OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
21

พฤติกรรมที่ทำให้สมองเสื่อมเร็ว

พฤติกรรมต่างๆต่อไปนี้ เป็นผลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่ง มีผู้ส่งมาให้อ่านได้อ่านแล้ว เห็นว่าดีมาก เพื่อนคนไหน หรือ คนที่เพื่อนรักและปรารถนาดีคนใด ที่ทำอยู่ ต้องเลิกกระทำ ต้องชักจูงไม่ให้ลูกหลานกระทำ เพราะเป็นการทำลายสมองให้ฝ่อเร็วกว่าวัยอันสมควร หากเพื่อน หรือ คนที่เพื่อนรักและปรารถนาดี ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ที่ต้องการอยู่อย่างเป็นสุขตลอดอายุขัยของเพื่อน และ ของบุคคลที่เพื่อนรัก ต้องให้คำแนะนำชี้แนะ ให้ดำเนินชีวิตที่ตรงกันข้ามกับพฤติกรรมดังที่จะกล่าวต่อไปนี้

1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าการไม่ทานอาหารเช้า จะทำให้ระดับ น้ำตาลในเลือดต่ำ แต่ผลการวิจัยในปัจจุบัน กลับพบผลเสียหายอย่างร้ายแรง คือ เป็นสาเหตุทำให้มีสารอาหาร ไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ในระยะยาวจะทำให้สมองเสื่อมเร็วกว่ากำหนดมาก
2. ทานอาหารมากเกินไป การทานมากเกินไปในแต่ละมื้อ จะทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัวได้ง่าย เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความจำสั้นได้ ดังนั้น ในแต่ละมื้ออาหาร ไม่ควรทานจนอิ่มมากเกินไป ให้ทานเกือบอิ่ม นักโภชนาการรุ่นใหม่ ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพยุคใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มแพทย์ทางเลือก เช่น ที่สถาบันบัลวี ของหมอบรรจบฯ เขาแนะนำให้แบ่งทานอาหารออกเป็นวันละ 6-7 มื้อ แต่ต้องทานไม่มากในแต่ละมื้อ ทานพอสบายท้อง จึงจะเกิดผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว
3. การสูบบุหรี่ จากผลงานวิจัยล่าสุด ได้พบว่า การสูบบุหรี่เป็น สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคสมองฝ่อ และ โรคอัลไซเมอร์ได้ง่ายกว่าและมากกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่จำนวนมาก อย่างมีนัยสำคัญ (แต่บริษัทที่ผลิตบุหรี่ ก็พยายามซื้อตัวนักวิทยาศาสตร์บางคน ให้เขียนบทความโต้แย้งความจริงดังกล่าว เพื่อหวังกอบโกยรายได้จากผู้เสพที่ติดบุหรี่ต่อไป)
4. ทานของหวานมากเกินไป จากผลงานวิจัยล่าสุดเช่นกัน นักโภชนาการยืนยันว่า การทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดกลืนโปรตีนและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสมอง เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหารในสมอง และ ไปขัดขวางการพัฒนาของสมองได้
5. มลพิษ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดส่วนหนึ่งในร่างกาย การสูดเอาอากาศที่เป็นมลพิษเช่น ควันรถ ควันบุหรี่ เข้าไป จะทำให้ออกซิเจนในสมองมีน้อย ส่งผล ให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง
6. การอดนอน การนอนหลับจะทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนบ่อยๆ หรือ การนอนดึก การนอนน้อยกว่าคืนละ 6 ชั่วโมง จะทำให้เซลล์สมองตายได้ ยกเว้น ผู้ที่ทำสมาธิในขั้นหลับลึก หลับสนิทโดยแท้จริง จึงจะนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงโดยไม่มีผลเสียหายติดตามมา แต่ในบุคคลธรรมดาทั่วไป ไม่ควรนอนน้อยกว่าคืนละ 6 ชั่วโมง และไม่ควรนอนเกิน 23.00 น. ผู้ใดมิได้กระทำในลักษณะดังกล่าว ต้องตั้งใจเปลี่ยนนิสัยการนอนใหม่ หากฝึกฝนจริงๆ ฝีกนิสัยการนอนให้ถูกต้อง นิสัยที่ดีก็จะคืนกลับมาได้
เซลล์สมองที่สมบูรณ์ของเราก็จักได้ ทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ไปจนสิ้นอายุขัยได้อย่างเป็นสุข
7. นอนคลุมโปง จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น และ ลดออกซิเจนให้น้อยลงส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
8. ใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย การทำงานหนัก ความเครียด หรือ มุ่งเรียนหนักขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง และเป็นการทำร้ายเนื้อสมองไปในตัว ดังนั้นในช่วงป่วยเจ็บ ไม่ควรใช้สมองในการคิดเรื่องงานที่มีความเครียด หรือ ไม่ควรให้ลูกหลานเครียดกับการท่องหนังสือ แต่ควรให้สมองพักในช่วงที่ไม่สบาย หากมีโอกาส การทำสมาธิ หรือ ทำจิตให้สงบ ปล่อยวางเรื่องต่างๆสักระยะ สมองจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และ เมื่อร่างกายหายป่วย สมองที่ดี ก็จะพร้อมลุยงานใหม่ได้ทุกงาน เพราะสมองมีความพร้อม และ มีความสดชื่นแจ่มใสเต็มที่
9. ขาดการใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง การขาดการใช้ความคิด จะทำให้สมองฝ่อได้ ดังนั้น ในช่วงที่ร่างกายมีความเป็นปกติ ต้องบริหารความคิดบ้าง หรือ นำหนังสือมาอ่านทุกครั้งที่เพื่อนอ่าน หรือ ทุกครั้งที่เพื่อนได้ฟังเรื่องราวต่างๆ เพื่อนอาจคิดตาม แล้วอาจพิจารณาได้ว่าสิ่งนั้นๆ น่าจะเป็นไปได้ หรือ เพ้อฝันเกินจริง เป็นเรื่องความจริงที่มีหลักฐานชัดเจน หรือ เป็นเรื่องปั้นน้ำเป็นตัว เรียกว่า เกิดจินตามยปัญญา หรือ ได้ปัญญาจากการคิด เป็นต้น สมองของเพื่อน ก็จะมี
ประสิทธิภาพยาวนานอย่างมีคุณภาพจวบจนสิ้นลมหายใจของเพื่อน และ ของคนที่เพื่อนรัก
10. เป็นคนไม่ค่อยพูด ทักษะทางการพูด จะเป็นตัวแสดงถึงประสิทธิภาพของสมอง ต้องพยายามแสดงออกด้วยการพูด จะช่วยให้สมองพัฒนาสูงมากขึ้นได้ ที่คนโบราณกล่าวไว้ว่า “เด็กช่างพูดคือ เด็กฉลาด” นั้นใช่เลย เป็นความจริงที่มักเห็นได้โดยทั่วไป แต่ทั้งนี้ ก็มีข้อยกเว้น ในบางรายที่มีความเป็นอัจฉริยะในเรื่องอื่น หรือ ในหลายเรื่องเป็นการเฉพาะ แต่สมองส่วนของการพูดบกพร่อง สมองส่วนอื่นไม่บกพร่อง ก็เป็นเด็กฉลาดได้ เพราะเป็นเด็กอัจฉริยะในเรื่องอื่น แต่มีประมาณ 1 ในล้านคนเท่านั้นที่มีลักษณะดังกล่าว

สิ่งที่ไม่ควรประพฤติ ไม่ควรปฏิบัติ 10 ประการนี้ เพื่อน หรือ คนที่เพื่อนรัก ที่ประพฤติปฏิบัติอยู่ พึงทราบว่าเพื่อน หรือ คนที่เพื่อนรัก กำลังทำร้ายตนเองในระยะยาวโดยไม่รู้ตัว เพื่อน หรือ คนที่เพื่อนรัก ต้องเริ่มฝึกฝนสร้างนิสัยใหม่โดยเร็ว กลับตัวกลับใจได้เร็ว เพื่อน หรือ คนที่เพื่อนรัก จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่มีความสุขในระยะยาว เพื่อที่เพื่อนจะได้
- เป็นผู้ที่กินด้วยตนเองได้ (ไม่ต้องให้อาหารทางสายยาง)
- เป็นผู้ที่นอนเองได้ (ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ หรือ ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพลิกตัวเวลานอนนาน)
- ขับถ่ายได้ด้วยตนเอง (ไม่ต้องใช้วิธีสวนทวาร หรือ ไม่ต้องถือถุงปัสสาวะไปไหนมาไหนตลอดเวลา เพราะไม่อยากถ่าย มันก็ไหลออกมาเอง หรือ ในเวลาต้องการถ่าย กลับถ่ายไม่ออก ต้องสวนทวาร เป็นต้น)

ด้วยความปรารถนาดี จาก
นายมงคล กริชติทายาวุธ

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80