท่องเที่ยวเข้าไปถ่ายรูปในไร่ได้ฟรีแต่ห้ามเก็บและห้ามชิมสตรอเบอรี่ ถ้าเก็บสตรอเบอรี่ก็คิดขีดละ 25 บาทหรือกิโลกรัมละ250 บาท หรือจะเช่ารถมอเตอร์ไซด์ขับเที่ยวชมไร่ก็เสีย 250บาทต่อ 20 นาที(ขับเที่ยวได้2รอบพอดี) เท่าที่สังเกตดูนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเก็บสตรอเบอรี่มากกว่าเช่ารถขับเที่ยวในไร่  ถ้าเราไม่เก็บสตรอเบอรี่เอง เราก็สามารถซื้อที่เขาเก็บไว้สำหรับขายได้ที่ไร่ ก็ขายกิโลกรัมละ 250 บาทถ้าลูกใหญ่ก็ขายแพงหน่อยประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท

  

  



     ไร่สตรอเบอรี่แห่งที่ 2 ที่เราแวะคือไร่ วงศ์วาน N 18* 50.302' E 098* 43.683' ไร่นี้มีนักท่องเที่ยวมากกว่าไร่ นภ-ภูผา มีชื่อไร่ใหญ่ชัดเจนให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป กลางไร่สตรอเบอรี่ก็ทำเป็นรูปสตรอเบอรี่สีแดงใหญ่ๆให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป เขาเก็บค่าเข้าไปเยี่ยมชมไร่และถ่ายรูปคนละ 20 บาท ถ้าเก็บสตรอเบอรี่ก็คิดขีดละ 20 บาท ส่วนใหญ่ก็จะเก็บได้ลูกเล็กๆ ลูกใหญ่ต้องซื้อที่ไร่
     ออกจากไร่วงศ์วานขับรถไปเจอป้ายไป อำเภอกัลยาณิวัฒนา 86 กิโลเมตร ไปปาย 160 กิโลเมตร เพื่อนๆบอกน่าจะไปเที่ยวอำเภอกัลยาณิวัฒนาซึ่งเป็นอำเภอใหม่ ได้ข่าวว่าสวยแต่ไม่รู้ว่าถนนเป็นอย่างไรบ้าง เคยได้ยินว่าถนนไม่ค่อยดีตอนนี้น่าจะดีขึ้นแล้ว? ในที่สุดก็ตกลงเดินทางไปเที่ยวอำเภอกัลยาณิวัฒนาโดยคาดหวังว่าถนนน่าจะดีขึ้นแล้ว

  



   

     เส้นทางไปอำเภอกัลยาณิวัฒนาต้องขับผ่านตัวอำเภอสะเมิงไป ผ่านสะเมิงรีสอร์ท เมื่อ 5 ปีที่แล้วเคยมาทานอาหารที่รีสอร์ทนี้ ถนนจากรีสอร์ทนี้ไปปายในช่วงนั้นยังเป็นถนนลูกรัง ตอนนั้นอำเภอกัลยาณิวัฒนายังไม่ได้แยกออกจากอำเภอแม่แจ่ม คราวนี้ถนนราดยางเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็เริ่มหายกังวลคิดว่าถนนต่อจากนี้จนถึงปาย ผ่านอำเภอกัลยาณิวัฒนาน่าจะราดยางไปตลอด เราขับรถผ่านไร่สตรอเบอรี่สะเมิง N 18* 51.657' E 098* 43.732' ก็แวะเข้าไปดู ปรากฎว่ามีนักท่องเที่ยวน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นไร่ที่แยกมาอยู่อีกด้านหนึ่งของอำเภอ นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้จัก
     จากไร่สตรอเบอรี่สะเมิงเราก็ขับรถมุ่งหน้าไปอำเภอกัลยาณิวัฒนา ถนนก็เริ่มแย่ลงไปเรื่อยๆ เริ่มขุรขระเป็นหลุมเป็นบ่อ ตอนนั้นก็คิดว่าน่าจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆเท่านั้น คงจะเจอถนนราดยางในช่วงต่อไป แต่ไม่เป็นอย่างนั้น!

  

  

     จากไร่สตรอเบอรี่สะเมิงเราก็ขับรถบนถนนราดยางที่เป็นหลุมเป็นบ่อขุรขระมาตลอดทางประมาณเกือบ 30กิโลเมตร จนมาใกล้อุทยานแห่งชาติขุนขานถนนเริ่มดีขึ้น เป็นถนนราดยางไม่มีหลุมบ่อ หน้าอุทยานถนนปูด้วยอิฐดูแปลกตาเหมาะที่จะเป็นถนนคนเดินมากกว่ารถวิ่ง ถนนสวยช่างแตกต่างจากถนนช่วงก่อนถึงอุทยานที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ขุรขระมาตลอดทาง แต่พอผ่านหน้าอุทยานไปก็เป็นถนนราดยางตามปกติ
     อุทยานแห่งชาติขุนขานมีพื้นที่ทั้งหมด 397 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอสะเมิงและอำเภอแม่แจ่ม ภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนสูงประมาณ 500-1,700เมตรจากระดับน้ำทะเล มีบ่อน้ำอุ่นประมาณ 38องศาเซลเซียสอยู่ในอุทยานให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชม

 
                                                                           ถนนใกล้อุทยานราดยางอย่างดี สองข้างถนนเต็มไปด้วยต้นสน 2 ใบและสน 3 ใบ
 
ผ่านอุทยานแห่งชาติมาก็เริ่มเจอถนนที่กำลังก่อสร้างประมาณเกือบ 10 กิโลเมตร

พอสิ้นสุดถนนที่ก่อสร้างก็เจอถนนลูกรังแคบๆวิ่งตัดป่าสนหนาทึบสองข้างทาง

     ขับรถบนถนนลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อแคบๆในป่าสนประมาณเกือบ 10 กิโลเมตร ออกมาจากป่าสนก็เจอที่ทำการ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่แดดและหมู่บ้านใกล้ๆกัน ถนนเป็นลูกรังตลอดทางดีบ้างไม่ดีบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นหลุมเป็นบ่อ



 

 
จากอ.บ.ต. แม่แดดก็ขับรถตามถนนลูกรังแคบๆที่เป็นหลุมเป็นบ่อทะลุผ่านป่าสนต่อไป

     ถนนบางช่วงก็เป็นร่องหลุมลึก กว้างและยาวไปตามถนน ถ้าไม่ระวังล้อรถตกหลุมแล้วขึ้นไม่ได้แน่ๆ บางครั้งขับไปเจอร่องลึก ถ้าขับต่อไปล้อรถตกหลุมแน่ก็ต้องถอยรถออกมา แม้แต่รถ Toyota Fortuner. ที่ขับอยู่ก็ไม่สามารถขับต่อไปได้เพราะร่องกว้างและลึก  ถ้าถอยล้อไม่ตรงก็ตกหลุมอีก จึงต้องระมัดระวังเต็มที่

 
ถนนเริ่มเป็นร่องแต่ก็ขับไปได้                                  บางช่วงถนนเป็นร่องลึกและกว้างกว่านี้มาก ต้องขับระวังไม่ให้ล้อรถตกหลุม
 
เจอร้านขายผักข้างทางเลยแวะซื้อและถามเส้นทาง คนขายผักบอกว่าอีก20 กิโลเมตรจะถึงวัดจันทร์ ถนนแย่แบบนี้ไปตลอด


     ขับตามถนนเห็นหมู่บ้านแม่แจ่มน้อยอยู่ไกลๆ ในที่สุดก็มาถึง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ โครงการนี้เกิดขึ้นในปีพ.ศ.2522 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ ทราบถึงความทุกข์ยากของชาวเขาในพื้นที่ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาชนเผ่ากระเหรี่ยง มีอาชีพทำนาในพื้นที่ระหว่างหุบเขา และมีการถางป่าทำไร่เลื่อนลอยในที่ดอน เส้นทางคมนาคมไม่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียงครอบคลุมพื้นที่ 17 หมู่บ้าน

 
หมู่บ้านแม่แจ่มน้อย                                                                            ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์
 
อุณหภูมิต่ำสุด 3 องศา

ป่าสนสวยงามในบริเวณศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์

     จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ เราก็ขับรถไปที่อำเภอกัลยาณิวัฒนาซึ่งเป็นอำเภอใหม่ล่าสุดของเชียงใหม่คือเป็นอำเภออันดับที่25ของเชียงใหม่หรืออันดับที่878ของไทย โดยเมื่อวันที่2ธันวาคม2551คณะรัฐมนตรีเห็นว่าตำบลบ้านจันทร์  ตำบลแม่แดด และตำบลแจ่มหลวง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว มีการจัดตั้งโครงการตามพระราชดำริหลายโครงการ มีสภาพเป็นป่าและเขาสูงชันทุรกันดาร การเดินทางเพื่อขอรับบริการต่างๆของรัฐที่อำเภอแม่แจ่มค่อนข้างลำบากไม่ทั่วถึง ขณะเดียวกันพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาเรื่องความสงบเรียบร้อย เรื่องยาเสพติด และปัญหาลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จึงเห็นชอบให้แยกพื้นที่ดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นอำเภอใหม่ชื่อ "อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ " มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างไรก็ดีวันที่7 กรกฎาคม 2552พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานชื่ออำเภอที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นี้ว่า "อำเภอกัลยาณิวัฒนา" ตามที่กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทานมา

 
ประตูทางเข้าสู่ศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา                                   ศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนาสร้างใหม่สวยงาม
 


บริเวณรอบๆศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา ถนนคอนกรีตดีมาก

 
อำเภอกัลยาณิวัฒนา 
 
                                                                                                      โบสถ์คริสต์ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา

     ออกจากศูนย์ราชการอำเภอกัลยาณิวัฒนา เราก็ขับรถไปเที่ยววัดจันทร์ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า500ปี เริ่มสร้างขึ้นมาโดยชาวลั๊วะและทิ้งร้างไว้ ต่อมาพระอุตตมะพร้อมด้วยชาวบ้านช่วยกันบูรณะปฏิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์จนใกล้สำเร็จ พระอุตตมะก็ธุดงค์กลับประเทศพม่า ต่อมาในปี พ.ศ. 2473 ครูบาศรีวิชัยมาพักค้างคืนที่วัดจันทร์เห็นพระธาตุเจดีย์ยังสร้างไม่เสร็จ จึงนำชาวบ้านมาบูรณะต่อจนเสร็จและยกยอดฉัตรโดยครูบาศรีวิชัย มีการทำบุญเฉลิมฉลองกัน7วัน7คืน

  โบสถ์วัดจันทร์ถ่ายจากด้านข้าง
โบสถ์ใส่แว่นดำเป็นจุดเด่นของวัดนี้ เดิมเป็นช่องว่างให้อากาศถ่ายเท แต่ต่อมาชาวบ้านกลัวโจรเข้ามาขโมยพระพุทธรูปจึงเอากระจกดำมาใส่จะได้มองไม่เห็นของมีค่าข้างในโจรเข้าไม่ได้ เลยกลายเป็นโบสถ์ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร

 

  
วิหารหลังใหม่ที่กำลังสร้าง เป็นไม้ทั้งหลังสวยงามมาก
  







 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80