OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
14

ขับรถเที่ยวชมพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ไหว้พระมหาธาตุเจดีย์บนยอดเขา และเที่ยวหาดทราย unseen ทะเลชุมพร

     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเดือนพฤษภาคม 2557 พาเที่ยว พระราชนิเวศน์มฤคทายวันที่ชะอำ ซึ่งตามตำนานกล่าวว่าเป็นพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ไหว้พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ "ประติมากรรมอันงดงามริมทะเลบนเขาธงชัย" และเที่ยวหาดทราย unseen ทะเลชุมพร
     เราออกจากกรุงเทพฯไปตามถนนพระราม 2 ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เลี้ยวซ้ายที่แยกวังมะนาวผ่านเพชรบุรี ไปยังค่ายพระราม 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ชะอำ ขับตามป้ายเข้าไปยังที่จอดรถ จ่ายค่าผ่านประตูคนละ30 บาท ถ้าจะขึ้นชมด้านบนของพระตำหนัก(ห้ามถ่ายรูป) จะต้องเสียเพิ่มอีกคนละ30 บาท จากประตูทางเข้าต้องเดินเข้าไปอีกประมาณ 800 เมตรจึงจะถึงจุดเยี่ยมชมบนพระตำหนัก ถ้าใครไม่อยากเดินก็สามารถเช่ารถจักรยานเที่ยวชมวังได้ มีรถจักรยานแบบนั่งคนเดียว 2-3หรือ4คนให้เช่าในราคาถูก20-40บาทต่อชั่วโมง
     พระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นพระราชวังฤดูร้อน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวอิตาเลียนเป็นผู้ออกแบบ และใช้ช่างชาวจีนเป็นแรงงานหลักในการก่อสร้าง เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2466และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2467และได้พระราชทานนามพระราชวังฤดูร้อนแห่งนี้ว่า "มฤคทายวัน" เนื่องจากห้วยทรายซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังนี้ชุกชุมไปด้วยสัตว์ป่าประเภทเนื้อทราย กวางหรือ "มฤค"และยังเป็นชื่อที่จดจำง่ายเพราะตรงกับชื่อ "ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน" ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาตามพุทธประวัติ
     พระราชนิเวศน์แห่งนี้มีตำนานที่เล่าว่า  เมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี(พระมเหสี)ทรงพระครรภ์นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญยิ่งนักและทรงคาดหวังจะมีพระราชโอรส แต่ความหวังก็สิ้นสลายลงเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าไม่สามารถมีพระประสูติกาล ยามนั้นพระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยความเป็นห่วงและเศร้าพระทัย ณ พระที่นั่งแห่งนี้ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จึงเป็นพระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ตามตำนานที่เล่าต่อกันมา

 
ทางเดินเข้าชมวังร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่
   
ถีบจักรยานเยี่ยมชมวัง

แวะชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนที่จะเดินเข้าไปชม พระที่นั่งด้านใน

  
แผนผังพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
  
ข้อมูลพร้อมภาพถ่ายต่างๆในงานนิทรรศการ                                        ประชาชนเยี่ยมชมนิทรรศการ

ต้นก้ามปูใหญ่ถ่ายจากสถานที่จัดนิทรรศการ

    
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่าแบบไทยประยุกต์ (เรือนไทยผสมยุโรป) สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เป็นอาคารแบบเปิดโล่งสองชั้น ใต้ถุนสูง โปร่งโล่งรับลมทะเลดี พื้นล่างเทคอนกรีต หลังคาหมู่พระที่นั่งเป็นทรงปั้นหยาแบบไทย  กันแดดกันฝนได้ดี กระเบื้องมุงหลังคาด้วยซีเมนต์เคลือบสีแดง  บนเพดานระเบียงทางเดินที่ทอดยาวเชื่อมต่อถึงกันนั้น ฉลุเป็นช่องลมโดยตลอด ตัวอาคารที่ยกขึ้นสูงทำให้ลมพัดผ่านสะดวก เดินรับลมทะเลได้อย่างเพลิดเพลิน



 
บนระเบียงทางเดินที่ทอดยาวเชื่อมต่อกันนั้น ฉลุเป็นช่องลมโดยตลอด เดินรับลมทะเลได้อย่างดี
 
พระราชนิเวศน์มฤคทายวันตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรี่นและหาดทรายขาวสะอาดตา ผสานเสียงเกลียวคลื่นดังกระทบฝั่งเป็นระยะ นับเป็นบรรยากาศที่รื่นรมย์ยิ่ง

     พระราชนิเวศน์มฤคทายวันเป็นตำหนักไม้สองชั้น เป็นหมู่อาคารเรียงกันตามความยาวของชายหาด แบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่ประทับทางทิศใต้ และส่วนที่อยู่ของข้าราชบริพารทางทิศเหนือ ส่วนที่ประทับนั้นมีรั้วล้อมสามด้าน ภายในมีพระที่นั่งสามหมู่ คือ พระที่นั่งสุนทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระมเหสี และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นท้องพระโรงและโรงละคร
     พระที่นั่งที่ประทับแต่ละหมู่เป็นอาคารชั้นเดียว ยกใต้ถุนสูง ประกอบด้วยห้องที่ประทับ ที่เสวย ห้องพระภูษา และห้องพักข้าราชบริพารผู้ตามเสด็จ แต่ละห้องมีทางเดินเชื่อมต่อกันมีหลังคาคลุมยาวต่อเนื่องไปจนถึงศาลาสรงที่ริมหาด แยกฝ่ายหน้าและฝ่ายในไม่ปะปนกันตามโบราณราชประเพณี



  

  

เมื่อขึ้นไปชมพระที่นั่งชั้นบน เจ้าหน้าที่จะให้เราถอดรองเท้าใส่ถุงผ้า เดินถือไปตลอดการเยี่ยมชม แล้วไปส่งคืนตอนขาลง

ด้านบนของตัวอาคารแบ่งเป็นห้องต่างๆมากมาย(ห้ามถ่ายรูป) แต่ละห้องจะมีประวัติ ความเป็นมา ให้ข้อมูลนักท่องเที่ยวให้รับรู้ถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ทุกจุดที่เราเดินผ่าน จะมีลมทะเลพัดผ่านเย็นสบาย

แนวระเบียงเชื่อมพระที่นั่งทั้งสามหมู่ ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัย ไม่ต้องขึ้นลงบ่อยๆ พื้นระเบียงเป็นไม้สักลงเงา โอ่อ่าสวยงาม แต่เวลาเดินต้องระวังลื่น

  



  

  

    

     พระราชนิเวศน์มฤคทายวันนอกจากจะร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก ด้านริมหาดก็มีแนวสนปลูกไว้อย่างสวยงาม บรรยากาศเย็นสบายด้วยลมทะเล นอกจากนี้ยังมีสวนน้ำพุเป็นวงกลมตกแต่งไว้อย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะมาถ่ายรูปตรงสวนน้ำพุนี้เป็นที่ระลึก



  

  

     ออกจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เราก็แวะทานอาหารเย็นที่ ร้านสะเต็กหน้าวัง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวังพิกัดN12*42.611'E099*57.178' ร้านนี้มีอาหารหลายประเภทตั้งแต่ส้มตำ หมูจิ้มแจ่วและสะเต็ก สะเต็กซี่โครงหมูที่นี่อร่อยมากไม่แพ้ร้าน Tony Roma ร้านสะเต็กชื่อดังที่กรุงเทพฯ แต่ราคาถูกกว่ามากๆ แนะนำสำหรับท่านที่ชอบสะเต็กซี่โครงหมู กระดูกอ่อนเคี้ยวอร่อย ชั้นบนบรรยากาศดี คนค่อนข้างแน่น
     หลังจากทานอาหารเสร็จก็แวะค้างคืนที่โรงแรมสยามบีช เลยพระราชนิเวศน์มฤคทายวันไปประมาณ 4-5กิโลเมตร เข้าซอยไปประมาณ 1 กิโลเมตร โรงแรมมีหาดส่วนตัว เป็นโรงแรมเล็กๆบริหารกันเองแบบครอบครัว

 
วิวจากห้องพัก                                                      
ร้านอาหารของโรงแรมติดทะเล
   
ตอนเช้าๆจะมีชาวบ้านมาทอดแหจับปลากระบอกที่ชอบว่ายน้ำตามชายฝั่ง                                           ปลากระบอกที่จับได้
   

 
พระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้า ถ่ายจากหาดทรายหน้าโรงแรม

 
    หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราก็เช็คเอาท์ ขับรถต่อไปไหว้พระที่พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ "ประติมากรรมอันงดงามริมทะเลบนเขาธงชัย"ที่ประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 60กิโลเมตร พิกัดN11.35943* E099.58015*
     วัดพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ จัดสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เฉลิมพระเกียรติ ในวโรกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ซึ่งได้รับการออกแบบจาก ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี สถาปนิกประจำราชสำนักและศิลปินแห่งชาติ ด้วยความพิถีพิถันและทุ่มเทออกแบบอย่างสุดฝีมือ เป็นแบบสถาปัตยกรรมไทยกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาลที่9 มีความงดงามและโดดเด่นสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น คล้ายกับวิมานลอยฟ้าอยู่บนสรวงสวรรค์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯพระราชทานนามว่า "พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ"

 
ถนนขึ้นเขาสภาพดีแต่ค่อนข้างแคบ
 
วัดพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศตั้งอยู่บนยอดเขาธงชัยมองเห็นวิวทะเลสวยงาม

     จอดรถในลานจอดแล้ว ก็เดินเข้าประตูผ่านยักษ์สองตัวที่เฝ้าหน้าประตูขึ้นเขาไปประมาณเกือบ 200 เมตร ก็เจอบันไดขึ้นไปยังพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ตั้งเด่นสง่าอยู่บนยอดเขาสวยงามมาก พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศเป็นแบบสถาปัตยกรรมกรุงรัตนโกสินทร์ ประจำรัชกาลที่ 9 ฐานอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ50เมตร สูง 50 เมตร หมายถึงการครองราชย์ครบ 50 ปี  มีเจดีย์องค์ใหญ่รูปทรงกลมเป็นประธาน มีเจดีย์ขนาดย่อมล้อมรอบ 8 องค์ เป็นหมู่เจดีย์ 9 องค์ หมายถึงรัชกาลที่ 9
     พระประธานในพระอุโบสถคือ "พระพุทธลีลากาญจนวบพิตร" สร้างโดยยึด พุทธลักษณะปางลีลา โดยจำลองแบบมาจากพระพุทธรูปปางลีลาสมัยสุโขทัยมีอายุกว่า 800 ปี ที่มีความอ่อนช้อยถึงพร้อมด้วยคุณค่าแห่งพุทธศิลปะ โดยได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปปางลีลาที่งามที่สุด ด้านหลังพระประธานเป็นภาพจิตรกรรม ตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์อยู่ภายในกรอบ 12 นักษัตร

  

  



ตามช่องหน้าต่างมีภาพเขียนจากบทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก บนกระจกสีโปร่งแสงสเตนกล๊าส สวยงามมาก

  

    

ชั้น 5 ชั้นสูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ จะเปิดให้ขึ้นไปกราบสักการะบูชาเฉพาะเทศกาลวันวิสาขบูชาจำนวน 3 วันคือ ขึ้น 14 ค่ำ ขึ้น15 ค่ำและแรม 1 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี

    

  

หลังจากไหว้พระประธานในพระอุโบสถแล้ว ก็เดินออกมาชมวิวด้านนอก เห็นชายหาดบ้านกรูดโค้งขาวสวยงาม

  

  



หลังจากนั้นก็เดินลงมาด้านล่างไปกราบสักการะ พระพุทธกิติสิริชัย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อใหญ่ เป็นพระพุทธรูปสร้างขึ้นถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ รูปแบบเป็นปางตรัสรู้ลักษณะนั่งขัดสมาธิบนดอกบัวความสูง 9 วา

  

  

ทางเชิงเขาด้านล่าง ก็สามารถไปกราบสักการะขอพรและจุดประทัดถวาย พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ได้

    

  

หลังจากนั้น เราก็ลงเขาไปเที่ยวหาดบ้านกรูดซึ่งอยู่ด้านล่าง

 
ชายหาดสงบ สวยงาม

มองจากชายหาดจะเห็นวัดพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศซึ่งตั้งเด่นสง่าอยู่บนยอดเขา
 
ถนนเลียบชายหาด                                                                           รีสอร์ทริมหาดบ้านกรูด

     หาดบ้านกรูด อยู่ในเขตบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดที่กว้าง สวยงาม มีแนวหาดยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ขนานไปกับถนนเลียบชายหาด แต่เดิมบริเวณบ้านกรูดจะมีต้นมะกรูดขึ้นมากมาย จึงเป็นที่มาของชื่อบ้านกรูด หาดบ้านกรูดจะมีอยู่ 2 หาดโดยมีเขาธงชัยซึ่งเป็นที่ตั้งของ วัดพระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ อยู่ระหว่างหาดทั้งสอง หาดบ้านกรูดเหนือเงียบสงบไม่มีถนนเลียบชายหาด  ส่วนหาดบ้านกรูดใต้มีถนนเลียบชายหาด มีรีสอร์ทเรียงรายอยู่ริมถนนไว้บริการนักท่องเที่ยว ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว ชาวบ้านที่นี่ยังมีอาชีพทำประมงชายฝั่ง แปรรูปอาหารทะเลแห้ง และจับแมงกระพรุนเพื่อขายต่างประเทศ

  



  

     ออกจากหาดบ้านกรูด เราก็ขับรถเลียบทะเลมาที่หาดบางเบิด พิกัด N10*59.355' E099*29.814'ซึ่งเป็นหาดท้ายสุดของประจวบคีรีขันธ์ ติดกับอำเภอปะทิวของจังหวัดชุมพร หาดบางเบิดค่อนข้างเงียบ อาจจะเรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับหาดอื่นๆของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
     หาดบางเบิด ตั้งอยู่ที่บ้านบางเบิด ตำบลทรายทอง หาดมีลักษณะเป็นโค้งยาวประมาณ 14 ก.ม. ชายหาดสะอาด ทรายเนียนสีน้ำตาลแดง มีภูเขาหินปิดหัวอ่าวเรียกว่า เขาบางเบิด บ้านบางเบิดมาจากชื่อภูเขา "เบิด" ในสมัยสงครามโลก มีลูกระเบิดจากการสู้รบมาตกที่บางเบิดมาก ชาวบ้านจึงเรียกชื่อว่า เขาเบิด บางเบิดนอกจากจะมีชื่อเรื่องอาหารทะเลที่หลากหลายและอร่อยแล้ว ยังมีชื่อเรื่อง แตงโมบางเบิด ที่ผลใหญ่ หวานกรอบอร่อยอีกด้วย
     เราแวะทานอาหารกลางวันที่ ร้านลมทะเลที่หาดบางเบิด ร้านเล็กๆติดทะเล แม่ครัวที่นี่เคยทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมโอเรียนเต็ลมาก่อน ตอนหลังก็ลาออกมาเปิดร้านอาหาร ลมทะเล ที่หาดบางเบิด ตั้งแต่ปี 2543 ร้านนี้อาหารทะเลสด อร่อย แต่ค่อนข้างช้า เพราะทำกันเองภายในครอบครัว จองอาหารล่วงหน้าที่เบอร์ โทร 032-817-224

  



  

     หลังจากทานอาหารกลางวันที่หาดบางเบิด หาดทรายท้ายสุดของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เสร็จแล้ว เราก็ขับรถต่อเข้าอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพรเพื่อไปยังอ่าวถ้ำธง
     ชุมพรนับเป็นจังหวัดที่มีชายหาดยาวเหยียดถึง 222 กิโลเมตร (น่าจะยาวที่สุดในประเทศไทย) เพราะชุมพรเป็นจังหวัดแคบและยาว ประกอบด้วย 8 อำเภอ โดยมีเพียง 2 อำเภอเท่านั้นที่ไม่ติดทะเลคือ อำเภอท่าแซะและอำเภอพะโต๊ะ ชายหาดของชุมพรที่ยาวถึง 222 กิโลเมตรนั้นจะเริ่มต่อจากหาดบางเบิด อำเภอบางสะพานน้อยของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต่อไปยังอ่าวถ้ำธง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ห่างจากอ่าวบางเบิดเพียง 9กิโลเมตรเท่านั้น อำเภอปะทิวนั้นเคยโดนพายุเกย์ถล่มยับเยินเมื่อปี พ.ศ.2532 แต่ปัจจุบันก็ได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของชุมพร
     อำเภอปะทิวเป็นอำเภอเล็กๆแต่มีชายหาดยาวถึง 82 กิโลเมตร จึงนับว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวริมทะเลที่แท้จริง มีหาดทรายสวยงามที่ยังเป็นธรรมชาติอยู่มากมาย แต่หลายๆแห่งเจ้าของที่ปิดหาดไม่ยอมให้เข้าไปเที่ยว ทางจังหวัดชุมพรน่าจะเจรจากับเจ้าของสวนปาล์มเปิดชายหาดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และสร้างถนนเข้าไปให้ถึงชายทะเลให้เป็นชายหาดสาธารณะ
     อยากแนะนำนักท่องเที่ยวที่รักทะเลสวยที่ยังเป็นธรรมชาติมากๆ ให้ขับรถเที่ยวเริ่มจากการไหว้พระที่พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ ขับรถเลียบหาดบ้านกรูด หาดบางเบิด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าสู่อ่าวถ้ำธง อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ขับเลียบหาด 222 กิโลเมตรไปเรื่อยๆ อาหารทะเลสดอร่อยและถูก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะหยุดเที่ยวแค่หัวหิน และปราณบุรี ไม่ได้ขับรถเที่ยวต่อ ถ้าจะไปภาคใต้ ส่วนใหญ่ก็จะขับรถผ่านชุมพรไปที่สุราษฎร์ลงเรือต่อไปสมุย หรือไม่ก็ขับตรงไปภูเก็ตเลย โดยที่ไม่รู้ว่าชุมพรมีหาดสวยๆที่เป็นธรรมชาติมากๆยาวถึง 222กิโลเมตร และหาดทรายสวยๆถึง 82 กิโลเมตรอยู่ที่อำเภอปะทิว
     ระหว่างที่ขับรถไปยังอ่าวถ้ำธง เห็นป้ายเนินทราย ก็ขับรถตามป้ายไปจนถึงเนินทราย มีป้ายใหญ่ตัวหนังสือเลือนๆเขียนว่า หนึ่งในสยาม เนินทรายงามที่ชุมพร (The Most Distinct Thai Sand Dune in Chumporn)
     เนินทรายงามเป็นปรากฏการณ์เนินทรายริมหาด เกิดจากพายุริมฝั่งทะเลในฤดูมรสุมที่พัดพาทรายมาทับถมกันจนกลายเป็นเนินเขาย่อมๆ ประกอบกับอิทธิพลความแห้งแล้ง แสงแดดจ้านอกฤดู ทำให้ลักษณะของธรรมชาติบริเวณนี้เหมือนทะเลทราย ที่นี่มีเส้นทางศึกษาเพื่อการเรียนรู้ธรรมชาติ เพราะพื้นที่บริเวณนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นแหล่งกำเนิดของป่าเนินทราย มีพืชเฉพาะถิ่นกว่า160 ชนิดที่หาดูได้ยากในพื้นที่อื่นๆ

 
ถนนสภาพดี ร่มรื่น                                                
ป้ายบอกทางไปเนินทราย

ชายหาดหลังเนินทราย มองเห็นหมู่บ้านอ่าวถ้ำธงอยู่ติดภูเขา
 
เนินทราย

ป้ายด้านหน้าค่อนข้างเก่า ตัวหนังสืออ่านไม่ค่อยออก ทางจังหวัดชุมพรน่าจะซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีกว่านี้

     จากเนินทรายเราก็ขับรถมายังหาดถ้ำธง อำเภอปะทิว ชุมพร ที่อยู่ใกล้กัน พิกัด N10*54.885' E099*30.146 เป็นหาดที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก เป็นหาดทรายเนื้อละเอียด สีเหลืองนวล เงียบสงบ ทอดยาวไกลสุดสายตา ชายหาดยาวประมาณ 5 กิโลเมตร


นอกจากนี้ ยังมีหมู่บ้านชาวประมงสุดชายหาด ติดภูเขา มีผลผลิตจากทะเลมากมาย
 
ความพิเศษของหาดนี้อยู่ที่โค้งอ่าวเล็กๆมีภูเขาสูงเป็นเสมือนกำบังลมตั้งอยู่ริมหาด
 
มีแนวสนริมหาด สวยงาม

     จากหาดถ้ำธงและหมู่บ้านชาวประมง เราก็ขับรถต่อมาที่วัดแก้วประเสริฐ พิกัด N10*53.381' E099* 28.517' วัดแก้วประเสริฐหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า วัดเจ้าแม่กวนอิมนั้นสร้างอยู่บนเนินเขาริมทะเลมองเห็นทิวทัศน์ของภูเขายอดเว้าแหว่งยื่นเข้าไปในทะเล จุดเด่นของวัดนี้ได้แก่ พระโพธิสัตว์กวนอิมแห่งทะเลใต้สูง 9.99เมตร พระนาคปรก 9 เศียรสูง 9.99 เมตร
     วัดแก้วประเสริฐเดิมชื่อสำนักสงฆ์ควนเจริญ หรือสำนักสงฆ์ท่าแอต สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ต่อมาหลวงพ่อจง (บรรจง ธมฺมรโส)เจ้าอาวาส ได้ปรึกษาหารือกับลูกศิษย์หลายฝ่าย ต่างเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อจากสำนักสงฆ์ควนเจริญ เป็น สำนักสงฆ์แก้วประเสริฐ หมายถึงดวงแก้วที่สดใส บริสุทธิ์ และได้เปลี่ยนมาเป็นวัดแก้วประเสริฐในที่สุด วัดนี้เป็นแหล่งที่รวมสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากหลายศาสนาเช่น เจ้าแม่กวนอิม พระนาคปรก และพระพิฆเนศ เป็นต้น เพื่อเน้นว่าทุกศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้


เก๋งจีน
 
พระโพธิสัตว์กวนอิมสูง 9.99 เมตร
 
พระนาคปรก9เศียรสูง9.9 เมตร                              พระพิฆเนศ
 



 
วิวถ่ายจากระเบียงวัดแก้วประเสริฐ

     จากวัดแก้วประเสริฐ เราก็ขับรถไปที่อ่าวทุ่งซางพิกัด N10*46.462' E099*24.717' ชายหาดอ่าวทุ่งซางเป็นชายหาดเล็กๆที่มีเขาขนาบทั้งสองด้าน ทรายสะอาด น้ำใสมาก เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้จัก และคนชุมพรส่วนน้อยเท่านั้นที่เคยมาเที่ยวหาดนี้ หาดนี้คนน้อยมากทั้งๆที่เป็นชายหาดที่สวย สงบ เป็นหาด unseen ทะเลชุมพรที่สวย สงบมากหาดหนึ่ง

 



 

 

   
ทิวทัศน์หาดทรายบริเวณ unseen อ่าวทุ่งซาง สวย สงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ
 



 
วิวทะเลริมหาดอ่าวทุ่งซาง สวยเป็นธรรมชาติ หาด unseen แห่งหนึ่งของชุมพร ทรายละเอียด เหมาะสำหรับการพักผ่อนมาก

จากนั้นเราก็ขับรถไปทานอาหารเย็นที่ร้านน้องใหม่ที่หาดทรายรี โทร 077-558-002 ร้านนี้อาหารสดมาก อร่อย ราคาถูก ติดทะเลและวิวสวย

   

 

หลังอาหารเราก็มาเดินเล่นที่หาดทรายรี ซึ่งเป็นหาดยอดนิยมของคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว(คู่กับหาดทุ่งวัวแล่น) เพราะที่นี่จะมีร้านอาหารและรีสอร์ทอยู่เป็นจำนวนมาก ชายหาดใหญ่ทอดยาว มีเกาะแก่งกลางทะเลสวยงาม และหาดนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของอนุสรณ์สถานของ พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวชุมพรอีกด้วย



 

 

จากนั้นเราก็ขับรถไปที่หาดทุ่งวัวแล่น ถึงโรงแรม Nana Beach พิกัดN10*34.194'E099*16.407' ค่อนข้างมืด  โรงแรมนี้อยู่ริมทะเลติดหาดทุ่งวัวแล่น

 

 

     ตอนเช้าก็มาเดินดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ หาดทุ่งวัวแล่นหน้าโรงแรม หาดทุ่งวัวแล่นเป็นหาดยอดนิยมของคนไทยและต่างชาติ เพราะลักษณะหาดค่อยๆลาดเอียงทีละน้อยเหมาะสำหรับการเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย ชายหาดมีความโค้งเว้าเป็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวมีความยาวประมาณ 5-6กิโลเมตร ตลอดชายหาดร่มรื่นไปด้วยแนวสนที่ขึ้นเรียงรายกันอย่างหนาแน่น เหมาะสำหรับการพักผ่อน
     ที่มาของหาดทุ่งวัวแล่นแห่งนี้เล่ากันว่า บริเวณทุ่งวัวแล่นแห่งนี้เคยเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด อยู่มาวันหนึ่งมีพรานป่าเดินทางมาล่าสัตว์ที่บริเวณชายหาดทุ่งวัวแล่นและยิงถูกวัวป่าตัวหนึ่งล้มลง แต่ในขณะที่พรานป่าเดินเข้าไปหาวัวป่าปรากฏว่าวัวป่าตัวนั้นก็ลุกขึ้นวิ่งหนีหายไป ชาวบ้านจึงเรียกชายหาดนี้ว่า หาดทุ่งวัวแล่น

 

 



หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราก็เช็คเอาท์ขับรถไปที่เที่ยวสำนักสงฆ์ ถ้ำยายไอ๋ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลติดหาดยายไอ๋พิกัด N10*44.756' E099*23.783' 
ถ้ำยายไอ๋ติดหาดยายไอ๋ที่เงียบสงบ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว หาดจึงยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก



 

 
วิวหาดยายไอ๋ ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 25 เมตร ในอ่าวนี้มีแนวปะการังหลายแห่งยาวเกือบ 7 ก.ม. เหมาะสำหรับการดำน้ำดูปะการัง มีปลาแปลกๆหลายชนิด


บรรยากาศในสำนักสงฆ์เงียบสงบ เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรม

ทางเข้าถ้ำยายไอ๋ ภายในมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีหินงอกหินย้อยสวยงามในถ้ำ มีปล่องให้แสงผ่านเข้ามาในถ้ำได้ ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม

ที่นั่งพักผ่อนริมทะเล
  
บริเวณสำนักสงฆ์ถ้ำยายไอ๋ สะอาด สงบ

     จากถ้ำยายไอ๋ เราก็ขับรถไปเกาะเตียบ ระหว่างทางเห็นป้ายหาดทุ่งยางก็เลยขับตามป้ายไป หาไม่เจอเพราะไม่มีป้ายบอกทางเข้า ไปถามชาวบ้าน เขาบอกว่าทางเข้าเป็นถนนลูกรังเล็กๆและเจ้าของที่ปิดทางไม่ให้เข้าไปที่ชายหาด เราลองขับรถไปตามที่ชาวบ้านว่า ปรากฏว่าปากทางเข้าเปิด ก็เลยขับรถเข้าไปในซอยเล็กๆทางลูกรังไปจนถึงชายหาดพิกัด N10*52.888 E099*30.450'

 
หาดทรายเป็นธรรมชาติมากเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว เจ้าของที่จะปิดทางเข้าเป็นส่วนใหญ่
 
เป็นหาด unseen อีกแห่งของจังหวัดชุมพร

ทางเข้าหาดทุ่งยาง ไม่มีป้ายบอก เจ้าของที่จะปิดทางเข้าหาดทรายนี้เป็นส่วนใหญ่

     เรารีบออกจากหาดทุ่งยางก่อนที่เจ้าของที่จะมาปิดทาง เราขับรถต่อไปที่เกาะเตียบที่อยู่ไม่ไกลจากหาดทุ่งยาง ชาวบ้านแถวนั้นเล่าว่า เกาะเตียบเดิมเป็นเกาะ ต่อมาชาวบ้านทำเป็นถนนเชื่อมหาดกับเกาะที่อยู่ใกล้ๆหาด เกาะเตียบปัจจุบันจึงเป็นพื้นราบที่ยื่นเข้าไปในทะเล ด้านตะวันตกของเกาะมีชายหาดและมีบ้านเรือนชาวประมง เป็นที่หลบลมมรสุมของเหล่าชาวเรือประมงเมื่อมีลมมรสุม ส่วนทางทิศตะวันออกของเกาะ มีลักษณะเป็นหน้าผาหินสูงชันมาก เหมาะสำหรับการไต่เขา ทะเลโดยรอบเกาะมีโขดหินใต้น้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลาทะเลนานาชนิด สวยงามมาก พิกัดเกาะเตียบคือ N10*52.304'E099*30.096'

 
เกาะเตียบเป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ
 
ชาวประมงที่นี่จะจับปูม้าเป็นอาชีพหลัก


ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับเกาะเตียบมากขึ้น ให้ดูข้อมูลเพิ่มจาก TV Thai PBS ตาม clip นี้

ทั่วถิ่นแดนไทย:สงบเงียบง่ายบ้านเกาะเตียบจ.ชุมพร ข้อมูลจากThai PBS TV

http://clip.thaipbs.or.th/file-9379

     จากเกาะเตียบ เราก็ขับรถเพื่อไปอ่าวไข่เน่า หาทางเข้าไม่พบ ต้องไปถามทางชาวบ้าน เขาบอกให้เข้าทางชุมพรคอรอลบีช เข้าไปแล้วก็ไม่มีป้ายบอกว่าอ่าวไข่เน่าอยู่ตรงไหน ชาวบ้านในนั้นก็ชี้ไปที่หาด เราก็เดินไปริมหาด เห็นหินรูปแปลกๆอยู่กลางทะเล อ่าวไข่เน่าหรือทุ่งไข่เน่าก็เป็นอ่าวเล็กโค้งเป็นครึ่งวงกลม มีภูเขากั้นหัวหาดท้ายหาด ในทะเลกลางอ่าวมีแท่งหินสวยงามแปลกตา หาดทรายละเอียด อ่าวทุ่งไข่เน่าก็นับเป็นหาด unseenอีกแห่งหนึ่งในหลายๆหาดที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักของชุมพร พิกัดอ่าวไข่เน่าคือ N10*45.063' E099*23.987'

 



 

จากอ่าวไข่เน่า เราก็ขับรถกลับกรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ


 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80