OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
21

นมแคลเซียมสูงมีประโยชน์จริงหรือ ?
ที่มาของข้อมูลจาก นิตยสาร "ฉลาดซื้อ" ฉบับที่ 90

นมแคลเซียมสูง' กำลังเป็นที่นิยมมาก โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุและมีราคาแพงกว่า 'นมปกติ' จึงเป็นที่มาของคำถามว่า เราจำเป็นต้องจ่ายแพงเพื่อซื้อ 'นมแคลเซียมสูง' จริงหรือ ? พบ'ความจริง'ของการตลาดนมแคลเซียมสูง' ได้ที่นี่

น้ำนม เป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญ เพราะในนมสด 1 แก้ว ( 200 มิลลิลิตร) จะมีแคลเซียม 240 มิลลิกรัม ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่สูง จึงมีคำถามที่ควรหาคำตอบว่า ... เหตุใดยังต้องมีนมที่มีแคลเซียมสูงออกมาวางขายอีก ?!?

ในปัจจุบันจะสังเกตได้ว่า บรรจุภัณฑ์ของนมแคลเซียมสูง มีลักษณะดึงดูดผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทำได้ผลดี แม้แต่นมถั่วเหลือง ที่ถูกโจมตีว่ามีแคลเซียมต่ำ ก็หันมาเติมแคลเซียมเพื่อลดจุดอ่อนของผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาด ตอนนี้จึงกลายเป็นว่า เอะอะอะไร ก็ต้อง 'แคลเซียมสูง' ไว้ก่อน แต่จะมีสักกี่คน ที่เข้าใจจริงๆ ว่า การที่นมมีแคลเซียมสูงนั้น ไม่สำคัญเท่ากับการที่ 'ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพียงไร ? '

แคลเซียมสูงในนมทุกชนิด...ไม่สำคัญเท่าการที่ร่างกายดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง

จากการสอบถาม ผศ.ดร.สมศรี เจริญเกียรติกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล ทราบว่า การดื่มนมวัว หรือ นมถั่วเหลืองแคลเซียมสูง ไม่ได้ดีไปกว่าการดื่มนมธรรมดา เพราะแม้นมจะมีปริมาณแคลเซียมสูงกว่าจริง แต่ร่างกายของเราจะไม่สามารถดูดซึมแคลเซียมไปใช้ได้ทั้งหมดในทันทีที่ดื่มหมดทั้งแก้ว 

"สืบเนื่องจากกระบวนการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายของมนุษย์เรานั้น มีข้อจำกัด ซึ่งหากบริโภคแคลเซียมปริมาณมากในครั้งเดียว ร่างกายจะดูดซึมไปใช้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หากทยอยบริโภคดื่มทีละนิด ร่างกายกลับจะดูดซึมนำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า" (เสมือนรดน้ำลงบนต้นไม้เล็กๆในกระถาง ถ้าเราจะไม่อยู่บ้าน 5 วัน เราจึงรดน้ำไป 3 ขัน เพียงครั้งเดียว  น้ำที่รดไป  ก็ไหลออกไปที่ก้นกระถางหมด สู้รดน้ำวันละครึ่งขันมิได้ เพราะต้นไม้เล็กๆนั้น มันดูดซึมนำไปใช้ได้แค่วันละครึ่งขันเท่านั้น - มงคล)

นอกจากนี้ กระบวนการดูดซึมแคลเซียม ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การดื่มนมขณะท้องว่าง ซึ่งร่างกายจะดูดซึมนำแคลเซียมไปใช้ได้น้อยกว่า ตอนที่ท้องไม่ว่าง ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดมานาน โดยคิดว่า "ถ้าไม่ทานอาหาร ก็ขอให้ดื่มนมแทน" แต่ผลการวิจัยของสถาบันโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล กลับพบว่า
"กระบวนการดูดซึมแคลเซียมจากนมไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายนั้น ต้องมีอาหารอยู่ในกระเพาะแล้ว มิใช่ไปดื่มนมในขณะท้องว่าง"
รวมทั้งแคลเซียมไม่ได้มีแต่ในนมเท่านั้น อาหารประเภทอื่นๆก็มีแคลเซียมสูงเช่นกัน เช่น เต้าหู้แข็ง ถั่ว งา ปลาเล็กปลาน้อย ปลากรอบ ปลาป่น กะปิ กุ้งแห้ง ผักคะน้า และ ผักกวางตุ้ง เป็นต้น

ความจริงเกี่ยวกับ 'แคลเซียม' และความคลุมเครือในโฆษณา

- การระบุแคลเซียม 10 ที่มีขนาดเล็กกว่าแคลเซียมธรรมดา 10 เท่า ซึ่งเรามักเข้าใจว่า จะสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ดีกว่านั้น ความจริงแล้ว การดูดซึมของร่างกาย จะเป็นไปตามกระบวนการที่ระบุไว้ข้างต้น คือ กระบวนการดูดซึมแคลเซียมจากนม เพื่อนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกายนั้น ต้องมีอาหารอยู่ในกระเพาะแล้ว มิใช่ดื่มนมในขณะท้องว่าง รวมทั้งดื่มทีละน้อยๆ  นอกจากนี้ ความจริงแล้ว ขนาดของแคลเซียมก็มีเพียงขนาดเดียวเท่านั้น  ไม่ได้มีขนาดเล็กกว่า หรือ ขนาดใหญ่กว่าแคลเซียมธรรมดา

- การที่โฆษณาว่า การบริโภคนมแคลเซียมสูงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ ต้องบริโภค 'วิตามิน เค' ให้สูงตามไปด้วย โดยอ้างว่าวิตามิน เค มีส่วนช่วยในการป้องกันการสลายตัวของแคลเซียมนั้น ความจริงแล้วร่างกายเราสามารถผลิตวิตามิน เค ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องบริโภคจากภายนอก

- การที่โฆษณาว่า มีการผสม 'โอลิโก ฟรุกโตส' ในนมแคลเซียมสูง โดยอ้างว่า'โอลิโก ฟรุกโตส' จะช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมนั้น ความจริงจากการวิจัยพบว่า เรื่องนี้ยังไม่มีความชัดเจน และจำเป็นต้องได้รับการวิจัยต่อไปอีกมาก เพราะผลการวิจัยยังไม่มีนัยสำคัญที่บ่งชี้ไปในแนวทางดังกล่าวอย่างชัดเจน 
-------------------------------------------
ขอขอบคุณข้อมูลจากนิตยสาร ′ ฉลาดซื้อ ′ ฉบับที่ 90 โดย กองบรรณาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80