OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ)  โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน   ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ  การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว  ยังเน้นถึงความปลอดภัย  ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง  เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง  ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง  โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน  ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง  ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว  พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์  เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล  สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น

                                                                                                พิศาล มโนลีหกุล

DnnForge - NewsArticles
03

ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาเที่ยวถ้ำพระยานคร unseen เมืองประจวบฯ

     ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเดือนตุลาคม2557 พาเที่ยวถ้ำพระยานคร อยู่ที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย ถ้ำพระยานครนับเป็นสถานที่ท่องเที่ยว unseen แห่งหนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวunseen ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการเดินทางไปถึงแหล่งท่องเที่ยวนี้ค่อนข้างลำบาก ต้องลงเรือเพื่อไปเดินขึ้นเขาสูงชันต่อเพื่อไปยังถ้ำ ใครเลือกที่จะไม่ลงเรือ ก็ต้องเดินข้ามเขาที่ทางไม่ดีและชันมากถึง2 ลูกเพื่อไปยังถ้ำพระยานคร

     ถ้ำพระยานครนอกจากจะมีความสวยงามแล้วก็ยังเป็นถ้ำประวัติศาสตร์ที่มีกษัตริย์ในราชวงศ์จักรี เสด็จประพาสถึง3พระองค์ คือรัชกาลที่5 รัชกาลที่7และรัชกาลที่9 ที่เสด็จประพาสถึง2ครั้ง
     ที่มาของคำว่าเขาสามร้อยยอดไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามาจากไหน เพราะนับดูแล้วยอดเขาแถวนั้นไม่น่าจะมีถึงสามร้อยยอด แต่ที่มาของคำว่าสามร้อยยอดมีตำนานเล่ากันต่อๆมาว่า ในสมัยก่อนแถบนี้เป็นเส้นทางเดินเรือค้าขายที่มีเรือผ่านไปมาเป็นประจำ วันหนึ่งมีเรือสำเภาของพ่อค้าผ่านมาเจอพายุลูกใหญ่จนเรือล่ม คนในเรือเสียชีวิตมากมาย แต่มีผู้รอดตาย 300คน จึงเรียกบริเวณนี้ว่า สามร้อยรอด และคาดว่าคงจะเพี้ยนเป็นคำว่า สามร้อยยอดในเวลาต่อมาเพราะบริเวณแถบนั้นมีภูเขาหินปูนมากมายอยู่รอบๆ

     เราออกจากกรุงเทพฯแต่เช้า ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับ แวะทานข้าวแกงระหว่างทางที่ร้านแม่เสียนที่อยู่ในปั๊มบางจากก่อนถึงนครชัยศรี ถ้ามาจากกรุงเทพฯจะเป็นปั๊มบางจากปั๊มแรกอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงนครชัยศรี ข้าวแกงแม่เสียนร้านนี้อร่อยกว่าข้าวแกงแถวเขาย้อยมาก แม่ครัวเป็นพยาบาลสามีเป็นทหารเรือ เป็นคนรุ่นหนุ่มสาว ได้สูตรข้าวแกงจากแม่เสียนที่เป็นยายจากสุพรรณบุรี ภรรยาที่เป็นพยาบาลและแม่ครัวจะตื่นตั้งแต่ตี4 ทำกับข้าวประมาณ 20 อย่าง โดยมีสามีและลูกมืออีก 4-5 คนช่วยทำ เสร็จประมาณเกือบ 7 โมงเช้า แล้วก็แต่งตัวไปทำงานทั้ง2คน กับข้าวหมดแล้วหมดเลยไม่มีการทำเพิ่ม ถ้าไปใกล้เที่ยงกับข้าวส่วนใหญ่ก็เหลือน้อยแล้ว ทานตอนเช้าดีที่สุด อาหารอร่อยทุกอย่าง ราคาไม่แพงแถมพม่าที่เป็นคนขายตักกับข้าวแบบไม่เกรงใจเจ้าของ จานเดียวอิ่ม มีแกงจืดร้อนๆอร่อยๆให้เลือก 3-4อย่าง อร่อยทุกอย่าง นอกจากนี้ร้านป้าที่ขายขนมและผลไม้ที่อยู่ติดกับร้านอาหารก็มีขนม อร่อยๆและผลไม้ขายด้วย หลังจากทานอาหารแล้วก็ซื้อขนมและผลไม้ติดรถไปทานระหว่างทาง ปัญหาของที่นี่คือมีที่จอดรถค่อนข้างน้อย ถ้าไม่มีที่จอดก็ขอให้อดใจรอ รับรองทานแล้วไม่ผิดหวัง

     หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เราก็ขับรถไปยังอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ผ่านเพชรบุรี หัวหิน เข้าปราณบุรี ตามป้ายถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดไป จนเจอทางแยกที่ไปวัดหุบตาโครต จะเห็นป้ายชี้ไปหาดบางปู และถ้ำพระยานคร ก็เลี้ยวตามป้ายเพื่อไปที่หาดบางปูเพื่อเหมาเรือไปยังถ้ำพระยานคร
     เมื่อขับรถถึงหาดบางปูก็จะเห็นอนุสรณ์สถานบ้านบางปูอยู่ริมชายหาด เราจอดรถ (พิกัดN12.20597*E100.00951*)เสร็จแล้วก็ไปติดต่อเช่าเรือไปยังหาดแหลมศาลาเพื่อเดินขึ้นเขาไปถ้ำพระยานคร ถ้าไม่เหมาเรือไปหาดแหลมศาลา เราก็ต้องเดินขึ้นเขาสูงชันและทางไม่ดีประมาณครึ่งกิโลเมตรเพื่อไปที่หาดแหลมศาลา เพราะที่หาดแหลมศาลารถเข้าไม่ถึง เราเลยคิดว่าช่วงแรกขอออมแรงนั่งเรือไปลงที่หาดแหลมศาลาดีกว่า เก็บแรงไว้เดินขึ้นเขาที่สูงชันในช่วงที่สองจากหาดแหลมศาลาไปยังถ้ำพระยานคร
เราเหมาเรือในราคา 400 บาท เจ้าหน้าที่จะให้เบอร์เรือเรามาเพื่อโทรเรียกให้เรือมารับตอนขากลับ ที่นี่ไม่มีท่าเรือเราต้องถอดรองเท้าเดินหิ้วไปขึ้นเรือหางยาวที่จอดรอเราอยู่ริมฝั่ง ถ้าใครจะมาเที่ยวถ้ำพระยานคร แนะนำให้ใส่กางเกงขาสั้นมาเพื่อลุยน้ำขึ้นเรือ ไม่ควรใส่รองเท้าแตะมาแม้จะลุยน้ำได้สะดวก แต่เวลาขึ้นเขาสูงชันทางไม่ดีใส่รองเท้าแตะจะเดินขึ้นลำบาก ยอมเดินหิ้วรองเท้าผ้าใบไปขึ้นเรือดีกว่า พอถึงหาดแหลมศาลาเขาจะมีก๊อกน้ำและที่ให้นั่งล้างเท้าเพื่อใส่รองเท้าผ้าใบเพื่อเดินขึ้นเขา ควรเตรียมกระดาษทิชชู่เพื่อเช็ดเท้าไปด้วย

   
ป้ายบอกทางไปหาดบางปู                                     อนุสรณ์สถานบ้านบางปู                                        ที่ติดต่อเช่าเรือ
 
เรือหางยาวกำลังมา                                              เราต้องถอดรองเท้าเดินไปขึ้นเรือที่จอดรอเราอยู่

     เมื่อขึ้นเรือเรียบร้อยแล้ว เราก็ถามคนขับเรือว่าแถวนี้มีที่ไหนเที่ยวบ้างนอกจากถ้ำพระยานคร คนขับเรือบอกว่ามีหมู่บ้านชาวประมงค์หาดบ้านปู และศาลเจ้าแม่นมสาวที่ตั้งอยู่ที่เกาะนมสาว เราเลยขอให้คนขับเรือพาเราไปเที่ยว
    
หาดแหลมศาลาอยู่ถัดจากหาดบ้านปูไปโดยมีภูเขาขวางอยู่ ขับเรืออ้อมภูเขาลูกนี้ก็ถึงหาดแหลมศาลาแล้ว ใช้เวลาเพียง10-15 นาทีเท่านั้น แต่ถ้าเดินข้ามภูเขา (ระยะทางประมาณครึ่งกิโลเมตร) เพื่อมาที่หาดแหลมศาลาก็จะต้องใช้เวลาเดินไม่ต่ำกว่า30-40 นาที เพราะเขาสูงชัน

 
เรือผ่านหมู่บ้านชาวประมงค์บ้านปู                          
หมู่บ้านค่อนข้างเงียบเพราะชาวประมงค์ออกหาปลายังไม่กลับ
 
เรือประมงค์บางลำทยอยกลับหมู่บ้านหลังจากหาปลาเสร็จแล้ว

เราผ่านเกาะนมสาวซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่นมสาวซึ่งชาวบ้านแถวนี้เคารพนับถือเป็นอย่างมาก

     จากนั้นเรือก็พาเรามายังหาดแหลมศาลา ซึ่งเป็นหาดทรายติดเชิงเขาทอดยาวไปตามชายทะเล เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินขึ้นเขาสูงชัน ระยะทางประมาณ 430 เมตรเพื่อไปยังถ้ำพระยานคร


ชายหาดแหลมศาลาติดเชิงเขา อีกด้านของเชิงเขาก็จะเป็นหาดบ้านปูที่เรานั่งเรือมา

ป้ายบอกทางไปถ้ำพระยานคร บ้านพัก และศูนย์บริการท่องเที่ยว

     ระหว่างทางที่เราจะเดินไปขึ้นเขาจะผ่านบ่อพระยานครซึ่งขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเจ้าพระยานครศรีธรรมราช เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชเมื่อครั้งที่เดินทางเข้ากรุงรัตนโกสินทร์โดยทางเรือ ได้นำเรือมาหลบพายุที่หาดแหลมศาลาเป็นเวลาหลายวัน จึงได้ขุดบ่อน้ำนี้ขึ้นเพื่อใช้ระหว่างหลบพายุ ชาวบ้านจึงเรียกบ่อน้ำนี้ว่า บ่อพระยานคร

 
บ่อพระยานคร

ระหว่างทางก่อนถึงทางขึ้นเขาไปยังถ้ำพระยานคร ก็มีป้ายเตือนสำหรับผู้มีโรคประจำตัว ให้พิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจขึ้นเขา เพราะเป็นทางสูงชัน

เดินผ่านบ่อพระยานครและป้ายเตือนผู้มีโรคประจำตัวมา ก็จะถึงทางขึ้นเขาระยะทาง 430 เมตรเพื่อไปยังถ้ำพระยานคร

 
ทางขึ้นค่อนข้างชันและขุรขระ

     เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ เป็นทางเดินเพื่อขึ้นไปชมถ้ำพระยานคร ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ สร้างขึ้นเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสในปี พ.ศ. 2433 ทางเดินนี้มีระยะทาง 430 เมตร ความลาดชันค่อนข้างสูง ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที ผิวเส้นทางมีหินขุรขระจำนวนมากเกือบตลอดเส้นทาง จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินสูง

   
ทางเดินเริ่มชันมากขึ้นเรื่อยๆ                                  
เดินไปช้าๆถ้าเหนื่อยก็พักชมทิวทัศน์ทะเลสวยระหว่างทาง

เดินบ้างพักบ้างจนในที่สุดก็เห็นป้ายชื่อถ้ำพระยานครอยู่ข้างหน้า แสดงว่าใกล้จะถึงแล้ว เฮ้อ! เหนื่อย จากป้ายนี้ก็ต้องเริ่มเดินลงเข้าถ้ำกันแล้ว จะได้เห็นพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์กันแล้ว

ระหว่างทางเดินลงเข้าถ้ำ เราจะผ่านทำนบหินปูน เกิดในพื้นถ้ำที่เป็นทางน้ำไหลผ่านในอดีต เวลาที่น้ำไหลจะทิ้งตะกอนหินปูนและพอกพูนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนมีลักษณะคล้ายเขื่อน เกิดการกักน้ำเป็นแอ่ง เมื่อน้ำเอ่อล้นและตกตะกอนผ่านเวลายาวนาน จึงค่อยๆเกิดเป็นสันเขื่อนเหลื่อมล้ำกันในลักษณะขั้นบันไดเป็นชั้นๆ ลดหลั่นกันอย่างสวยงาม ปัจจุบันไม่มีน้ำผ่านบริเวณนี้แล้ว จึงไม่มีการเพิ่มทำนบหินปูนอีก เหลือเพียงความวิจิตรที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ให้

 
ทำนบหินปูน                                                         น้ำตกแห้ง

สะพานมรณะ เป็นช่องว่างขนาดใหญ่เหนือศีรษะ เกิดจากชั้นหินบริเวณหลังคาถ้ำบางส่วนสึกกร่อนและยุบตัว พังหล่นลงมา บางส่วนที่มีความคงทนก็ยังคงสภาพไม่ยุบถล่มลงมา กลายเป็นสะพานหินธรรมชาติดังที่เห็น ที่เรียกสะพานมรณะก็เพราะมีสัตว์ที่หาอาหารอยู่ด้านบน ตกลงมาเสียชีวิตอยู่ด้านล่างเสมอๆ

โพรงหินดังกล่าวเป็นการเปิดช่องว่างให้แสงส่องลงมาได้ ช่วยให้พืชพรรณต่างๆที่อยู่ด้านล่างเติบโตได้ ทำให้ถ้ำพระยานครแห่งนี้มีชีวิตชีวามากข้ึน ความจริงน่าจะเรียกสะพานนี้ว่าสะพานแห่งการกำเนิด

   
สะพานมรณะหรือสะพานแห่งการกำเนิด?

ในที่สุดเราก็มาถึงปากทางเข้าถ้ำพระยานคร

 
                                                                         
เห็นพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์อยู่ไกลๆ

     พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ เป็นพลับพลาแบบจัตุรมุข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อคราวเสด็จประพาสถ้ำพระยานคร เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2433 พระที่นั่งนี้เป็นฝีพระหัตถ์ของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าขจรจรัสวงศ์ ทรงสร้างข้ึนที่กรุงเทพฯ แล้วส่งมาประกอบที่นี่ โดยมีพระยาชลยุทธโยธินเป็นนายงานก่อสร้าง พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ยังเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันอีกด้วย
 

   
                                                                          พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ในระยะไกล                         
ใกล้เข้ามาอีกนิด พระที่นั่งสวยงดงามจริงๆ เด่นสง่าอยู่กลางถ้ำ

     ถ้ำพระยานครค้นพบโดยเจ้าพระยานครศรีธรรมราชเมื่อครั้งเดินทางเข้ากรุงรัตนโกสินทร์โดยทางเรือ ได้นำเรือมาหลบพายุที่หาดแหลมศาลาเป็นเวลาหลายวัน จึงได้สำรวจพบถ้ำที่อยู่ด้านบน และขณะเดียวกันก็ได้ขุดบ่อน้ำไว้ใช้ระหว่างหลบพายุที่นี่ เลยมีการตั้งชื่อบ่อน้ำว่า บ่อพระยานคร และตั้งชื่อถ้ำว่า ถ้ำพระยานครจนถึงปัจจุบันนี้

     นอกจากนี้ถ้ำพระยานครยังเป็นถ้ำที่มีประวัติศาสตร์อันน่าจดจำมายาวนาน เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีพระมหากษัตริย์ของไทยเสด็จประพาสถึง3พระองค์คือ รัชกาลที่5 เสด็จประพาสเมื่อวันที่20 มิถุนายน พ.ศ.2433 รัชกาลที่7เสด็จประพาสเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2469และรัชกาลที่9เสด็จประพาสถึง2ครั้ง เมื่อวันที่22 มิถุนายน พ.ศ.2501และวันที่31พฤษภาคม พ.ศ.2524

   
                                                                        
พระปรมาภิไธยย่อ จปร รัชกาลที่5                         พระปรมาภิไธยย่อ ปปร รัชกาลที่7
 
พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ถ่ายจากด้านข้าง                   อีกมุมหนึ่งของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์
 
พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เห็นแล้วหายเหนื่อยสวยงามมาก 
มีโพรงด้านบนให้แสงส่องมาที่ตัวพระที่นั่ง
   
คนโสดถ้าอยากมีคู่ก็ให้ลอดซุ้มนี้                            หินรูปเจดีย์                                                          หินงอกหินย้อย

ก่อนออกจากถ้ำเราก็แวะไปไหว้อัฐิหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน

 
มีรูปเหมือนและโต๊ะหมู่บูชา พร้อมเชิงเทียนและกระถางธูปสำหรับประชาชนเข้ามากราบไหว้

หลังจากกราบสักการะอัฐิหลวงพ่อเงินแล้ว เราก็เดินลงไปยังหาดแหลมศาลา

 

บอกเจ้าหน้าที่อุทยานให้โทรไปเรียกเรือตามเบอร์ที่ได้รับแจกมาตอนเช่าเรือ
หลังจากนั้นประมาณ 5 นาที เรือก็จะมารับเราที่หาดแหลมศาลาเพื่อนำเรากลับไปที่หาดบ้านปูที่เราจอดรถไว้




                                                                           

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80