OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
03

จาก Paris ไปชายแดนฝรั่งเศส-เยอรมันที่ Mulhouse Sauhein

เพื่อนๆครับ
     ได้เวลาเขียนเล่าเรื่องขับรถเที่ยวยุโรปต่อแล้วละ ครั้งที่แล้วเล่าเรื่องเที่ยวที่ฝรั่งเศสไปแล้ว หวังว่าคงจำได้. St. Malo: เมืองแห่งโจรสลัด  Mont St. Michel: วัดในป้อมปราการบนเกาะกลางน้ำ มรดกโลก Unesco. Normandy: จุดเริ่มต้นของจุดจบของเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 2.   Chateau Chenonceaux:ปราสาทที่สวยที่สุดในแถบแม่น้ำ Loire   Saint Emilion: ไวน์อร่อย หมู่บ้านสวย มรดกโลกแห่ง Unesco นอกจากนี้มาฝรั่งเศสก็ต้องไปเที่ยว หอคอย Eiffel พระราชวัง Versailles, Montmartre, Champs Elysees ฯลฯซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ไปเที่ยวกันคงจะไม่เล่ารายละเอียด
     ความจริงการไปเที่ยวยุโรปครั้งนี้เกิดจากการที่ได้อ่านหนังสือของ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เรื่อง Small town big love ในหนังสือพูดถึงเมืองเล็กน่าเที่ยว อ่านเจอเมือง Mittenwald ที่ ธรณ์เขียนไว้แล้วอยากไปมาก ธรณ์ เขียนเกี่ยวกับ Mittenwaldไว้ว่า มิทเทนวาลด์เป็นหมู่บ้านน้อยริมภูเขาสูง หากนับเฉพาะประชากรไม่รวมนักเที่ยว คงได้แค่หลักพัน จากหมู่บ้านมีเคเบิลคาร์ขึ้นไปยอดเขา Karwendel สูง 2,244 เมตร ข้างบนเป็นร้านอาหารและลานเล่นสกีในหน้าหนาว.....  ขับรถผ่านก็ยังไม่เห็น ต้องลงมาเดินให้ช้า ให้เวลากับมิทเทิลวาลด์ เพราะฉะนั้น จอดรถกันเถิด ข้างหมู่บ้านมีลานจอดรถ เดินเข้าไปอีกไม่กี่สิบก้าว คุณมาถึงต้นถนนกลางเมืองแค่เห็นก็ร้องอู้ฮูแล้ว ... เราค่อยๆเดินไปตามถนน(ห้ามรถเข้า)เหลือบมองอาคารซ้ายขวา เมื่อกว่า 200ปี เกอเธ่ ศิลปินดังเขียนว่านี่คือ A Living Picture Book (หนังสือภาพที่มีชีวิต)  ทุกผนังอาคารถูกวาดไว้ด้วยลวดลายสวยงาม ทั้งเรื่องเกี่ยวกับศาสนาความเชื่อ และเหตุการณ์ในอดีต เราเรียกภาพแบบนี้ว่า Frescoe Painting...เดินชมภาพผนังอาคารไปเรื่อยๆจะเจอร้านหมูย่างเยอรมันนานาชนิดอร่อยมาก...ร้านค้าที่หมู่บ้านไม่มีห้างใหญ่ ทุกร้านเป็นของชาวบ้านท้องถิ่นเป็นสินค้า hand-made เป็นส่วนใหญ่  ผมอ่านหนังสือแล้วทำให้อยากไปดูว่าสวยจริงอย่างที่เขียนไว้หรือไม่ หาข้อมูลจากบริษัททัวร์ของไทยก็ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีบริษัททัวร์ไหนจัดไป มิทเทิลวาลด์เลย และไม่มีข้อมูลด้วย นอกจากนี้ในหนังสือยังแนะนำแหล่งที่เที่ยวอีกแห่งคือ Hallstatt ที่ประเทศออสเตรีย เป็นหมู่บ้านริมทะเลสาบสวยมากที่ Unesco ยกให้เป็นมรดกโลก ซึ่งบริษัททัวร์ของไทยส่วนใหญ่จะรวมแหล่งท่องเที่ยวนี้ไว้ในโปรแกรมเที่ยวด้วย ปราสาท Neuschwanstein หรือปราสาท Disneyland ก็เป็นอีกแห่งที่ ทัวร์เยอรมันต้องพาไปเที่ยว
     ขับรถเที่ยวยุโรปครั้งนี้ไม่มีใครในกลุ่มเคยไป เลยต้องอาศัยแผนที่ควบคู่ไปกับการใช้ GPS เริ่มดูจากแผนที่ว่าถ้าไปจากParisไปที่ปราสาท Neuschwanstein ประเทศเยอรมัน เส้นทางไหนจะสั้นที่สุด ปรากฏว่าดูจากแผนที่ เมือง Mulhouse Sauhein ฝรั่งเศสอยู่ใกล้ชายแดนเยอรมัน ก็เลยตั้งเป้าไปนอนที่นั่นระยะทางก็ประมาณ 600 กิโลเมตรจากปารีส โดยแวะเที่ยวเมือง Baccarat 
     เราเช่ารถ Benz  A Class จาก Hertz Car Rent ตกวันละประมาณ 100 ยูโรรวมประกันชั้นหนึ่ง เราออกเดินทางจากParis ต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อความรวดเร็วในการเดินทางเราตกลงที่จะใช้ทางด่วนโดยยอมเสียเงินแพงหน่อย ค่าทางด่วนที่นี่แพงมาก กว่าจะถึงปลายทางจ่ายไปไม่ต่ำกว่า 70 ยูโร (ถ้าจำไม่ผิด)แวะซื้อ แซนวิชกินที่ rest area ก่อนที่จะแวะที่เมือง Baccarat ที่เป็นจุดแวะแห่งแรก
     Baccarat เป็นเมืองที่ผลิตสินค้าประเภท Crystal  เช่น Chandeliers ขวดน้ำหอม แก้วน้ำ แก้วไวน์ ฯลฯ เมืองนี้ผลิต crystalมาเกือบ 300ปีมาแล้วมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ราชวงศ์จากประเทศต่างๆทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยสั่งเครื่องแก้วและ crystal ประเภทต่างๆจากที่นี่
 
 
เห็นรถบรรทุกท่อนซุงผ่านเมือง Baccarat เลยเก็บภาพไว้                                                 เมือง Baccaratแถวร้านขายเรื่องแก้ว crystal
 
ตัวอย่างเครื่องแก้วที่ราชวงศ์ประเทศต่างๆสั่งไปใช้                                ร้านขายเครื่องแก้ว


  
     จาก Baccarat เราก็ขับรถไปพักที่โรงแรม Mercureที่เมือง Mulhouse Sauhein ค่าห้องคืนละ 100 ยูโร ตอนเย็นทานอาหารที่โรงแรมแล้วพักผ่อนเตรียมตัวขับผ่านชายแดนไปประเทศเยอรมันในวันรุ่งขึ้น โรงแรมในยุโรปเกือบทุกแห่งเราต้องเสียค่าจอดรถคืนละประมาณ 10-20 ยูโร
ศาล

จากชายแดนฝรั่งเศสเข้าพักที่ Fussen เยอรมันนี

เพื่อนๆ
     ตื่นแต่เช้าเดินชมวิวรอบโรงแรม ทานอาหารเช้าที่โรงแรม อาหารเช้าที่ฝรั่งเศส(แบบยุโรป)เน้นขนมปังเป็นหลัก มีขนมปังหลากหลายให้เลือก ที่ยุโรปบางโรงแรมก็คิดเฉพาะค่าห้องอย่างเดียว ถ้าต้องการอาหารเช้าก็ต้องเสียเพิ่ม 15-20ยูโร ถ้าเป็น BB (Bread and Breakfast) จะรวมอาหารเช้าด้วย เมืองที่เราจะไปพักต่อไปคือ เมืองเล็กเชิงเขาชื่อ Fussen ห่างไปประมาณเกือบ 400ก.ม. เมืองนี้ถ้าใครดูหนังเรื่องแหกค่ายมฤตยูแสดงนำโดย สตีฟ แม็กควีน จะรู้จักเมืองนี้ คงจำตอนที่สตีฟขี่มอเตอร์ไซด์พุ่งข้ามลวดหนามได้ สถานที่ถ่ายทำก็อยู่ที่เมืองนี้ พื้นที่เป็นภูเขาสวยงามมาก เรากด GPS ให้พาไปที่เมือง Fussen เพราะดูจากแผนที่ เมืองนี้ใกล้ปราสาท Neuschwanstein มากที่สุดห่างประมาณ 10 กว่ากิโลเมตร เราขับรถผ่านชายแดนฝรั่งเศสเข้าเยอรมันโดยไม่มีด่านตรวจหนังสือเดินทางเลย รู้ว่าเข้าเขตเยอรมันก็เพราะป้ายถนนบนทางด่วนเป็นภาษาเยอรมันและไม่มี speed limit ยกเว้นถ้าผ่านเมืองก็จะมี speed limit กำหนดไว้เพื่อความปลอดภัย เราไม่ได้จองโรงแรมไว้เพราะไม่แน่ใจว่าจะพักทีเมืองนี้หรือไม่ พอขับเขัาเขตเมืองFussen เห็นบ้านเมืองสะอาด สวยงาม ก็เลยตัดสินใจพักที่นี่ ผมเห็นมีป้าย BB Zimmerท่าทางเข้าท่าเลยรีบจอดรถเข้าไปถาม เจ้าของเป็นหนุ่มสาวปรับปรุงบ้านตัวเองให้เป็นที่พัก พูดภาษาอังกฤษได้ดี เราขอเข้าไปดูห้องพักปรากฏว่าสะอาดดี แม้จะแคบไปหน่อยแต่ทำเลดีมากอยู่ใจกลางเมือง(เล็กๆน่ารัก) ข้างหน้าโรงแรมก็มีร้านค้าเล็กๆเต็มไปหมด เราเลยตกลงพักที่นี่คืนละ 70 ยูโรรวมอาหารเช้า หลังจาก check in แล้วก็เริ่มเดินดูเมืองและหาข้อมูลว่าจะไปเที่ยวปราสาทอย่างไร ได้ความว่าขับรถไป 10 กว่า ก.ม. ก็ถึงปราสาท เลยตกลงว่าพรุ่งนี้จะไปแต่เช้า วันนี้ขอชมเมือง shopping ที่ เมือง Fussen ก่อน


ที่พัก BB Zimmer ที่ Fussen เยอรมัน ที่เห็นเป็นด้านหลังเป็นบ้านเจ้าของแบ่งห้องให้พัก ด้านหน้าขวามือเป็นตึกที่พักและที่ทานอาหารเช้า

 
ร้านค้าใกล้ที่พัก

 
ร้านขายผลไม้ริมถนน                                                                        ร้านอาหาร ขนมปังเต็มไปหมด 
     
     
เมือง Fussenเป็นเมืองภูเขาเล็กน่ารักติดชายแดนประเทศ ออสเตรีย อากาศเย็นสบาย สะอาดน่าอยู่มากๆ หลังจากเดินเที่ยวและ shopping จนเมื่อยแล้วก็แวะที่ภัตตาคารกินอาหารเยอรมัน เราเลือกสั่งอาหารที่เราคุ้นเคยไส้กรอก ขาหมูเยอรมัน โชคดีที่เจอคนไทย ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่นี่ อาหารที่นี่อร่อยดี เสร็จแล้วเดินย่อยอาหารและพักผ่อนเตรียมเที่ยวปราสาทวันรุ่งขึ้น
ศาล

เที่ยวปราสาทขับรถเที่ยวดีสนีย์แลนด์ (Neuschwanstein)

เพื่อนๆ
     ทานอาหารเช้าเสร็จรีบขับรถไปเที่ยวปราสาท Neuschwanstein (ปราสาทดีสนีย์แลนด์) ไปถึงจอดรถแล้วเข้าคิวซื้อตั๋วทัวร์ปราสาท 2 แห่งคือ เวลา 10.45น ทัวร์ปราสาท Hohenschwankao และเวลา 12.45 ทัวร์ปราสาทดีสนีย์แลนด์
ศาล

 
ถนนจากFussenไปยังปราสาท Neuschwanstein (ปราสาทดีสนีย์แลนด์)เห็นปราสาทอยู่ข้างหน้า
ถนนจากเมือง Fussen ไปยังปราสาท Neuschwanstein
 
นั่งรถ Bus ขึ้นไปเที่ยวปราสาท Neuschwanstein                                                         ร้านอาหารเยอรมันอร่อยและไม่แพงคนไทยทำงานที่นี่ด้วย

เพื่อนๆ
     รูปปราสาท Hohenschwangao และ Neuschwanstein
ศาล


ปราสาท Hohenschwangao เป็นปราสาทเก่าเป็นที่พักของ King Ludwig|| ขณะที่ปราสาทดีสนีย์แลนด์ยังสร้างไม่เสร็จ

การขึ้นไปชมปราสาท ดีสนีย์แลนด์ หรือ Neuschwanstein มี 3 วิธี เดินขึ้น ขึ้นรถบัส หรือขึ้นรถม้า ส่วนใหญ่คนจะขึ้นรถบัส เพราะเร็วและไม่แพง น้อยคนที่จะเดินเพราะทางชัน รถม้าเป็นที่นิยมมากแต่คนแน่นต้องรอนาน
  
วิวถ่ายจากปราสาทดีสนีย์แลนด์                                                          วิวถ่ายจากปราสาทดิสนีย์แลนด์


     ปราสาทดีสนีย์แลนด์ หรือ Neuschwanstein ที่เรียกว่าปราสาทดีสนีย์แลนด์ เพราะ หนังดีสนีย์แลนด์ ได้เลียนแบบปราสาทนี้ไปใช้ในหนังของดีสนีย์แลนด์เรื่อง sleeping beauty เจ้าหญิงนอนหลับอยู่บนหอคอยรอเจ้าชายขี่ม้าขาว ปราสาทดีสนีย์แลนด์นี้เป็นปราสาทที่โรแมนติกที่สุด เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของเยอรมัน มีคนมาถ่ายรูปมากที่สุด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งหนึ่งของคนทั่วโลก คนส่วนใหญ่รู้จักปราสาทนี้เพราะเห็นในหนังของ Disney
     ปราสาท Neuschwanstein สร้างขึ้นเมื่อ 143ปีที่ผ่านมา โดยกษัตริย์เยอรมันชื่อ Ludwig || ซึ่งเป็นคนรักธรรมชาติ รักสันโดด ชอบใช้ชีวิตในป่าเขามากกว่าในเมือง เป็นกษัตริย์ที่มีอารมณ์ศิลปินมาก ต้องการสร้างปราสาทสวยๆท่ามกลางป่าเขาที่เขียวขจีเพื่อพักผ่อนอย่างสงบในบั้นปลายชีวิต King Ludwig||ใช้เงินส่วนตัวทั้งหมดในการสร้างปราสาทนี้ เมื่อเงินไม่พอก็ต้องกู้เงินมาสร้างจนเป็นหนี้เป็นสินมากมาย ในที่สุดก็โดนจับขังเพราะโดนกล่าวหาว่าเสียสติ โดยจับให้ไปขังอยู่กับหมอประจำตัวหนึ่งคนในปราสาท ชื่อ Berg และต่อมาก็พบศพหมอและKing Ludwig|| ในทะเลสาบ Starnberg ใกล้กับปราสาท Berg ที่โดนกักขังอยู่ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการยืนยันสาเหตุการตายของกษัตริย์และหมอประจำตัว ปรากฏว่า King Ludwig|| สิ้นพระชนม์ก่อนที่ปราสาทจะสร้างเสร็จจึงไม่ได้มีโอกาสได้อยู่ตามที่ตั้งใจไว้ ต่อมาก็ได้มีการสร้างปราสาทต่อจนเสร็จแล้วเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเก็บเงิน ซึ่งคิวเข้าชมปราสาทจะยาวมากแบ่งเป็นรอบๆให้เข้าชม


ปราสาท Neuschwanstein ถ่ายจากหนังสือในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี
 
ห้องต่างในปราสาท                                                                                                   ห้องต่างๆในปราสาท

ห้องภายในปราสาท

เส้นทางจาก Fussen ไป Mittenwald

เพื่อนๆ
     ระหว่างรอคิวเที่ยวชมปราสาทดีสนีย์แลนด์ก็เจอคนไทยกลุ่มหนึ่ง ก็คุยกันเขาบอกว่ามาจากพิจิตรพาครอบครัวขับรถเที่ยวยุโรปทุกปี เขาบอกว่าพักที่เมือง Garmish บอกว่าเป็นเมืองเล็กเชิงเขาสวยดี เราก็จดชื่อไว้วางแผนจะพักที่เมืองนี้ตอนขากลับ นอกจากนี้เขายังแนะนำให้ไปเที่ยว Konigssee และ เมือง Brugge ประเทศเบลเยี่ยม เราก็จดชื่อเมืองไว้ ไม่เคยได้ยินชื่อเมืองนี้มาก่อนเลย เขาบอกว่าสวยควรไป เขาถามว่าเราพักที่ไหนจะไปเที่ยวไหนต่อ เราก็บอกว่าเราพักที่ Fussen เขาก็บอกว่าเคยพักแล้ว สวยดี งวดนี้เลยพักที่ Garmish ไกลออกมาขับรถเป็นชั่วโมง เราก็แนะนำให้เขาไปเที่ยว Mittenwald เขาบอกว่าไม่เคยได้ยินไม่รู้จัก แต่ถ้ามีเวลาจะลองไปดู แต่คงลำบากเพราะจองโรงแรมทุกแห่งที่จะไปเที่ยวจองล่วงหน้ามาจากกรุงเทพฯแล้ว แต่ของเราดีหน่อยไม่ได้จองโรงแรมล่วงหน้าเลย โปรแกรมเที่ยวก็ปรับไปเรื่อยๆ จากที่เขาแนะนำมาก็มีที่เที่ยวเพิ่มอีก 3 แห่งแล้ว วันรุ่งขึ้นเราจะไป Mittenwald ยังไม่ได้จองโรงแรมเลย
    เที่ยวปราสาทเสร็จแล้วก็ขับรถลงเขา ไปร้าน Internet ในเมืองเพื่อจองที่พักที่ Mittenwald โดยเลือกเอาโรงแรมที่ใกล้เมืองที่สุด ถามทางเขาว่าตอนนี้เราอยู่ Fussen จะไปโรงแรมที่ Mittenwaldได้อย่างไร เขาเลยให้พิกัด GPS มา (ที่ต้องไปจองโรงแรมที่ร้าน Internet เพราะที่พักไม่มี internet  และเราก็ไม่ได้เอา IPADมาด้วย) โรงแรมที่ Mittenwald ค่อนข้างแพงคืนละ 120 ยูโร นึกภาพไม่ออกว่า Mittenwald จะเป็นอย่างไร โรงแรมอายุ 200 ปีที่เราจะไปพักเป็นอย่างไร จองโรงแรมเสร็จก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารเยอรมันเจ้าอร่อยเจ้าเดิม เสร็จแล้วก็เดินเล่นอากาศเย็นสบาย บ้านเมืองสะอาดถนนน่าเดินมากมีร้านค้าเล็กๆสองข้างถนนมากมาย

     วันรุ่งขึ้นเช้าทานอาหาร อาหารเช้าที่นี่ในเยอรมันไม่เหมือนในฝรั่งเศสเพราะมีไส้กรอกเยอรมันด้วย ไม่ใช่มีแต่สารพัดขนมปังอย่างเดียว ทานอาหารเสร็จก็ออกเดินทางเลียบชายแดนเยอรมันออสเตรียเพื่อไป Mittenwald วิวตรงชายแดนเยอรมัน-ออสเตรียสวยมาก ที่เห็นในรูปภูเขาที่กั้นระหว่างเยอรมันกับออสเตรียยังมีหิมะปกคลุมอยู่ เห็นหมอกบางๆลอยผ่านภูเขา
ศาล

 

 
วิวชายแดนเยอรมัน-ออสเตรียยามเช้า

Mittenwald

เพื่อนๆ
     วิวระหว่างทางจาก Fussen ไป Mittenwald สวยมากเพราะเป็นถนนเลียบชายแดนเยอรมัน ออสเตรีย เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนมีหิมะปกคลุม เราขับรถชมวิวด้วยความสบายใจ ขับรถมาชั่วโมงกว่าๆผ่าน 3 ประเทศ เยอรมัน ออสเตรีย สวิสที่เมือง Zurich เราก็ขับรถเที่ยวชมวิวเมือง Zurich แล้วเดินทางต่อไปยัง Mittenwald ประเทศเยอรมันนี ประเทศเยอรมันนี สวิสเซอร์แลนด์มีด่านเก็บเงินค่าผ่านทางด่วน แต่ผ่านประเทศออสเตรียไม่มีด่านเก็บเงินค่าใช้ทางด่วน พวกเราชมประเทศออสเตรียในใจว่าประเทศนี้ใจดีจริงๆให้ใช้ทางด่วนฟรีๆ ขับมาซักพักก็เจอด่านตำรวจออสเตรีย เราโดนตำรวจจับเพราะไม่มี sticker ทางด่วนออสเตรียติดหน้ารถ มารู้ทีหลังว่าในประเทศออสเตรียรถคันไหนจะใช้ทางด่วนต้องไปซื้อ sticker จ่ายค่าผ่านทางด่วนที่ปั๊มน้ำมันก่อนขึ้นทางด่วน เช่นจะใช้ 10 วันก็ซื้อsticker 8 ยูโร แล้วติด sticker ไว้หน้ารถ เราไม่รู้เลยโดนจับ เสียค่าปรับไป 120 ยูโร แทนที่จะเสียค่าsticker 400 บาทกลับต้องโดนปรับจ่าย 5,000 บาท ซวยจริงๆ บอกไม่มีเงินสดเขาบอกใช้ credit card ได้ เลยต้องจ่าย ใครจะขับรถเที่ยวยุโรปถ้าจะต้องผ่านทางด่วนออสเตรียอย่าลืมจ่ายเงินซื้อ sticker ผ่านทางด่วนที่ปั๊มน้ำมันก่อนใช้ทางด่วนนะ
     เราขับรถประมาณ 300กว่ากิโลเมตรก็ถึงเมือง Mittenwald ซึ่งเป็นเมืองในหุบเขาในเทือกเขา Alp อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตรอยู่ติดชายแดนออสเตรีย มีแม่น้ำ Isar ไหลผ่านหมู่บ้าน ทางตะวันตกของหมู่บ้านเป็นภูเขาสูง2 ลูกซึ่งมีทะเลสาบอยู่บนยอดเขา มองจากหมู่บ้านจะเห็นภูเขาสูงซึ่งเป็นสถานที่เล่นสกียอดนิยมในหน้าหนาว โรงแรมที่เราพักชื่อ Alphen Rose แม้จะเก่าแก่ถึง 200ปี แต่ก็ได้รับการตกแต่งดูแลให้อยู่ในสภาพดีมาก ห้องพักในโรงแรมเป็นไม้เก่าแต่ทำสีไม้สวยงาม เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเป็นไม้หมด ที่รับแขกของโรงแรมมีของเก่าตั้งโชว์มากมายพร้อมประวัติเป็นภาษาเยอรมัน ด้านนอกโรงแรมทาสีสวยงามมีภาพวาดติดผนังด้านนอกของโรงแรม ด้านหน้าโรงแรมเป็นถนนคนเดินห้ามรถเข้ายกเว้นขนถ่ายสินค้าตอนดึกๆ ถนนคนเดินเต็มไปด้วยร้านค้าเล็กๆ ที่ขายของที่ระลึก หลากหลายประเภท ร้านอาหาร และโรงแรม ซึ่งผนังกำแพงภายนอกมีภาพวาดหลากสีสวยงามทั้งด้านศิลป วัฒนธรรม ศาสนา ฯลฯติดอยู่สวยงามมาก มองไปมีภาพวาดติดผนังกำแพงยาว 2 ข้างถนน นอกจากนี้ยังมีลำธารน้ำเล็กๆไหลผ่านขนานไปกับถนนคนเดิน สุดถนนคนเดินเป็นโบสถ์Catholic สีชมพูชื่อ Saints Peter and Paul ซึ่งเราจะได้ยินเสียงระฆังไพเราะมากจากโบสถ์นี้ทุกเย็น Mittenwaldมีชื่อเสียงทางด้านการผลิตไวโอลินที่เก่าแก่กว่า300ปี และมีโรงผลิตเบียร์ชื่อ Mittenwald ซึ่งอร่อยมากด้วย
     เราเดินชมภาพวาดบนฝาผนังตึกมาเรื่อย เห็นร้านขายขาหมูเยอรมันหลายร้านและมาสดุดตาที่ร้านหนึ่งที่มีเขียงไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าร้านและภายในร้านมีคนเข้าคิวซื้อขาหมูเยอรมัน ไส้กรอก Home made หลากหลายชนิด และมีเนื้อม้าขายด้วย ก็รู้เลยว่าร้านนี้อร่อยแน่และคงต้องเป็นร้านเดียวกับที่ ธรณ์ แนะนำในหนังสือ Small Town Big Love แน่ ก็เลยเข้าไปซื้อขาหมูเยอรมันกินดู ปรากฎว่าทุกคนบอกว่าอร่อยมาก เนื้อกรอบนอกนุ่มใน หอมกลิ่นเครื่องเทศ รสชาติกลมกล่อม ลองซื้อไส้กรอกมาชิมดู ก็ปรากฏว่าอร่อยมาก เพิ่งรู้ว่าไส้กรอกเยอรมัน Home made แท้ๆอร่อยอย่างนี้เอง ลองสั่งเนื้อม้ามากินดูปรากฏว่าเนื้อม้าจะมีกลิ่นสาบและหยาบ ไม่ถูกลื้นพวกเรา แต่ก็เห็นคนเยอรมันกินกันอย่างอร่อย สินค้าที่ขายในร้านผลิตกันเองภายในหมู่บ้าน มีทั้งผ้าพันคอ กระเป๋า ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าถือกระเป๋าสะพาย เสื้อผ้าต่างๆ รวมทั้งของชำร่วยต่างๆส่วนใหญ่ผลิตกันเอง คุณภาพดีเยี่ยม ราคาก็พอสมควรไม่แพงมาก เราเดินเที่ยวอย่างสบายเพราะคนค่อนข้างน้อยเพราะยังไม่ใช่เดือนท่องเที่ยว คุยกับร้านค้าเขาบอกว่านักท่องเที่ยวมาเล่นสกีที่นี่เยอะมากในช่วงหน้าหนาว ตอนนี้หิมะละลายแล้ว นักท่องเที่ยวจะมามากอีกครั้งช่วงหน้า Summer ซึ่งจะแน่นจริงๆคือเดือน กรกฎาคม-กันยายน เราก็เดิน shopping อย่างสบาย ของก็ยังราคาไม่แพง
การที่มาพักที่โรงแรมเก่ามากๆถึง 200 ปี นอนไม่ค่อยหลับในตอนกลางคืนได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปมาอยู่บนเพดาน แต่เนื่องจากเดินเหนื่อยทั้งวันก็เพลียหลับได้สบาย ต่อไปถ้าหลีกเลี่ยงได้คงไม่ขอพักโรงแรมเก่าๆที่เป็นไม้ทั้งหลังอีกแล้ว. บรื้อส์..
     วันรุ่งขึ้นทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จก็เตรียม check out ก่อนออกเดินทางก็แวะซื้อขาหมูและไส้กรอกเยอรมันเจ้าอร่อยไปกินระหว่างทางเขียนแล้วน้ำลายไหล อร่อยจริงๆ ร้านนี้ชื่อ Metzgerei kieder ที่อยู่คือ Obermarkt 44, Mittenwald
Tel. 08824/1337 เสร็จแล้วก็ขับรถไป 150 ก.ม. เพื่อไป ออสเตรียเพื่อเที่ยว Hallstatt หมู่บ้านออสเตรียริมน้ำที่ Unesco ยกให้เป็นมรดกโลก
ศาล

 
ถนนคนเดินหน้าโรงแรม จะเห็น โบสถ์ Saints Peter and Paul อยู่ด้านหลัง เสียงระฆังจากโบสถ์ในตอนเย็นเพราะมาก            รูปภาพที่ผนังตึก
 
โรงแรม Alphenrose ที่เราพัก                                                                                       หมู่บ้านยามเย็นหลังเสียงระฆังจากโบสถ์

พนักงานต้อนรับที่โรงแรม Alphenrose

 
ร้านขายขาหมูเยอรมัน ไส้กรอกเยอรมัน เจ้าอร่อย Metzgerei kieder                                  วงเวียนมีไวโอลินไม้อยู่กลางวงเวียนเล็กในหมู่บ้าน
 
สวนหย่อมก่อนถึงถนนคนเดิน                                                                               ถนนคนเดิน(ห้ามรถเข้า)ยามเย็น

Hallstatt

เพื่อนๆ
     เราออกจาก Mittenwald ตอนเช้า กด GPS ให้พาเราไปที่ Hallstatt ถนนจาก Mittenwald ไปยัง Hallstatt ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ   GPS พาเราลัดเลี้ยวเลาะไปตามหมู่บ้านต่างๆ บางช่วงถนนก็ค่อนข้างเปลี่ยวเพราะไม่มีบ้านคนอยู่ เราก็ขับตามคำสั่ง ระยะทาง 150 ก.ม.ใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง เพราะถนนแคบลัดเลาะไปตามภูเขา เมื่อมาถึงเห็นภาพแล้วหายเหนื่อยเลย
     Hallstatt เป็นหมู่บ้านเชิงเขาริมทะเลสาบ สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงทางด้านการทำเหมืองเกลือ เหมืองเกลือแห่งแรกของโลกก็ตั้งอยู่ที่นี่ เนื่องจากเกลือเป็นของมีค่ามาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้เชื่อว่า Hallstatt ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆจะเป็นที่อยู่อาศัยแห่งแรกๆของมนุษย์อพยพในยุคแรกๆ
ศาล

 
วิวหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ


 
ทางเดินแคบๆในหมู่บ้านเล็กๆที่มีผู้อยู่อาศัยไม่ถึงพันคน                                                   โรงแรมริมทะเลสาบที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

Konigssee

เพื่อนๆ
     จาก Hallstatt ประเทศออสเตรียเราก็ขับรถเพื่อไปเที่ยวที่ Konigssee ประเทศเยอรมันนีที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตร เราขับรถไปพักที่ Guest House ห่างจาก Konigsseeประมาณ 10 กิโลเมตร Check in ที่Guest House เสร็จก็รีบขับรถไปเที่ยว Konigssee  เราไปทันเรือเที่ยวสุดท้าย 16.15 น. พอดี 
     Konigssee เป็นทะเลสาบที่น้ำใสสะอาดที่สุดในเยอรมันนี(เขาโฆษณาว่าอย่างนั้น)และลึกเป็นอันดับ 3 ของทะเลสาบทั้งหมดในเยอรมันนี เรือที่จะวิ่งในทะเลสาบนี้ต้องเป็นเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น เรือที่ใช้น้ำมันห้ามวิ่งเพราะกลัวน้ำเสีย เรือพายใช้ได้ จุดเด่นอีกอย่างของ Konigssee ก็คือ ทะเลสาบนี้ล้อมรอบไปด้วยภูเขาสูงที่เป็นหินธรรมชาติ เมื่อมีเสียงดังเสียงก็จะก้องมาก เรือนำเที่ยวจะไปจอดกลางทะเลสาบ แล้วให้พนักงานประจำเรือซึ่งแต่งตัวเป็นทหารเรือเป่าแตรเพื่อให้เสียงแตรสะท้อนภูเขาดังทั่วทะเลสาบ แม้ว่าคนเป่าแตรจะหยุดเป่า เสียงแตรก็ยังคงสะท้อนอยู่ 4-5รอบ จากนั้นเรือก็จะพาไปสุดทะเลสาบเพื่อให้เราได้เที่ยวและถ่ายรูปโบสถ์ที่มีกลุ่มนักจาริกแสวงบุญสร้างไว้ หลังจากนั้นก็กลับเข้าฝั่ง
     จากท่าเรือเราก็ขับรถเข้าเมืองเพื่อทานอาหารเย็นและหาร้าน internet เพื่อจองโรงแรมเมืองต่อไป โดยเราเลือกที่จะพักที่เมือง Garmish Pertenkirchen( Garmish)โดยจองโรงแรม Mercure เสร็จแล้วก็กลับที่พักที่อยู่บนเขา ปรากฏว่าทางขึ้นเขากลับที่พักมืดมาก ที่พักก็ปิดไฟมืดทำให้เรามองไม่เห็นทางเข้าที่พักทั้งๆที่เราขับผ่านไปตั้งหลายรอบ แต่มองไม่เห็นซอยที่เลี้ยวเข้าที่พัก จนกระทั่งได้ยินเสียงม้าร้องเราก็จำได้เพราะ ที่เราพักเขาเลี้ยงม้าไว้ 2-3 ตัว เราก็เลี้ยวตามเสียงม้าเข้าไปที่จอดรถ ไฟฟ้าตรงที่จอดรถก็จะเปิดโดยอัตโนมัติเมื่อมีวัตถุผ่านเข้ามา พอเราเข้าห้องพัก ไฟฟ้าที่จอดรถก็จะดับอัตโนมัติ
     รุ่งขึ้นก็ตื่นแต่เช้า เนื่องจากที่พักเราอยู่เชิงเขาอากาศเย็นมากต่ำกว่า 10 องศา มีหมอกปกคลุมเต็มไปหมดจนไม่เห็นภูเขาที่อยู่ข้างที่พัก เจ้าของบ้านก็ตื่นมาทำอาหารเช้าให้ทาน เจ้าของบ้านใจดีมาก Guest House ที่นี่ได้รางวัลมีป้ายยกย่องติดไว้ ทานอาหารเช้าเสร็จก็เตรียมเดินทางไป เมืองGarmishประเทศเยอรมันนี โดยจะแวะเที่ยวที่เมือง Salzburg ประเทศ ออสเตรียก่อน
ศาล
  
หมอกยามเช้าบริเวณที่พักที่อยู่ติดภูเขา

 
ถ่ายรูปกับเจ้าของบ้านใจดี                                                                  
 
วิวที่ทะเลสาบKonigssee                                                                                           โบสถ์ที่Konigssee

วิวถ่ายจากเรือที่ Konigssee

Salzburg

เพื่อนๆ
     หลังจากทานอาหารเช้าที่ Guest House ใกล้Konigssee เรียบร้อยเราก็ Check out ขับรถแวะไปเที่ยวที่ Salzburg ก่อน โดยเราขับรถไปที่ Information เพื่อถามข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Salzburg เราสนใจอยากจะดูสถานที่ถ่ายทำหนังเรื่อง The Sound Of Music ปรากฏว่าทัวร์วันนี้ออกไปแล้ว ต้องรอพรุ่งนี้ เขาแนะนำให้ไปเทียวโบสถ์ที่ถ่ายทำ หนังเรื่อง Sound Of Music ซึ่งอยู่ไม่ไกล เราเลยตกลงไปที่โบสถ์ที่เขาแนะนำ
ศาล


ที่ตั้งของ Information Center อยู่ใกล้รถรางไฟฟ้า
 
Salzburg



Garmish Pertenkirchen

เพื่อนๆ
     จาก Salzburg ประเทศออสเตรีย เราก็ขับรถไปอีก ประมาณ 250 กิโลเมตรไปยังเมือง Garmish ประเทศเยอรมันนี Garmish ตั้งอยู่เชิงเขาใกล้ชายแดนออสเตรีย เป็นเมืองน่าอยู่ มีภาพวาดติดผนังคล้าย Mittenwald แต่เมือง Garmish ใหญ่กว่า Mittenwald เยอะ เรา Check in แล้วก็เดินเล่นชมเมือง อากาศเย็น เดินไปจนเจอร้านไก่ทอด เจ้าของเป็นคนยูโกสลาเวียเปิดร้านขายไก่ทอดที่นี่สิบกว่าปี โอนสัญชาติเป็นคนเยอรมันแล้ว ร้านนี้ลูกค้าค่อนข้างเยอะ เจ้าของอัธยาศัยดีมาก แนะนำให้เราไปเที่ยวภูเขา Zugspitz ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุดในเยอรมัน สูง 2,964 เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงเป็นอันดับ 2 ในยุโรปรองจากเทือกเขา Alp
ศาล

  
เมือง Garmish
 
เมือง Garmish

เจ้าของร้านไก่ทอดชาว ยูโกสลาเวียยืนเต๊ะท่าหน้าร้านให้เราถ่ายรูป

Nancy and Reim (Champagne)

เพื่อนๆ
     หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราก็ check out แวะๆไปดูสถานีรถไฟฟ้าขึ้นเขา Zugspitz เขาที่สูงสุดในประเทศเยอรมันนี เราไปถึงสถานีรถไฟฟ้าที่อยู่เชิงเขา ปรากฏว่ารถไฟฟ้าออกไปแล้ว เราก็ขับรถวนดูวิวรอบสถานี เสร็จแล้วก็ขับรถไปฝรั่งเศส เพื่อเดินทางขึ้นเหนือไป เนเธอร์แลนด์ และ เบลเยี่ยม เนื่องจากระยะทางจาก Garmish ประเทศเยอรมันนีถึงที่พักเราที่ชานเมือง Paris นั้นประมาณ 1,000 กิโลเมตร เราต้องพักระหว่างทาง 1 คืน เราตัดสินใจพักค้างคืนที่เมือง Nancy ครึ่งทางก่อนถึง Paris ก่อนจากประเทศเยอรมัน ผมยังติดใจขาหมูและไส้กรอกที่เมือง Mittenwald ประเทศเยอรมัน เลยขับรถไป Mittenwald เพื่อซื้อไส้กรอกและขาหมูไว้กินระหว่างทางเข้าฝรั่งเศสและถือโอกาสชมเมืองและซื้อของที่ระลึกอีกรอบก่อนจากเยอรมันไป เราถึง Nancy เย็น ทานอาหารเย็นแล้วชมเมืองก่อนพักผ่อนเพื่อเดินทางต่อวันรุ่งขึ้น
     วันรุ่งขึ้นทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้วออกเดินทางไปปารีส ระหว่างทางได้แวะที่เมือง Reim แคว้น Champagne ประเทศฝรั่งเศส แชมเปญฝรั่งเศสชื่อดังๆส่วนใหญ่ก็มาจากที่นี่ เราถึงที่ Yerre ชานเมือง Paris ค่อนข้างมืด
ศาล 
 
 

 

 
วิวเมือง Reim แคว้น Champagne                                                                  วิวเมือง NANCY
 
เจอกระทิงแดงขายดีที่สุดในยุโรปเลยถ่ายมาให้ดู                                                               วิวเมือง Nancy

Amsterdam, Netherland


เพื่อนๆ
     วันรุ่งขึ้นก็ลุยขึ้นเหนือไปประเทศเนเธอร์แลนด์เลย เราไปถึงAmsterdam เมืองหลวงประเทศเนเธอร์แลนด์ก็เย็นพอดี ขับรถมา600กว่ากิโลเมตร พักที่ Novotel อยู่นอกเมืองสุดสายรถรางไฟฟ้าพอดี ที่พักคืนละ 120 ยูโร เสียค่าจอดรถของโรงแรมอีกคืนละ 17 ยูโร Check in เสร็จก็หาโปรแกรมเที่ยวเลย เห็นมีรายการลงเรือชมวิวแม่น้ำเคล้าแสงเทียนก็เลยไปถามรายละเอียด เจ้าหน้าที่โรงแรมบอกว่าต้องไปลงเรือที่ท่าเรือในเมืองใกล้สถานีรถไฟ เราต้องนั่งรถรางไฟฟ้าจากสถานีข้างโรงแรมไปลงที่สถานีรถไฟแล้วเดินไปที่บริษัททัวร์ที่อยู่ใกล้แม่น้ำเพื่อซื้อตั๋ว เราก็เดินหาสถานีรถรางข้างโรงแรมเพื่อไปยังท่าเรือ หาซักพักก็เจอสถานี พอถึงสถานีรถไฟ เราก็เดินหาบริษัททัวร์ เรือจะออกประมาณ 3 ทุ่ม เรามีเวลาเหลือ 2 ชั่วโมงเลยเดินหาร้านอาหาร เจอร้านอาหารไทยเลยเข้าไปทานอาหารเย็นที่นั่น เจ้าของร้านคนไทยบอกร้านอาหารไทยที่นี่มีหลายร้าน ขายดีทุกร้าน ฝรั่งชอบอาหารไทยเพราะเป็นอาหารสุขภาพมีสมุนไพรเยอะ ทานเสร็จได้เวลาก็เดินไปท่าเรือ อากาศหนาวมากจนตัวสั่น เราไม่ได้เตรียมเสื้อ Coat มา ใช้เวลาทัวร์แม่น้ำประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง เสร็จแล้วก็นั่งรถรางกลับโรงแรมเกือบเที่ยงคืน
ศาล

 
วิวเมือง Amsterdam                                                                                              

 
ร้านอาหารไทยอยู่แถวนี้                                                                                                       วิวถ่ายจากเรือ


วิวถ่ายจากเรือ

Brugge, Belgium

เพื่อนๆ
     วันรุ่งขึ้นทานอาหารเช้าเสร็จก็ออกเดินทางไปประเทศเบลเยี่ยม เราเลือกที่จะไปเมือง Brugge เมืองที่สวยที่สุดในเบลเยี่ยมและเป็นเมืองมรดกโลกของ Unesco ใช้เวลาขับรถประมาณ 3 ชั่วโมงจาก Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ เราถึง Brugge ประมาณเที่ยง คุยกับตำรวจเขาแนะนำให้มาที่เมืองเก่าซึ่งเป็นเมืองมรดกโลก ปรากฏว่าไม่ผิดหวังสวยมาก โชคดีที่เมืองนี้กำลังมีงาน  Procession of The Holy Blood มีขบวนพาเหรดในช่วงบ่าย เรามาทันเวลาพอดี รีบหาที่จอดรถซึ่งหายากมากเพราะคนแน่นมาก หาที่จอดรถได้ไกลจากที่มีงานมาก เราต้องเดินซักพักก็ถึงที่จัดงาน เลยยืนรอขบวนพาเหรด ขบวนที่เขาจัดใหญ่โตมากเกี่ยวกับศาสนา แต่งตัวย้อนยุค ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัยร่วมเดินขบวนพาเหรดแต่งตัวสวยงามตามเนื้อเรื่องทางศาสนา เรายืนดูด้วยความเพลิดเพลินจนจบในช่วงเย็น เลยรีบขับรถกลับที่พักชานเมือง Paris ที่ Yerre โดยสวัสดิภาพ 
     ผมหวังว่าที่เขียนเล่ามายืดยาว 18 ตอนจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆที่มีแผนจะเที่ยวหรือขับรถเที่ยวยุโรปบ้างนะครับ
ศาล

 
วิวเมือง Brugge



  
ขบวนพาเหรดในงาน Procession Of The Holy Blood



 



 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80