OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
01
 อาหารและการปฏิบัติแบบใดเสริมการเป็นมะเร็ง หรือ ต้านเซลมะเร็ง
ด้วยมีผู้ส่งบทความของโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินสผู้เชี่ยวชาญในโรคมะเร็งมาให้อ่าน เห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์แก่เพื่อน และ คนที่เพื่อนรักก็ได้ จึงขอนําสาระดีๆมาแบ่งปันความรู้ใหเพื่อนและคนที่เพื่อนรัก ได้ทราบต่อพร้อมขยายความจากประสบการณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้คำแนะนำเพิ่มเติม โดยในบทความของเรื่องนี้  โรงพยาบาลจอห์นฮอพกินส เขาบอกให้เราทราบว่า
ทุกๆคนมีเซลมะเร็งอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว เพียงแต่เซลมะเร็งเหล่านี้ จะไม่ปรากฎด้วยวิธีการตรวจสอบตามมาตรฐานปกติ จนกระทั่งมันขยายตัวเพิ่มขึ้นในระดับพันล้านเซล ท่านต้องทราบให้ถูกต้องว่า เมื่อแพทย์บอกว่าไม่มีเซลมะเร็งในร่างกายผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับการรักษาแล้ว กรณีนี้หมายความแต่เพียงว่า ระบบการตรวจจับหาเซลมะเร็งไม่สามารถตรวจจับเซลมะเร็งไดเพราะว่าจํานวนของเซลมะเร็งมันยังไม่มากพอจนถึงระดับที่สามารถตรวจจับได้เท่านั้น
โรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินสรายงานให้ทราบว่าเซลมะเร็งเกิดมีปริมาณมากในร่างกายคนเราอย่างน้อย 6 ครั้ง บางรายเกิดเซลมะเร็งปริมาณมาก  มากกว่า 10 ครั้งในช่วงอายุของคนๆ นั้น โดยเฉพาะเมื่อระบบภูมิคุมกันของร่างกายอ่อนแอลง เซลมะเร็งจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราแข็งแรง เซลมะเร็งจะถูกทําลาย และป้องกันไม่ใหเกิดการขยายตัวของเซลมะเร็ง และกลายเป็นเพียงเนื้องอกเท่านั้น
เมื่อใครก็ตามที่ถูกระบุว่า “เป็นมะเร็ง” มันกําลังบอกว่าคนๆ นั้น มีความบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการ ซึ่งอาจเกิดจากยีนส์ที่มาจากบรรพบุรุษ หรือ มาจากสิ่งแวดล้อม หรือ มาจากอาหาร และปัจจัยอื่นๆ ในการดํารงชีวิตของพวกเรานั่นเอง
โรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินสรายงานให้ทราบว่า เพื่อเอาชนะภาวะบกพร่องหลายประการเกี่ยวกับโภชนาการนั้น การเปลี่ยนแปลงประเภทของอาหาร รวมทั้งสารอาหารบางอย่าง และ การปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวันที่ดีที่ถูกต้อง จะช่วยใหภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรงมากขึ้น
บางคนรักษาการเป็นมะเร็งด้วยการทําคีโม ซึ่งการทําคีโม คือ การให้สารเคมีไปทําลายเซลมะเร็งที่กําลังเติบโตอย่างรวดเร็วให้หยุดการเติบโต แต่ขณะเดียวกัน มันก็จะทําลายเซลที่ดีในไขกระดูกด้วย นอกจากนั้นมันก็ทําลายระบบทางเดินอาหารอีกด้วย ฯลฯ อีกทั้งเป็นต้นเหตุทําให้อวัยวะบางส่วนถูกทําลาย เช่น ตับ ไต หัวใจ ปอด ฯลฯ เป็นต้น
เพื่อนต้องไม่ลืมว่าการฉายรังสี แม้ว่าจะเป็นการทําลายเซลมะเร็ง แต่ก็ทําให้เกิดอาการไหมเป็นแผลเป็น และ 
ทําลายเซลที่ดี  เนื้อเยื่อ  และอวัยวะต่างๆ  การบําบัดโดยคีโม และการฉายรังสี มักจะช่วยลดขนาดของเซลมะเร็งไดในช่วงแรกๆเท่านั้น อย่างไรก็ตามถ้าทําไปนานๆ จะพบว่ามักไม่ส่งผลต่อการทําลายเซลเนื้อมะเร็ง แต่เมื่อร่างกายไดรับสารพิษจากการทําคีโม  หรือ การฉายรังสีมากเกินไป  ระบบภูมิคุ้มกันก็อาจถูกทําลายลงไดดังนั้น คนที่เป็นมะเร็งนั้น ก็อาจตกอยู่ในอันตรายจากการติดเชื้อหลายชนิด และ ทําให้โรคมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นได
โรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินสรายงานให้ทราบว่า การทําคีโมและการฉายรังสี อาจเป็นสาเหตุทําให้เซลมะเร็งกลายพันธุ์ดื้อยา และยากต่อการทําลาย การผ่าตัดก็อาจเป็นสาเหตุทําให้เซลมะเร็งกระจายไปทั่วร่างกายได้  วิธีที่ดีที่สุดในการทําสงครามกับมะเร็ง  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินส ให้คําแนะนําว่า จะต้องดําเนินการไม่ใหเซลมะเร็งไดรับอาหารของเซลมะเร็ง เพื่อนําไปใช้ในการขยายเซลมะเร็งให้มากยิ่งขึ้น
ดังนั้น  สิ่งที่เราจําเป็นต้องทราบ ก็คือ อะไรคืออาหารที่ป้อนให้กับเซลมะเร็งขยายตัว
คําตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจอห์น ฮอพกินสแจ้งให้ทราบว่า นั่นคือ น้ำตาลนั่นเอง  น้ำตาล คือ อาหารของเซลมะเร็ง  การตัดน้ำตาล  คือ การตัดแหล่งอาหารสําคัญที่จ่ายให้กับเซลมะเร็ง  แมสารทดแทนน้ำตาลอย่างเช่น 'นิวตร้าสวีต''อีเควล''สปูนฟูล'ฯลฯ  ล้วนทํามาจากสารให้ความหวาน ซึ่งเป็นอันตราย  สารทดแทนความหวาน ซึ่งเป็นกลางที่ดีกว่า คือ น้ำผึ้ง หรือน้ำอ้อย แต่ต้องใช้ในปริมาณน้อยๆเท่านั้น  เกลือสําเร็จรูปก็ใชสารเคมีในการฟอกขาว ก็มีอันตราย ควรหันไปเลือกใช ' แบล็ค อมิโน ' หรือ เกลือทะเล แทน
นมเป็นสาเหตุทําให้ร่างกายผลิตเมือก โดยเฉพาะในระบบทางเดินอาหาร เซลมะเร็งจะได้รับอาหารได้ดีในสภาวะที่มีเมือก การใชนมถั่วเหลืองชนิดไม่หวานแทนนม จะทําให้เซลมะเร็งไม่ได้รับอาหาร


เซลมะเร็งเติบโตได้ดีในสภาวะแวดล้อมที่เป็นกรด อาหารจําพวกเนื้อจะสร้างสภาวะกรดขึ้น
ดังนั้น ถ้าจะรับประทานเนื้อสัตว์ ให้ไปรับประทานปลาจะดีที่สุด รองลงไปคือ รับประทานไก แทนเนื้อวัวและหมู  แต่ ในเนื้ออาจมียาฆ่าเชื้อ มีฮอร์โมนที่เร่งการเจริญเติบโตในสัตว ล้วนมีอันตรายเช่นเดียวกัน บางครั้งก็มีเชื้อปรสิตบางประเภทตกค้างอยู ซึ่งล้วนเป็นอันตราย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ คนที่เป็นมะเร็ง  หากงดเว้นกินเนื้อสัตว์ทุกชนิดได้ จะดีกว่ากันมาก
อาหารที่ควรบริโภคควรประกอบด้วยผักสด 80% และน้ำผลไมพืชจําพวกหัว เมล็ด ถั่วเปลือกแข็ง และผลไม้ จะช่วยทําให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่าง อาหารอีก 20%อาจได้มาจากการทําอาหารร่วมกับพืช
จําพวกถั่ว น้ำผักสด
 จะใหเอ็นไซมซึ่งสามารถดูดซึมได้ง่าย และซึมทราบสู่ระดับเซลภายใน 15นาที เพื่อบํารุงร่างกาย และ ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลที่ดี เพื่อให้ได้เอ็นไซมในการสร้างเซลที่ดีใหพยายามดื่มน้ำผักสด ผักส่วนใหญรวมทั้งถั่ว ที่มีหน่อหรือต้นอ้อน และควรรับประทานผักสดดิบ 2-3ครั้งต่อวัน  เอ็นไซม์จะถูกทําลายได้ง่าย ที่อุณหภูมิ 140องศา F ( ประมาณ 40 องศาเซลเชียส)
ผู้ที่เป็นมะเร็งให้หลีกเลี่ยงกาแฟ น้ำชา และช็อกโกแลต ซึ่งมีคาเฟอีนสูง ชาเขียวถือเป็นทางเลือกที่ดี และมีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง น้ำดื่มให้เลือกดื่มน้ำดื่มบริสุทธิ์ หรือที่ผ่านการกรอง เพื่อหลีกเลี่ยง
ท็อกซินและโลหะหนักในน้ำประปา  น้ำกลั่นมักมีสภาพเป็นกรดให้หลีกเลี่ยง
โปรตีนจากเนื้อจะย่อยยาก และต้องการเอ็นไซม์หลายชนิดมาช่วยในการย่อย เนื้อสัตว์ที่ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหาร จะเกิดการบูดเน่าและมีความเป็นพิษมากขึ้น ผนังของเซลมะเร็งจะมีโปรตีนห่อหุ้มไว การงดหรือการรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง จะทําให้มีเอ็นไซม์เหลือมากพอมาใช้โจมตีกําแพงโปรตีนที่ห่อหุ้มเซลมะเร็ง และช่วยให้เซลของร่างกาย
สามารถกําจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น  ดังนั้น   
ผู้ที่รับประทานอาหารแบบชีวจิตนั้น  เรียกว่า เดินถูกทางแล้ว
สารอาหารบางอย่างอาจช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน เช่น สาร IP6 (inositol hexaphosphate หรือ phytic acid[, สาร Flor-essence, สาร Essiac, สารแอนตี้-อ๊อกซิแดนส, วิตามิน , เกลือแร , EFAs ฯลฯ) เพื่อช่วยให้เซลของร่างกายสามารถกําจัดเซลมะเร็งได้ดีขึ้น สารอาหารอื่นๆ เช่น วิตามินอี เป็นที่ทราบกันดีว่า ทําให้เกิดการตายลงของเซล หรือ กําหนดระยะเวลาการตายของเซล ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติของร่างกายในการกําจัดเซลที่ถูกทําลาย ซึ่งไม่เป็นที่ต้องการ หรือไม่มีประโยชน์ มะเร็ง เป็นโรคที่สัมพันธกับจิตใจ ร่างกาย และ จิตวิญญาณ การป้องกันเชิงรุก และการคิดในเชิงบวก จะช่วยให้เราสามารถอยูรอดจากการทําสงครามกับมะเร็งได้
ความโกรธ การไม่รู้จักให้อภัย และความขมขื่นใจ จะทําให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด และเป็นตัวเร่งเซลมะเร็งให้ขยายตัวเร็วขึ้น และมีสภาวะเป็นกรดเพิ่มขึ้น
ผูที่เป็นมะเร็งนั้น จะต้องเรียนรู้ที่จะมีความรัก และจิตวิญญาณแห่งการให้อภัย เรียนรู้ที่จะผ่อนคลายและมีความสุข เซลมะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตไดในสภาวะที่มีอ๊อกซิเจนเป็นจํานวนมาก หรือในสภาวะมีความสุขได้มากนักการออกกําลังกายทุกวัน และการหายใจยาวๆ ลึกๆ หายใจให้เต็มท้อง หายใจเข้าให้ท้องพองออก เวลาหายใจออก ต้องให้ท้องแฟ่บลง จะช่วยใหร่างกายไดรับอ๊อกซิเจนเพิ่มขึ้นลงไปจนถึงระดับเซล
การทําสมาธิอย่างจริงจัง และการปล่อยวางสิ่งต่างๆในช่วงที่เป็นมะเร็ง ก็ปรากฏผลอย่างมีนัยสําคัญในการระงับการขยายตัวของเซลมะเร็ง  
การเข้าอบรมปฏิบัติธรรมของสํานักต่างๆ  ที่ผู้ปฏิบัติมีความตั้งใจจริง มักได้ผลพลอยไดที่น่าพอใจ  ถือเป็นวิธีการอีกอย่างที่ใช้ในการยับยั้งการขยายตัวของเซลมะเร็ง ที่ค่อนข้างได้ผลอย่างมีนัยสําคัญ  เหมือนดั่งพี่ชายของข้าพเจ้า(นายมงคล กริชฯ)เอง  แพทย์ลงความเห็นว่าเซลมะเร็งลุกลามไปมากแล้ว ในช่วงที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง แพทย์เคยวินิจฉัยว๋า น่าจะมีชีวิต
อยู่ได้ไม่เกิน 3ป แต่มีชีวิตอยู่ต่อมาได้อีกถึง 19ปจึงถึงแก่กรรม โดยในช่วงที่เป็นมะเร็ง ได้มีการทําสมาธิอย่างต่อเนื่องจริงจัง   คุณภาพชีวิตโดยทั่วไปในช่วง 19 ปีที่ทราบว่าเป็นมะเร็ง ก็อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี    เป็นต้น
บทความเรื่องนี้ ให้ข้อคิดว่า วิธีเผชิญหน้ากับมะเร็งนั้น มีหลายวิธี หาใช่ใชวิธีที่แพทย์แผนปัจจุบันใชเท่านั้น เรื่องนี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็งของโรงพยาบาลจอห์นฮอพกินส ก็ได้ให้การยอมรับแล้วว่า มีวิธีการอื่นที่ช่วยระงับการขยายตัวของเซลมะเร็งได้  จึงขอนํามาบอกต่อครับ 

ด้วยความปรารถนาดี จาก 
นายมงคล กริชติทายาวุธ
 


 
 
]

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80