OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
02

ขับรถเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ ไหว้พระที่วัดเสาร้อยต้น เที่ยวสังขละบุรีและลงเรือชมโบสถ์ใต้บาดาล
    
     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเดือนสิงหาคมพาเที่ยวเมืองกาญจนบุรีต่อจากคราวที่แล้วที่พาเที่ยวหมู่บ้านอีต่อง คราวนี้จะพาไปเที่ยวด่านเจดีย์สามองค์ ข้ามไปไหว้พระที่วัดเสาร้อยต้นทางฝั่งพม่า เที่ยวสังขละบุรีและลงเรือชมโบสถ์ใต้บาดาล
     หลังจากที่เที่ยวหมู่บ้านอีต่องที่ปิล๊อกแล้ว เราก็กลับมาพักที่โรงแรมGreenworld ที่หินดาด วันรุ่งขึ้นเราก็ออกจากโรงแรมแต่เช้าเพื่อไปชมตลาดทองผาภูมิยามเช้า

 
บรรยากาศยามเช้าระหว่างขับรถจากโรงแรมไปตลาดทองผาภูมิ 
  


 ตลาดทองผาภูมิอยู่ห่างจากโรงแรมประมาณ 20กิโลเมตร


ตลาดยามเช้าที่ทองผาภูมิ

 
ผักสดๆจากสวนชาวบ้าน                                                                       ปลาเป็นๆราคาถูกจากเขื่อนวชิราลงกรณ์
 
ปลาสดๆที่ทำความสะอาดแล้ว

 
ตลาดทองผาภูมิล้อมรอบด้วยภูเขา                                                    ที่ทองผาภูมิจะเห็นหมอกบนภูเขาในตอนเช้าเกือบตลอดปี ไม่ต้องรอถึงฤดูหนาว       

หมอกยามเช้าบนภูเขาที่ล้อมรอบตลาดทองผาภูมิสวยงามมาก
 
สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 อยู่ริมแม่น้ำใกล้ตลาดทองผาภูมิ
 
 
    หลังจากชมตลาดทองผาภูมิยามเช้าแล้ว เราก็ขับรถไปเที่ยวเขื่อนวชิราลงกรณ์ที่อยู่ห่างจากตลาดทองผาภูมิประมาณ 4-5 กิโลเมตร

 

 
ขับรถเข้าเขื่อนเห็นทะเลหมอกด้านข้างและด้านหน้าสวยงามมาก

ทางขึ้นสันเขื่อนค่อนข้างชัน รถบัสห้ามขึ้น

     เขื่อนวชิราลงกรณ์เดิมชื่อเขื่อนเขาแหลม เป็นเขื่อนหินถมแห่งแรกในประเทศไทย เททับด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  เขื่อนสูง 92 เมตร กว้าง 10 เมตร ยาว 1,019 เมตร เขื่อนนี้เป็นเขื่อนเอนกประสงค์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก สร้างปิดกั้นแม่น้ำแควน้อยบริเวณตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ ตัวอ่างเก็บน้ำอยู่ในอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละบุรี เขื่อนนี้มีพื้นที่รับน้ำฝน 3,720 ตารางกิโลเมตร เริ่มก่อสร้างมีนาคม 2522 เสร็จปี 2527 เปิดเขื่อนอย่างเป็นทางการวันที่ 9 มกราคม 2529
     การสร้างเขื่อนครั้งนี้ทำให้บ้านเรือนและวัดวังก์วิเวการามจมอยู่ใต้น้ำ ชาวบ้านต้องย้ายวัดและบ้านเรือนมาอยู่เหนือเขื่อน



  
วิวถ่ายจากสันเขื่อน                                                 มีเรือขนาดใหญ่ของการไฟฟ้าให้เช่าชมเขื่อน

หมอกยามเช้าบนภูเขารอบเขื่อน

   
  หลังจากเที่ยวเขื่อนวชิราลงกรณ์แล้ว เราก็ขับรถต่อไปยังด่านเจดีย์สามองค์ ระหว่างทางเราก็แวะที่โรงงานผลิตรองเท้าHush Puppy และเป็น outlet ขายรองเท้าราคาโรงงาน N15* 18.133' E098* 23.487'

   

    
ต่อจากนั้นเราก็ขับรถไปที่โรงงานผลิตเสื้อส่งออกที่อยู่ใกล้กันซื้อเสื้อราคาโรงงาน

 


โรงงานผลิตเสื้อส่งออก N15* 18.100' E098* 23.398'
 
ตัวอย่างเสื้อขายราคาโรงงาน

     จากนั้นเราก็เดินไปที่โรงงานผลิตกระเป๋าตามสั่งที่อยู่ใกล้กัน โรงงานนี้รับผลิตกระเป๋าตามสั่งจากต่างประเทศและในประเทศ


กระเป๋ากันความร้อนที่ผลิตเสร็จแล้วเตรียมส่งห้างสรรพสินค้าในประเทศสหรัฐอเมริกา  

เสื้อราคาโรงงาน ส่วนใหญ่ส่งขายประเทศญี่ปุ่น

     จากโรงงานผลิตเสื้อส่งออก เราก็ขับรถประมาณ 5 นาทีก็ถึง พระเจดีย์สามองค์ N15*18.096' E098*23.217'

  

     ทางรถไฟสายมรณะจากกาญจนบุรีมาเชื่อมต่อกับทางรถไฟจากพม่าที่ด่านเจดีย์สามองค์ในช่วงสงครามโลกครั้งทึ่ 2 ปัจจุบันทางรถไฟสายนี้ถูกยกเลิกไปแล้ว รถไฟจากกรุงเทพฯจะวิ่งผ่านเมืองกาญจนบุรีมาสิ้นสุดที่น้ำตกไทรโยคน้อยเท่านั้น

       

     พระเจดีย์สามองค์เดิมเป็น หินสามกอง เป็นสถานที่สักการะบูชาก่อนออกเดินทางออกจากเขตประเทศไทยไปพม่า ต่อมาในปีพ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรีเจ้าเมืองสังขละบุรีในขณะนั้นได้เป็นผู้นำชาวบ้านก่อสร้างให้เป็นพระเจดีย์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน



  

  

ร้านค้าขายของที่ระลึกบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ส่วนใหญ่จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้และเครื่องประดับ

 
สุดแดนตะวันตกที่นี่

   
ร้านขายกล้วยไม้ป่าตั้งอยู่ฝั่งพม่าแต่คนซื้อยืนซื้ออยู่ฝั่งไทย

  
จากนั้นเราก็ทำบัตรผ่านแดนเพื่อขับรถข้ามชายแดนเข้าไปไหว้พระวัดสามร้อยต้นที่พม่า


ศุลกากรฝั่งไทย
 
ศุลกากรฝั่งพม่า
 
                                                                                                           วัดเสาร้อยต้นในพม่า

 
วัดเสาร้อยต้น ( พิกัด N 15* 18.444' E 098* 23.340') สร้างโดยหลวงพ่ออุตตมะ ที่เป็นที่เครรพบูชาของชาวไทย มอญ และพม่า และหลวงพ่ออุตตมะเคยจำพรรษาที่วัดนี้
 


ถ้าไม่อยากขับรถข้ามมาฝั่งพม่าหรือไม่มีรถ ก็สามารถจ้างมอเตอร์ไซด์รับจ้างฝั่งพม่าพามาไหว้พระที่วัดเสาร้อยต้นได้

 
พระพุทธรูปภายในวัดเสาร้อยต้น                           บันไดไม้ขึ้นไปยังชั้นสองของวัด
 
บริเวณรอบนอกวัดเสาร้อยต้น

พระพุทธรูปของพระพุทธเจ้าประทับบนดอกบัวพร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูปอยู่บริเวณด้านหลังของวัดเสาร้อยต้น เจ้าอาวาสวัดเสาร้อยต้นบอกว่าจะสร้างให้ครบ 500 รูป

     จากวัดเสาร้อยต้น เราก็ขับรถไปยังวัดเจดีย์สีทอง (พิกัด N15* 18.525' E098*23.217') ซึ่งอยู่ห่างจากวัดเสาร้อยต้นประมาณ 2 กิโลเมตร ถนนขุรขระมากเป็นลูกรังตลอด

 

 
ระหว่างทางเราผ่านศาลาสำหรับพระสงฆ์มาทำวัดปฏิบัติธรรม
 
ศาลาสำหรับพระสงฆ์ทำวัดและปฏิบัติธรรม อยู่ด้านหลังของวัดเสาร้อยต้นระหว่างทางไปวัดเจดีย์สีทองที่อยู่บนเขา


เราขับรถมาประมาณ 2 กิโลเมตรก็ถึงทางขึ้นเขาไปวัดเจดีย์สีทอง
 
วัดเจดีย์สีทอง                                                         วิวถ่ายจากวัดเจดีย์สีทอง
  

 
ด้านหลังของภูเขาที่อยู่ไกลออกไปข้างหน้าก็เป็นเมืองทวาย เขตเศรษฐกิจใหม่ของพม่า
 


หมู่บ้านพญาตองซูถ่ายจากวัดเจดีย์สีทอง

     จากวัดเจดีย์สีทอง เราก็ขับรถกลับฝั่งไทย ระหว่างทางผ่านตลาดพญาตองซู พิกัด N15*18.248' E098*22.816'  ก็เลยแวะเที่ยว ตลาดพญาตองซูค่อนข้างเงียบเหงา

  

  



 
เห็นแม่ค้าขายกุ้งทอดก็เลยแวะซื้อ ขายแพละ10บาท ฝั่งพม่ารับเงินบาทไทย
 
ร้านค้าในตลาดพญาตองซูเงียบเหงามาก                                  กุ้งแพ 10 บาทถูกมาก เพราะใช้กุ้งค่อนข้างใหญ่ กุ้งพม่าอร่อยและสดมาก

     จากตลาดพญาตองซูฝั่งพม่า เราก็ขับรถกลับมาฝั่งไทย ขับรถผ่านด่านเจดีย์สามองค์ไปยังร้านอาหารซองกาเลียที่สังขละบุรีเพื่อทานอาหารกลางวัน พิกัดร้านอาหาร N15*08.745' E098*26.723'

 
วิวสะพานอุตตมานุสรณ์หรือสะพานไม้มอญถ่ายจากร้านอาหารซองกาเลีย    ร้านอาหารซองกาเลีย
 
ทานอาหารเสร็จ เราก็ขับรถต่อไปยังวัดวังก์วิเวการาม

วัดวังก์วิเวการามพิกัด N15*07.952' E098*26.699'

     วัดวังก์วิเวการามหรือวัดหลวงพ่ออุตตมะเป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและชาวมอญร่วมกันสร้างในปี2496ที่บ้านวังกะล่าง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ในระยะแรกมีเพียงกุฏิและศาลา มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ แต่ชาวบ้านโดยทั่วไปเรียกว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสายคือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบิคลี่ แม่น้ำรันตีไหลมาบรรจบกัน ในปีพ.ศ.2505 ได้รับอนุญาตจากกรมศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม
     ต่อมาปีพ.ศ.2527 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งเมื่อกักเก็บน้ำแล้ว น้ำในเขื่อนจะท่วมตัวอำเภอเก่ารวมทั้ง วัดวังก์วิเวการามและบริเวณหมู่บ้านชาวมอญทั้งหมด ทางวัดจึงได้ย้ายมาสร้างใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบันอยู่บนเนินเขา หลวงพ่ออุตตมะได้จัดสรรที่ดินของวัดให้ชาวบ้านครอบครัวละ 30 ตารางวา ปัจจุบันหมู่บ้านชาวมอญมีพื้นที่ราว 1,000 ไร่เศษ มีผู้อาศัยประมาณ 1,000 หลังคาเรือน ชาวบ้านส่วนใหญ่หาเลี้ยงชีพโดยการปลูกพืชผักสวนครัวตามชายน้ำและทำประมงชายฝั่ง คนหนุ่มสาวบางส่วนนิยมเป็นลูกจ้างในโรงงานที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้าน
     ส่วนวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิม ปัจจุบันพระอุโบสถหลังเก่าจมอยู่ใต้น้ำในช่วงหน้าฝนและจะโผล่เหนือน้ำในช่วงหน้าแล้ง มีชื่อเสียงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว Unseen in Thailand

 
ภายในวัดวังก์วิเวการาม

 
ร่างของหลวงพ่ออุตตมะบรรจุอยู่ในโลงแก้ว ด้านหน้าเป็นรูปปั้นหลวงพ่ออุตตมะ


 
วัดวังก์วิเวการาม
 
วิหารพระหินอ่อน                                                                                 
ทางขึ้นวิหารพระหินอ่อน

พระหืนอ่อน

     ต่อจากนั้นเราก็ขับรถไปที่พุทธคยาจำลอง พิกัด N15* 07.725' E098*27.007' ที่หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2520โดยจำลองมาจากเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย



  

  

     จากนั้นเราก็ขับรถไปที่สะพานอุตตมานุสรณ์หรือสะพานไม้มอญ พิกัด N15*08.455' E098*26.956' ซึ่งสร้างขึ้นโดยดำริของหลวงพ่ออุตตมะในปีพ.ศ. 2529-2530 โดยใช้แรงงานชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวมอญ


ทางเดินข้ามสะพานไม้มอญ
 
สะพานไม้มอญนี้ยาวที่สุดในประเทศไทยคือยาว 850 เมตรและยาวเป็นอันดับสองของโลกรองจาก สะพานไม้อูเบ็ง ประเทศพม่า
 
สะพานไม้มอญสร้างขึ้นโดยดำริของหลวงพ่ออุตตมะเพื่อให้ชาวบ้านใช้สัญจรไปมา ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสังขละบุรี    สะพานไม้มอญสร้างข้ามแม่น้ำซองกาเลีย

    
จากนั้นเราก็ขับรถไปที่ท่าเรือเพื่อลงเรือไปชมโบสถ์ใต้น้ำ โดยเหมาเรือหางยาวไปลำละ 300 บาท

 
ทางลงเรือไปดูโบสถ์ใต้น้ำ                                    ท่าเทียบเรือหางยาวของบริษัทเรือนำเที่ยวของชาวบ้าน
 
วิวสะพานไม้มอญถ่ายจากเรือ (เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม2556 สะพานไม้มอญนี้ถูกกระแสน้ำพัดขาดยาวประมาณเกือบ 80 เมตร คาดว่าคงใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะซ่อมเสร็จ)

พุทธคยาจำลอง

    
ในช่วงหน้าฝน น้ำเต็มเขื่อน โบสถ์จะจมอยู่ใต้น้ำ แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำในเขื่อนจะลดลงมาก ทำให้เราสามารถเห็นโบสถ์และลงไปชมได้

 
หอระฆังของวัดวังก์วิเวการาม(เก่า)

 
ที่พักสงฆ์

โบสถ์ ที่พักสงฆ์ และหอระฆังของวัดวังก์วิเวการาม (เก่า) จะจมอยู่ใต้น้ำในหน้าฝนที่มีน้ำเต็มเขื่อน แต่ในหน้าแล้งน้ำแห้งโบสถ์จะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ นักท่องเที่ยวสามารถลงไปเที่ยวได้

 
โบสถ์


 
ภายในโบสถ์
   
ภายนอกโบสถ์                                                       
วิวถ่ายจากในโบสถ์
 
มัคคุเทศก์น้อยพาเที่ยว                                 ด้านหน้าโบสถ์ มัคกคุเทศก์น้อยแนะนำให้วางหิน3 ก้อนซ้อนกัน เพื่อความเป็นศิริมงคล
    
ยอดเจดีย์ที่หล่นมายอดหัก
                                                                                             มัคคุเทศก์น้อยซึ่งเป็นเด็กนักเรียนมาช่วยกันจับเรือไม่ให้โคลง พวกเราจะได้ขึ้นเรือได้สะดวก
 

    
แล้วขับรถลงเขากลับทองผาภูมิเพื่อทานอาหารค่ำที่นั่น 



 


 


 

 

 




  
 
 
 




 

 

 


 

 

 

 



 


 

  
 

 

 

 


Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80