OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
17

แนะนำการทำสมาธิภาวนาแบบง่าย ๆ

ในเบื้องต้นขอเรียนให้เพื่อนๆทราบก่อนว่า ก่อนที่ผมจะเกษียณอายุงาน มีภารกิจที่ผมได้รับมอบหมายจาก บมจ.ธนาคารกรุงไทย แต่ละปีมากกว่า 25 ภารกิจหลัก และ 1 ใน 25 ภารกิจหลัก คือ ทำหน้าที่ เป็นผู้อำนวยการหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐานมา 8 ปี ผ่านการฝึกปฏิบัติธรรมมาหลายสำนักสำเร็จธรรมศึกษาเอก จากสนามสอบหลวง และ ก็สอนหลักการทำสมาธิภาวนาให้แก่พนักงานเข้าใหม่ของ บมจ.ธนาคารกรุงไทยอยู่หลายปี ขออนุญาตแนะนำสำหรับเพื่อนๆที่สนใจในการปฏิบัติธรรม ที่มีปัญหาในการทำสมาธิ โดยขอให้คำแนะนำที่อาจแตกต่างจากคำสอนของสำนักใดสำนักหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพื่อนที่เคยอ่านคำสอนของ
สำนักใดมาก่อน หรือ เคยปฏิบัติตามแล้วได้ผลมาก่อนจากสำนักใดๆก็ตาม ขอให้เปิดใจ เพราะวิธีการทำสมาธิภาวนานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสสอนว่า มีถึง 40 วิธี บางท่านมีจริตที่ฝึกในวิธีการของสำนักหนึ่งได้ผลดีมาก แต่ท่านอื่นอาจปฏิบัตินานแล้วในสำนักเดียวกันนั้น ก็ยังไม่ได้ผลคืบหน้าใดๆ แบบนี้ก็มีไม่น้อย ขออนุญาตเรียนให้ทราบด้วยความมั่นใจก่อนว่า ผมได้เคยเข้าปฏิบัติธรรมในหลายสำนักเพราะเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจกำหนดหลักสูตรวิปัสสนากรรมฐาน ที่จะให้พนักงานธนาคารกรุงไทยและ บุคคลในครอบครัวไปปฏิบัติธรรม โดยธนาคารฯออกค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนให้ จึงต้องไปเรียนรู้ว่า เขาปฏิบัติธรรมกันจริงๆอย่างไร อยู่กินกันอย่างไร เช่น หลักสูตรในแนวทางของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า หลักสูตรในแนวทางของท่านพุทธทาส หลักสูตรในแนวทางของหลวงพ่อจรัญ ฐิตะธัมโม หลักสูตรในแนวทางของหลวงปู่มงคลเทพมุนี (ธรรมกาย) หลักสูตรในแนวทางของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(วัดท่าซุง) หลักสูตรในแนวทางของคุณแม่สิริ กรินชัย หลักสูตรในแนวทางของมหาจุฬาราชวิทยาลัย(พุทธมณฑล) หลักสูตรในแนวทางของวัดป่า (หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะ/หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) ฯลฯ เป็นต้น

คำแนะนำในครั้งนี้ เป็นการประยุกต์จากประสบการณ์ที่เคยลงมือปฏิบัติธรรมมาหลายสำนัก และทำสมาธิมานาน โดยจะลดขั้นตอนในการทำพิธีกรรมต่างๆลง เพื่อเพื่อนๆจะได้ปฏิบัติที่บ้านได้สะดวก หรือปฏิบัติที่ใดๆก็ได้ หากจิตมีความมั่นคงดีแล้ว ไม่จำเป็นต้องเป็นที่สัปปายะก็ได้ โดยขอให้คำแนะนำดังนี้

ขั้นเริ่มต้นของการทำสมาธินั้น ไม่จำเป็นต้องเตรียมการอะไรมากนักก็ได้ เพราะ ถ้าหากแนะนำแบบครบสูตร ที่เป็นมาตรฐานสากล เกรงว่าหลายคนจะพร้อมใจกันร้องเพลง “ถอยดีกว่า ๆ” ดังนั้น ในวันนี้ จึงขอแนะนำการทำสมาธิแบบง่ายที่สุด ทำได้ทันทีไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ลืมตาก็ได้ หลับตาก็ได้ ขอให้มีจิตจรดจ่อกับสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยมีสติกำกับอยู่ตลอดเวลา วิธีการที่ง่ายที่สุด ก็คือ อยู่กับลมหายใจของเรา ที่ภาษาพระท่านว่า “อานาปานัสสติ” เมื่อหายใจเข้า ก็รู้ว่า เราหายใจเข้า เมื่อหายใจออก ก็รู้ว่าเราหายใจออก
ขั้นที่สอง พยายามหายใจเข้า – ออก ให้ยาวๆไว้ก่อน จะดีกว่าหายใจตามปกติ เพราะดีต่อสุขภาพดีต่อ ระบบการหมุนเวียนของเลือด-ลม ในร่างกาย มีประโยชน์เสริมมากกว่าการทำสมาธิเพียงอย่างเดียว หากฝึกหายใจเข้า-ออกยาวๆได้นาทีละ 4 ครั้งก็จะดีมาก หากระยะแรกๆ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พยายามฝึกบ่อยๆ ย่อมทำได้เอง แต่ถ้าไม่ต้องการประโยชน์เสริม จะหายใจตามปกติก็ได้ คือ หายใจเข้า-ออก สั้นหรือ ยาว ก็รู้ว่า ตัวเรานั้นหายใจเข้า-ออก สั้น หรือ ยาว ในชีวิตประจำวัน คนส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวว่า ตัวเรานั้นปกติ หายใจเข้า-ออก สั้น หรือ ยาว ขอให้เราเริ่มสังเกตในตอนทำสมาธิดังกล่าว และ ในส่วนนี้เขาเรียกว่า เรากำลังปฏิบัติธรรมแล้ว ช่วงนี้ ถือว่า เป็นช่วงที่เรามีศีล 5 บริสุทธิ์  ในช่วงนี้ หากไม่ถนัดในการติดตามลมหายใจ ตามแนวทางคำสอนแนะของสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน หรือ สังเกตจุดที่ลมหายใจกระทบ โดยไม่มีคำภาวนาใดๆ ตามแนวทางคำสอนแนะของท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ก็ให้ใช้คำภาวนาช่วย เช่น “พุท เมื่อหายใจเข้า และ โธ เมื่อหายใจออก” ใช้ พุท-โธ เป็นฐานจิต แนวทางคำสอนแนะของสายวัดป่า (หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะ/หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) หรือ “พองหนอ – ยุบหนอ ตามลมหายใจเข้า–ออก ตามแนวทางคำสอนแนะของหลวงพ่อจรัญ ฐิตะธัมโม ,คุณแม่สิริ กรินชัย หรือ ตามแนวทางคำสอนแนะของมหาจุฬาราชวิทยาลัย (พุทธมณฑล) ก็ได้” หรือ “สัมมา –อะระหัง” ตามแนวทางคำสอนแนะของหลวงปู่มงคลเทพมุนี (ธรรมกาย) หรือ “นะมะพะธะ” ตามแนวทางคำสอนแนะของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ(วัดท่าซุง) หรือ ใช้วิธีนับลมหายใจเข้า – ออก นับหนึ่ง ลมหายใจเข้า – ออก นับสอง,3,4,5,6….ตามแนวทางคำสอนแนะที่ในหลวงองค์ปัจจุบัน ท่านสอนข้าราชสำนัก และ ข้าราชบริพาร ที่มาถวายงานรับใช้พระองค์ท่านก็ได้
ขั้นที่สาม เมื่อไรที่จิตเสียความจรดจ่อ ในคำภาวนา หรือ ในการสังเกตติดตามลมหายใจ หรือสังเกตจุดที่ลมหายใจกระทบเพราะไปคิดเรื่องใดๆก็ตาม ไม่ว่าเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว หรือ เรื่องที่ยังมาไม่ถึงก็ตาม ก็ให้มีสติตามรู้ว่า “เรากำลังคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว หรือ เรื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง” ให้มีสติตามรู้ให้เท่าทันความคิดเท่านั้น และ ให้บอกกับจิตใต้สำนึกว่า “ขณะนี้ข้าพเจ้ากำลังฝึกทำสมาธิ ขอไม่คิดเรื่องอื่นใดก่อน” พูดซ้ำย้ำอย่างหนักแน่นอย่างน้อย 3 ครั้ง หรือ จนกว่าจิตได้คลายความคิดฟุ้งซ่านไปแล้ว
จากนั้น กลับมาฝึกทำสมาธิต่อ โดยใช้วิธีการที่ถูกจริตกับตัวเรา วิธีการใดก็ได้ ที่ทำให้จิตของเราเป็นสมาธิเร็ว จิตมีอาการสงบระงับเร็ว หรือ เกิดอาการปีติเร็ว เช่น น้ำตาไหล ขนลุกชัน ตัวโยกคลอนหรือ รู้สึกคล้ายตัวลอยสูงจากพื้น หรือ ตัวเรายืดสูง หรือ ขยายใหญ่มากขึ้น หรือ รู้สึกคล้ายลำตัวค่อยๆหายไป กลายเป็นมวลสารก้อนกลม หรือ เห็นแสงจ้ากลมเหมือนดวงอาทิตย์ แต่ดูแล้วสบายตา หรือรู้สึกมีแสงสีรุ้งสาดส่องผ่านร่างกาย หรือ แสงสีรุ้งปรากฏด้านหน้าที่มองได้ด้วยตาที่สาม ที่หว่างคิ้วกึ่งกลางหน้าผาก หรือ ที่จักระที่ 6 หรือ เสมือนกำลังล่องลอยอยู่บน นภากาศ ผ่านปุยเมฆหมอก ที่มีอากาศเย็นสบายกำลังดี รู้สึกมีความสุขจากความสงบยิ่งนัก ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์ทางจิตเท่านั้น ไม่ต้องใส่ใจว่าเป็นจริงหรือไม่จริง สักแต่ว่าเราได้สัมผัส และ ได้รู้สึกเช่นนั้นเป็นพอ อย่าไปดีใจในความก้าวหน้าจนเกินไป อย่าไปใคร่รู้ใคร่เห็นในการฝึกครั้งต่อไป หากคาดหวังต้องการได้พบอีก  ปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นนั้น อาจจะไม่เกิดมาให้เห็นอีกก็ได้ แต่ถ้าไม่ไปคาดหมายต้องการเห็น มันจะมาให้เห็น ให้รู้สึกได้อีก และ ก็จะเจริญก้าวหน้าต่อไป โดยตัวเพื่อนเองจะรู้ด้วยตนเอง หรือ ได้พระวิปัสสนาจารย์ที่มีประสบการณ์ทางจิตสูงกว่า มาช่วยชี้แนะบอกกล่าวให้ได้เข้าใจ(พระวิปัสสนาจารย์หลายรูป ท่านสอนการปฏิบัติธรรมมานาน แต่ท่านจำตำรามาสอน ท่านไม่เคยมีประสบการณ์ทางจิตด้วยตนเอง หรือ มีประสบการณ์ทางจิตต่ำกว่าผู้เริ่มปฏิบัติธรรมที่เพิ่งเริ่มปฏิบัติครั้งแรกในบางรายก็ได้ มิใช่ผู้ที่ปฏิบัติธรรมมานาน จะมีความก้าวหน้าทางจิตสูงกว่าเสมอไป บางท่านปฏิบัติสมาธิภาวนาครั้งแรกในชีวิต แต่ได้ประสบการณ์ทางจิตสูงกว่า ผู้ปฏิบัติธรรมต่อเนื่องมานานกว่า 30 ปี แบบนี้ก็มีไม่น้อยให้พบเห็น ผมเป็นประธานชมรมศาสนาและการกุศล มา 16 ปี ได้พบประสบผู้ปฏิบัติธรรมมาหลากหลายขอยืนยันในเรื่องนี้)

ในการปฏิบัติธรรม ไม่ว่าจะเป็นการทำสมาธิภาวนา หรือ วิปัสสนาภาวนา หรือ เมตตาภาวนาหากเพื่อนยังไม่พร้อมจะไปปฏิบัติที่สำนักไหน หรือ ในวัดใด ฝึกปฏิบัติคนเดียวที่บ้านก็ได้ ไม่ต้องนั่งพับเพียบ ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิ เพราะเพื่อนมีอายุมากแล้ว อาจไม่ดีต่อสุขภาพ ให้นั่งบนเก้าอี้จะเป็นการดีกว่าการฝึกคนเดียว ไม่ทำให้บ้า คนที่จะบ้า แม้ไม่ฝึกปฏิบัติธรรม มันก็บ้าอยู่แล้ว และ อย่าคิดว่า กลัวว่าปฏิบัติธรรมแล้วจะไปนิพพาน จะไม่ได้มาเกิดอีก เพราะอยากกลับมาเกิดอีก เลยหนีห่างการปฏิบัติธรรมการไปนิพพานนั้น เป็นเรื่องยากมากที่สุด และมีเรื่องแปลกแต่จริง ผู้ที่อยู่ในสมณเพศ มีชั้นยศเป็นถึงพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่บางรูปที่มีพรรษาสูง พอท่านมรณภาพลงในขณะเป็นพระสงฆ์ ปรากฏว่าท่านไปอุบัติบังเกิดในแดนนรก เป็นสัตว์นรก หาได้ไปอุบัติบังเกิดในดุสิตเทวโลก หรือ ในพรหมโลกไม่ (นำข้อมูลมาจากประวัติหลวงปู่ปาน โสนันโท แห่งวัดบางนมโค เล่าโดยพระพรหมยานเถระ เจ้าอาวาสวัดท่าซุง) ดังนั้น ความประมาทในการดำเนินชีวิต ย่อมไม่ดีแน่

การฝึกสติ ด้วยการทำสมาธินั้น จะทำให้เรามีสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ไม่ทำให้บ้าแน่นอน ยกเว้นเราไปฝึกเล่นคุณไสย อันเป็นเดรฉานวิชา ย่อมมีโอกาสที่ทำให้เราบ้าได้ และ เพื่อนไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนจะบรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย เลยเพิกเฉยละเลย หากเพื่อนจัดสรรเวลาวันละ 10 นาที ค่อยๆฝึกไปเรื่อยๆ ความก้าวหน้าจะเพิ่มมากขึ้นเองโดยอัตโนมัติ  เพื่อนๆทราบไหมว่า เพื่อนเจ้าสัวกตพล (สุทัศน์) นั้น ในแต่ละวันจะนั่งสมาธิช่วงเช้า 1 ชั่วโมง ช่วงค่ำ 1 ชั่วโมง แทบทุกวัน ความมั่งคั่งมั่งมี ไหลมาเทมาตลอดเวลา แทบว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ความมั่งคั่งมั่งมีมันไหลมาเทมาเอง ซึ่งเพื่อนเจ้าสัวกตพล (สุทัศน์) ได้ตั้งใจยกที่ดินของตนที่นครนายกสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม และ บั้นปลายก็ต้องการไปอยู่ที่นั่นตลอดไป พวกเราคงทำตามเพื่อนเจ้าสัวกตพล (สุทัศน์)ไม่ได้ บุญบารมีของเราน้อยกว่า แต่ถ้าไม่เริ่มวันนี้ แล้วเราจะเริ่มเมื่อไร ขอให้เพื่อนๆตั้งใจใหม่ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เราจะตั้งใจจัดสรรเวลาในการปฏิบัติธรรมที่บ้าน อย่างจริงจังอย่างน้อยสัก 5-10 นาที เป็นอย่างน้อยตลอดไป เชื่อว่า สิ่งที่ดีๆยิ่งกว่าแต่ก่อน จะวิ่งมาถึงเพื่อนและครอบครัวของเพื่อนๆแน่  ในระยะแรกๆนี้ เพื่อนอาจไม่ต้องกะเกณฑ์เรื่องช่วงเวลาเช้า บ่าย หรือ ค่ำก็ได้ แต่เอาเป็นว่า จิตใจมีความพร้อมเมื่อไร นึกได้ในเวลาใด ไม่ว่าในขณะนั่งรถเดินทาง นั่งเครื่องบินเดินทาง ขณะถ่ายทุกข์ก็ได้ หรือ ในช่วงที่กำลังรออะไร หรือ รอคอยใครอยู่ก็ตาม ในช่วงใดๆที่ว่างอยู่ ให้เริ่มสังเกตลมหายใจของเรา ให้หัดหายใจยาวๆ ทดลองจับเวลาดู หายใจเข้า-ออก ยาวๆ ภายใน 1 นาที หายใจเข้า-ออก ยาวๆได้กี่ครั้งต่อนาที หากเพื่อนสามารถหายใจเข้า-ออก ยาวๆ ภายใน 1 นาที ได้เพียง 4 ครั้ง ถือว่าดีมาก พยายามฝึกให้หายใจได้ปกติเช่นว่าเสมอๆ เพื่อนรุ่นพี่สวนกุหลาบฯ อดีตประธานชมรมอยู่ร้อยปีมีสุข คือ น.พ.เฉก ธนะศิริ ยืนยันว่า บุคคลผู้นั้นจะต้องมีอายุอยู่ได้ถึงร้อยปีอย่างมีความสุข โดยมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยซึ่งตัวหมอเฉกฯ เองตั้งใจจะมีอายุอยู่ให้ถึง 120 ปี ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ยากในการฝึกดังกล่าว เพราะอยู่ที่ไหนก็ฝึกได้ ลืมตาหรือหลับตาก็ฝึกได้ มีเสียงดังหรือไม่ ก็ฝึกได้ ไม่จำกัดเวลา และ สถานที่

ขอให้เพื่อนๆทดลองดู ตัวเพื่อนเองสามารถรู้ถึงความก้าวหน้าของการฝึกได้ด้วยตนเอง  ขออำนวยพรให้เพื่อนๆทุกคนที่ฝึกตามที่แนะนำ มีความเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมโดยเร็วพลัน และ หลังจากหมดอายุขัยแล้ว ขอให้ไปพบกันที่ดุสิตเทวโลก อันเป็นดินแดนของผู้มีบุญไปอุบัติบังเกิดต่อไป

ด้วยความปรารถนาดี 
จาก มงคล กริชติทายาวุธ

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80