OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
06

ขับรถลงเรือเที่ยวอ่าวมาหยาและสระมรกต

     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเดือนตุลาคมพาลงใต้เพื่อไปเที่ยวอ่าวมาหยาและสระมรกตที่กระบี่ เราออกเดินทางช่วงสายต้นเดือนตุลาคม 2556 เพื่อเดินทางไปกระบี่ จะขับรถรวดเดียว 800 กว่ากิโลเมตรจากกรุงเทพฯถึงกระบี่ก็คงจะเหนื่อยเกินไป พรรคพวกเลยขอพักที่หัวหิน 1 คืนก่อนออกเดินทางต่อไปกระบี่ ระหว่างทางไปหัวหินเราแวะไหว้พระที่วัดกุฏิบางเค็มที่เพชรบุรี พิกัด N13*17.769' E099*49.904'
     วัดกุฏิบางเค็มเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา โดดเด่นที่อุโบสถสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ผนังด้านนอกแกะสลักแบบลอยตัวต่อเนื่องตลอดฝาผนังโดยฝีมือช่างชาวเพชร แกะสลักเป็นเรื่องราวชาดกตอนต่างๆ อาทิ มหาชาติชาดก 13 กัณฑ์ ทศชาติชาดก ไซอิ๋ว เป็นต้น พระอุโบสถไม่ได้เปิดให้เข้าชมภายใน เพราะจุดเด่นคือด้านนอกซึ่งเป็นงานแกะสลักบนไม้สักทั่วทั้งหลังรอบทุกด้าน เป็นงานศิลปะอันทรงคุณค่าอย่างหนึ่งที่ช่างไม้ไทยได้ฝากไว้เป็นมรดกตกทอดมาถึงปัจจุบัน ปัจจุบันบางส่วนก็เริ่มสึกหรอชำรุดแล้ว สมควรที่ผู้เกี่ยวข้องจะต้องเร่งซ่อมแซมอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพดีสืบต่อไป
 
 

 



     วัดกุฏิบางเค็มนอกจากจะมีอุโบสถไม้สักแกะสลักทั้งหลังแล้ว ก็ยังมีหมู่กุฏิสงฆ์สร้างด้วยไม้สักขนาดใหญ่อีกด้วย

 
ภายในหมู่กุฏิสงฆ์สร้างด้วยไม้สักสวยงาม
 


ด้านนอกหมู่กุฏิสงฆ์

     หลังจากไหว้พระที่วัดกุฏิบางเค็มแล้ว เราก็เดินทางต่อไปแวะพักที่หัวหิน วันรุ่งขึ้นเราก็เดินทางต่อไปยังกระบี่ พักที่อ่าวนางวิลลา พิกัด N08*01.902' E098*49.404' ตอนเย็นก็ทานอาหารที่ร้านวังทรายซีฟู๊ดที่อ่าวนาง อาหารอร่อยไม่แพง แต่คนแน่นเพราะมีทัวร์ไทยและเทศมาทานอาหารที่ร้านนี้มาก บรรยากาศดีเพราะติดทะเล

 
ภายในร้านอาหารวังทรายซีฟู๊ด พิกัด N08*02.295' E098*48.967'         


ด้านนอกร้านอาหารวังทรายซีฟู๊ด

  
โรงแรมอ่าวนางวิลลาติดทะเล โรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งในกระบี่

     วันรุ่งขึ้นเราก็เดินทางไปเที่ยวอ่าวมาหยาซึ่งอยู่ที่เกาะ พีพีเล เราซื้อทัวร์จากโรงแรมซึ่งช่วงนี้ทางโรงแรมลดราคาให้เป็นพิเศษเหลือค่าทัวร์คนละ 1,500 บาทจากราคาปกติ 1,800 บาท เดินทางด้วยเรือ เจ็ทสกีขนาดใหญ่ วันที่เราเดินทางอากาศเปิด แดดดีทั้งวัน คนแน่นมาก ราคานี้รวมอาหารกลางวันด้วย บนเรือก็มีน้ำดื่มบริการตลอด ทางบริษัททัวร์มารับเราที่โรงแรมประมาณ 08.30 น และตระเวณรับนักท่องเที่ยวโรงแรมอื่นๆ เราไปถึงท่าเรือประมาณ 09.15 น เรือออกเดินทางเวลา 09.30 น โปรแกรมเดินทางจะเริ่มต้นจากท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา เดินทางไปเกาะพีพี ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางด้วยเรือเจ็ทสกีประมาณ45 นาที ถ้าเดินทางด้วยเรือโดยสารขนาดใหญ่จะใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง เราจะแวะที่เกาะไม้ไผ่ แวะอ่าวไวกิ้ง อ่าวปิเละและ อ่าวมาหยา ที่เกาะพีพีเล หลังจากนั้นก็จะไปทานอาหารกลางวันที่เกาะพีพีดอน แล้วแวะดำน้ำดูปะการังที่ Shark Point ก่อนกลับเข้าฝั่งเวลาประมาณ 16.00 น

 
นักท่องเที่ยวรอที่ท่าเรือหาดนพรัตน์ธาราเพื่อเดินทาง

เรือเจ็ทสกีขนาดใหญ่แต่ละลำจุได้เต็มที่90คน วันที่เราเดินทางมีนักท่องเที่ยวเฉพาะบริษัทนี้ 120 คน ต้องใช้เรือเจ็ทสกี 2 ลำ
 
จุดแรกที่แวะคือเกาะไม้ไผ่
 
     เกาะไม้ไผ่เป็นเกาะขนาดเล็กตั้งโดดเดี่ยวกลางทะเล อยู่ห่างฝั่งกระบี่ประมาณ 40 กิโลเมตร ก่อนถึงเกาะพีพีประมาณ 2 กิโลเมตร เกาะไม้ไผ่เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่ในพื้นที่ดูแลของอุทยานแห่งชาตินพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี  ด้านหน้าเกาะมีชายหาดยาวตลอดแนวตั้งแต่หัวเกาะไปยังท้ายเกาะ น้ำทะเลที่นี่มีสีเขียวสวย หาดทรายขาวเนียน ใต้น้ำมีปะการังสวยเหมาะสำหรับการดำน้ำชมปะการัง
 


 

 

     จากเกาะไม้ไผ่เราก็ไปชมถ้ำไวกิ้งซึ่งอยู่บริเวณเกาะพีพีเล ที่ได้ชื่อว่าถ้ำไวกิ้งเพราะเชื่อกันว่า บริเวณนี้เป็นที่หลบภัยหรือหลบลมมรสุมของนักเดินเรือหรือโจรสลัด และได้วาดรูปเรือไว้ เป็นเรือใบสามเสา หัวงอน คล้ายลักษณะของเรือไวกิ้ง ดังนั้นชาวประมงที่มาค้นพบรูปนี้จึงเรียกว่าถ้ำไวกิ้ง และเมื่อปีพ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า ถ้ำพญานาคตามรูปร่างหินที่คล้ายพญานาค ถ้ำนี้มีหินงอกหินย้อยสวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นและเป็นเขตสัมปทานรังนก ปัจจุบันถ้ำไวกิ้งเปิดให้ชมเพียงด้านปากถ้ำเท่านั้นเพราะกลัวจะไปรบกวนนกนางแอ่น
     เลยถ้ำไวกิ้งไปประมาณ 500 เมตรก็เป็นอ่าวปิเละที่สวยงามมาก อ่าวปิเละมีลักษณะเป็นส่วนเว้าของเกาะเข้าเป็นห้องขนาดใหญ่มีโขดหินผาสูงชัน เมื่อลึกเข้าไปในหุบเขาดูคล้ายทะเลสาป มีชื่อว่าปิเละหรือทะเลใน ซึ่งทะเลส่วนนี้มีหน้าผารายล้อมเกือบจะเป็นวงกลม น้ำนิ่งใสเห็นปะการัง

 

 



  อ่าวปิเละ
 
 

 

 

 

 

     จากอ่าวปิเละเราก็ไปเที่ยวต่อที่อ่าวมาหยาซึ่งเป็นจุดเด่นของการลงเรือเที่ยวครั้งนี้



  

  

     อ่าวมาหยาตั้งอยู่บนเกาะพีพีเลซึ่งเป็นเกาะใหญ่อันดับ2 ในหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เป็นเวิ้งอ่าวขนาดเล็กรูปพระจันทร์เสี้ยวที่โอบล้อมด้วยเขาหินปูน น้ำทะเลสีเขียวสด หาดทรายละเอียดขาวสะอาด อ่าวมาหยามีชื่อเสียงติดระดับโลกหลังจากถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Beach (2000)
     อ่าวมาหยา เกิดขึ้นด้วยขบวนการเดียวกับอ่าวปิเละ ส่วนหนึ่งของหน้าผาที่โอบล้อมพังทลายกลายเป็นช่องเปิดขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับทะเลภายนอก น้ำทะเลไหลเวียนเข้าออกได้ เกาะนี้ตั้งอยู่ห่างฝั่ง40กว่ากิโลเมตร น้ำจึงใส หาดทรายนุ่มเท้าและสะอาด

 
เรือท่องเที่ยวจอดเต็มอ่าวมาหยา  
นักท่องเที่ยวเยอะมาก เรือจอดเต็มจนไม่เห็นหาด
  

  

 
นักท่องเที่ยวเต็มหาดอ่าวมาหยา
 


อดีตตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ที่มาเที่ยวเรือลำเดียวกันจัดฉากและเป็นตากล้องถ่ายรูปให้ บอกว่าถ้าใครมาไม่ได้ยืนถ่ายรูปที่มีช่องเขาอยู่ด้านหลังถือว่ามาไม่ถึงอ่าวมาหยา

     ออกจากอ่าวมาหยา เกาะพีพีเลเราก็แวะมาทานอาหารกลางวันที่เกาะพีพีดอนซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะพีพี มีท่าเรือ ร้านอาหาร โรงแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

 
ไกด์กำลังให้ข้อมูลและนัดแนะเวลาเดินทางหลังอาหารกลางวัน
 
ร้านอาหารในเกาะพีพีดอน  บริษัททัวร์ส่วนใหญ่จะให้นักท่องเที่ยวทานอาหารกลางวันที่นี่
 

 
นักท่องเที่ยวทยอยขึ้นเกาะพีพีดอนเพื่อมาทานอาหารกลางวันที่นี่


 
บรรยากาศรอบเกาะพีพีดอน
 
                                                                                                          ร้านอาหารบนเกาะพีพีดอน
 
ท่าเรือขนส่งสินค้าและผู้โดยสารบนเกาะ
 
เรือท่องเที่ยวมักง่ายเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์บนหาดทรายพีพีดอน เจ้าหน้าที่ควรเข้มงวดดูแลอย่างใกล้ชิด
  
นักท่องเที่ยวบางส่วนเหมาเรือหางยาวมาเที่ยว                                  นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาเที่ยวด้วยเรือเจ็ทสกี รวดเร็วปลอดภัย
   


แผนที่หมู่เกาะพีพี โปรแกรมท่องเที่ยวเราเริ่มที่ Bamboo Island (เกาะไม้ไผ่) วิ่งผ่านเกาะ Phi Phi Don (พีพีดอน) มาที่ Viking Cave (เกาะไวกิ้ง)  Pi-leh Bay (อ่าวปิเละ) และMaya Bay (อ่าวมาหยา) ที่เกาะPhi Phi Lay(พีพีเล)และไปทานอาหารกลางวันที่เกาะพีพีดอน
 
หลังจากทานอาหารกลางวันที่เกาะพีพีดอนเสร็จ เราก็ไปดำน้ำดูปะการังที่ shark point
 
น้ำใสมากเห็นปลาในน้ำชัดเจนแต่ไม่เห็นปลาฉลาม

 
    หลังจากดำน้ำดูปะการังเสร็จแล้ว เราก็กลับโรงแรม ตอนเย็นก็ไปทานอาหารเย็นที่ครัวธาราที่อยู่ใกล้ท่าเรือ ร้านครัวธารา พิกัด N08*02.813' E098*48.026' อาหารสดมาก มีกุ้ง ปู ปลาและlobster เป็นๆ ว่ายน้ำในตู้ปลา เราสามารถชี้เลือกให้มาทำเป็นอาหารได้
     หลังจากทานอาหารเย็นที่ครัวธาราเสร็จ เราก็ขับรถมาทานโรตีที่ร้านโรตีป้ายเหลืองที่หน้าโรงแรมกระบี่รีสอร์ท

 
                                                                                                          ร้านโรตีป้ายเหลืองเจ้าอร่อย พิกัด N08*02.250' E098*49.113' ลูกค้ายืนรอแน่นร้าน


 
ข้างร้านโรตีมีร้านขายกุ้งทอดและปอเปี๊ยะทอด ดูสะอาดและน่ากินมาก

     วันรุ่งขึ้นเราก็ออกจากโรงแรมไปเที่ยวน้ำตกร้อนพิกัด   N 07*55.993'  E099*12.448'    และสระมรกตพิกัด N 07* 55.381' E 099*15.592' ที่อยู่ห่างจากโรงแรมขึ้นไปยังจังหวัดตรังประมาณ 70 กิโลเมตร

  

  



     เราเดินตามทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติเพื่อไปน้ำตกร้อน

 

 


เส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านลำธารน้ำตกร้อน


 
นักท่องเที่ยวแช่น้ำในน้ำตกร้อนซึ่งมีขนาดค่อนข้างเล็ก
 
น้ำตกร้อนเกิดจากแหล่งแร่น้ำร้อนใต้ดินที่ซึมขึ้นมาจากผิวดิน ลักษณะคล้ายเป็นน้ำพุร้อน ไหลมารวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ ในบางช่วงของสายน้ำมีควันลอยขึ้นมา น้ำตกร้อนนี้จะไหลลงสู่คลองท่อม

    
จากน้ำตกร้อนเราก็ขับรถต่อไปที่สระมรกตที่อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกร้อน



  

   

 
    ทางเดินไปสระมรกตไปได้2 เส้นทาง เส้นทางเก่าสั้นหน่อยระยะทาง 800 เมตร เส้นทางใหม่ศึกษาธรรมชาติไกลหน่อย 1,400 เมตร



 

 
ตัดสินใจใช้เส้นทางศึกษาธรรมชาติไกลหน่อยแต่ทางเดินเป็นปูน เดินสะดวก วิวสวยแต่ไกล      วิวระหว่างทางเดินศึกษาธรรมชาติ

จุดท่องเที่ยวต่างๆในสระมรกต
 
จุดท่องเที่ยวจุดแรกที่เจอคือสระแก้ว
 
น้ำในสระใสเหมือนแก้ว

     จากสระแก้วเราก็เดินต่อมาที่สระมรกตซึ่งกำเนิดมาจากธารน้ำอุ่นในผืนป่าที่ราบต่ำภาคใต้ เป็นน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิประมาณ 30-50องศาเซลเซียส เป็นสระน้ำสวยกลางป่าที่มีน้ำใสสีเขียวมรกต เชื่อว่าน้ำที่มีสีเขียวเกิดจากแบคทีเรียและสาหร่ายในน้ำ



 

 
นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในสระมรกต


จากสระมรกตเราก็เดินต่อไปที่ศาลฤาษีที่มีสระฤาษีอยู่ใกล้กัน
 
สระน้ำที่อยู่ด้านข้างศาลฤาษีนี้ ชาวบ้านเรียกกันว่าสระฤาษีเชื่อว่าฤาษีใช้เป็นที่อาบน้ำ ชาวบ้านเชื่อว่าถ้าใครมาเล่นน้ำที่สระนี้จะประสบกับโชคร้ายหรือมีโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้ชาวบ้านไม่กล้าลงเล่นน้ำที่สระนี้
 
ฤาษีตาไฟได้เข้าฝันหลวงตาชูซึ่งเป็นพระธุดงค์ว่าจะมาอยู่เพื่อคุ้มครองลูกหลาน ชาวบ้านจึงได้จัดการปั้นรูปปั้นฤาษีเพื่อไว้บูชา ต่อมามีนักท่องเที่ยวมาขอพรแล้วได้สมปรารถนาก็เลยสร้างรูปปั้นฤาษีอีกหนึ่งองค์มาถวายเลยกลายเป็นฤาษีสององค์

     จากศาลฤาษีเราก็เดินต่อไปยังสระน้ำผุด ทางเดิน 200เมตรสุดท้ายก่อนถึงสระน้ำผุดต้องเดินเข้าในป่า หน้าฝนทางเดินจะค่อนข้างลื่นต้องระวัง



  

   

     สระน้ำผุดเป็นต้นกำเนิดสระมรกต เป็นบ่อน้ำใสสะอาด เพราะเป็นน้ำซับที่มาจากภูเขาหินปูน ทำให้ในน้ำมีสารละลายของแคลเซียมคาร์บอเนตที่ทำให้สารแขวนลอยในน้ำตกตะกอนได้ง่าย และที่เห็นน้ำผุดตลอดเวลาคล้ายน้ำเดือดเพราะก้นบ่อมีรอยแยกของเปลือกโลก ซึ่งใต้เปลือกโลกมีของเหลวที่มีความร้อนเรียกว่าแม็กมา (Magma) ความร้อนจากของเหลวนี้ระเหยมาทางรอยรั่วของเปลือกโลก ทำให้เราเห็นน้ำผุดตลอดเวลา


ถ้าปรบมือดังๆน้ำในสระก็จะผุดเร็วและถี่ขึ้น

 
สระน้ำผุดนี้มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยโบราณชาวบ้านมีความเชื่อว่าเป็นสระที่ กินรี ลงเล่นน้ำ
 
สระน้ำผุดเป็นสระขนาดเล็กมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15-20เมตร    น้ำในสระที่เห็นเป็นสีน้ำเงินครามเพราะเป็นน้ำที่มีแร่ธาตุต่างๆหลายชนิด เช่นแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียม แมงกานีสและกำมะถัน เป็นต้น

    
จากสระน้ำผุดเราก็เดินทางกลับโดยเลือกทางเดินที่สั้นระยะทาง 800 เมตร



 

 
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกเส้นทางสั้น (800เมตร) ทั้งไปและกลับ 
 
 
  

 
  
 
 
  

 
  
 

 
 



  



 
 






 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80