OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
25

เติมน้ำมันเวลาใด จึงจะได้น้ำมันมากเท่าจำนวนลิตรตามเงินที่เราจ่ายจริง

ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง การรู้จักวิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันนั้น นับเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ  นอกเหนือจากการติดตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกว่า มีทิศทางแนวโน้มจะปรับราคาขึ้น หรือปรับราคาลง และ ติดตามการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันของบริษัทน้ำมันต่างๆ โดยเพื่อนต้องพยายามเติมในช่วงเดินทางขากลับบ้านในช่วงค่ำน่าจะดี ถ้าพรุ่งนี้ น้ำมันจะปรับราคาสูงขึ้น แต่ ถ้าจะมีการปรับราคาลง ก็ควรเติมในช่วงเช้ามืดวันรุ่งขึ้น เพราะราคามักจะ
เปลี่ยนแปลงในเวลา 05.00 น. หากราคาน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องเติมในช่วงเช้ามืด หรือ ช่วงที่มีอากาศเย็นหรือ ในช่วงที่มีอุณหภูมิต่ำสุดของวันนั้นๆ

เพราะเคล็ดลับ ในเรื่องนี้ เราได้ทราบจากเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเขาทำงานเป็น ผู้ตรวจการของบริษัทน้ำมันที่มีชื่อเสียงก้องโลก ได้แนะนำช่วงเวลาที่ควรเติมน้ำมันว่า ถ้าราคาน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง ให้นำรถไปเติมในช่วงเช้าตรู่ หรือ ในช่วงที่มีอากาศเย็นๆ จะได้ปริมาณน้ำมันเต็มลิตร  แต่ถ้าไปเติมน้ำมันในตอนบ่าย หรือ ช่วงที่มีอากาศร้อนจัดในช่วงบ่ายนั้น ความร้อนระอุภายในดินยังคงมีอยู่ หากเติมน้ำมันประมาณ 20 ลิตร เนื้อน้ำมันจะสูญหายไป ประมาณ 1ลิตร โดยได้ไปแต่ไอน้ำมันไปแทนประมาณ 1 ลิตร ซึ่งนำไปใช้ขับเคลื่อนเครื่องยนต์ไม่ได้  ก็แปลว่า เราขาดทุนเนื้อน้ำมันไป 1 ลิตรนั่นเอง เราจึงมักจะ เติมน้ำมันในช่วงเช้า เรื่อยมา 20 ปีมาแล้ว ดังนั้น เมื่อได้เห็นบทความแนะนำช่วงเวลาที่ควรเติมน้ำมัน ก็เลยนำมาบอกต่อให้เพื่อนๆได้ทราบ เป็นการแบ่งปันความรู้ เพื่อช่วยให้เพื่อนผู้ใช้รถ จ่ายเงินซื้อน้ำมันเติมรถ โดยได้น้ำมันรถยนต์เท่าจำนวนลิตรที่เพื่อนได้จ่ายไป

บทความในเรื่องนี้ เขาเกริ่นนำว่า ผู้มีประสบการณ์ในวงการน้ำมันมากกว่า 31 ปี เล่าให้ฟังว่า เขาทำงานที่คลังน้ำมันแห่งหนึ่งใน San Jose , CA ซึ่งมีคลังเก็บ 34 คลัง ขนาด บรรจุรวม 16,800,000 แกลลอน ณ ที่นั่นแต่ละวันจะจ่าย น้ำมันประมาณ 4 ล้านแกลลอน ตลอด 24 ชม. เขาบอกว่า “จงเติมน้ำมันตอนเช้า ขณะที่อุณหภูมิบนพื้นดินยังเย็นอยู่” อย่าลืมว่า ปั๊มน้ำมันทุกแห่งมีถังน้ำมันฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อพื้นดินยิ่งเย็น น้ำมันยิ่งควบแน่น เมื่อ อุณหภูมิเพิ่มขึ้น น้ำมันก็จะขยายตัวตาม  ดังนั้น หากเติมน้ำมันช่วงบ่ายหรือช่วงเวลาเย็น (ไม่ใช่ช่วงอากาศเย็น) คุณจ่ายค่าน้ำมัน 20 แกลลอน แต่จะได้น้ำมันมาเพียง 19 แกลลอนเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า เราสูญเนื้อน้ำมันไป 1 แกลลอนในทุกๆ 20 แกลลอน อุณหภูมิของอากาศที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 องศา หมายถึง เงินจำนวนมหาศาล ที่ผู้จำหน่ายน้ำมันได้เงินมาฟรีๆ โดยมิได้จ่ายเนื้อน้ำมันให้ โดยจ่ายไอน้ำมันให้แทนไป 1 แกลลอน ในการเติมเพียง 20 แกลลอน ถ้าเติมน้ำมันในช่วงอากาศร้อน 40 แกลลอน น้ำมันจะสูญหายไป 2 แกลลอน เอาจำนวน 2 แกลลอนคูณราคาน้ำมันดู เราก็จะทราบว่า เราสูญเสียเงินไปฟรี ในการเติมน้ำมันในช่วงบ่าย ปีหนึ่งๆ เราจะสูญเสียเงินไปโดยไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่าเท่าไร เอาเงินนั้นมาเพิ่มเป็นค่าขนมให้ลูกเราจะดีกว่าไหม หรือ เอาไปบริจาคให้ โรงพยาบาล หรือ ให้การช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ยากไร้ที่เดือดร้อนจะดีกว่าหรือไม่

ประการที่สอง ขณะเติมน้ำมัน อย่าให้เด็กปั๊มตั้งหัวฉีดอยู่ในตำแหน่งไหลเร็ว หากคุณสังเกตให้ดีจะเห็นว่า กลไกเหนี่ยวจ่ายน้ำมันมี 3 ระดับ คือ low, middle, และ high หากตั้งในระดับไหลช้า จะเกิดไอระเหยของน้ำมันน้อยที่สุด เราจะได้เนื้อ น้ำมันเต็ม ไม่ใช่นำไอน้ำมันมาด้วย หากตั้งในระดับไหลเร็วน้ำมันบางส่วนจะ กลายเป็นไอระเหย และถูกสูบย้อนกลับไปยังถังใต้ดิน นั่นหมายถึงคุณจ่ายเงิน มากกว่าที่ควรจะได้เนื้อน้ำมันมาใส่รถตามจำนวนที่จ่ายจริง

เคล็ดลับอีกอย่างคือ ควรเติมน้ำมันเมื่อน้ำมันในรถเหลือครึ่งถัง ไม่ควร ปล่อยให้น้ำมันเหลือใกล้ศูนย์ หรือ ใกล้หมด เหตุผลคือ น้ำมันบรรจุในถังยิ่งมาก เนื้อที่ว่างสำหรับไอระเหยก็ยิ่งน้อย เพราะน้ำมันระเหยเป็นไอเร็วกว่าที่คุณคาดคิด หากมีที่ว่างมาก ไอน้ำมันก็จะระเหยได้เร็วกว่า  ในคลังเก็บน้ำมันจะมีอุปกรณ์ภายในถัง ทำหน้าที่เป็นเพดาลลอยขึ้นลงตาม ระดับน้ำมัน ทำให้ไม่มีช่องว่างระหว่างน้ำมันกับอากาศ ลดไอระเหยของน้ำมันให้ น้อยที่สุด รถขนส่งน้ำมันเมื่อมาบรรทุกน้ำมัน จึงเติมได้เต็มเม็ด
เต็มหน่วย ผิดกับที่ ปั๊มน้ำมันซึ่งไม่มีการชดเชยอุณหภูมิให้แก่ผู้มาซื้อน้ำมันเติมรถยนต์

ข้อเตือนใจอีกข้อหนึ่ง  ขณะที่คุณขับรถเข้าปั๊ม ถ้าเห็นรถบรรทุกน้ำมัน กำลังถ่ายน้ำมันเข้าสู่ถังเก็บใต้ดิน จงอย่ารีบร้อนเข้าไปเติมน้ำมันช่วงเวลานั้น เพราะ ตอนลงน้ำมันใส่ถังเก็บ สิ่งแปลกปลอมซึ่งปกติจะตกตะกอนอยู่ใต้ถังจะถูกกระแทก ตะกอนที่อยู่ใต้พื้นถังจะลอยตัว หากท่านเติมน้ำมันในช่วงเวลานั้น น้ำมันในรถยนต์ของท่านจะดูดเอาสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่เครื่องยนต์ในรถของท่านได้ ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันในสายส่งน้ำมัน  ในที่สุดรถที่ท่านขับ อาจดับในระหว่างขับขี่ได้ ท่านจะต้องเสียเวลาตามช่างซ่อม ให้มาล้างสายส่งน้ำมัน หรือ อาจต้องล้างถังน้ำมัน หรือ อาจต้องติดตัวกรองน้ำมันเพิ่ม นอกจากต้องเสียค่าใช้จ่ายแล้ว ท่านอาจเสียนัดหมายต่างๆ ที่นัดไว้แล้วก็ได้ ดังนั้นจะต้องหลีกเลี่ยงที่จะไม่เติมน้ำมัน ในช่วงที่ รถบรรทุกน้ำมันกำลังลงน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันที่ท่านกำลังจะเข้าไปเติม  เพื่อท่านจะได้ไม่ เสียความรู้สึก หากรถที่ท่านขับ มันดับไปเฉยๆในระหว่างขับ เพราะสายส่งน้ำมันใน รถของท่านเกิดการอุดตัน

ด้วยความปรารถนาดี 
จาก นายมงคล กริชติทายาวุธ

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80