OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
31
ท่านเลือกที่จะคิด หรือ ทำอย่างไร ก็อยู่ที่ตัวท่านเอง
                
               เรื่องนี้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้เขียน แต่ก็ขอขอบคุณมากๆที่ให้ข้อคิดที่ดี ในการคิดต่างมุมที่เกิดประโยชน์มากกว่าสิ่งที่ได้พบเห็น เรื่องนี้มีอยู่ว่า.....

              ชายคนหนึ่งเคยตำหนิลูกสาววัย 5 ขวบของเขาด้วยความโกรธอย่างมาก เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทองแผ่นหนึ่ง ซึ่งมีราคาแพงมาก ในขณะที่ฐานะทางการเงินที่บ้านอยู่ในภาวะวิกฤติอย่างมาก หนี้สินค้างชำระก็มีอีกหลายรายการที่ถูกทวงถาม แต่ปรากฎว่า ลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคาแพงนั้น มาห่อกล่องของขวัญที่ว่างเปล่า เพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส
             ต่อมา...ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้น ให้พ่อของเธอ ในเช้าวันรุ่งขึ้น และพูด ว่า ' นี่สำหรับคุณพ่อ ค่ะ '
            พ่อของเธอรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้น  เมื่อเขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่าๆเท่านั้น เขาจึงตำหนิลูกสาวด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า

           ' ลูกไม่รู้จริงๆอย่างนั้นหรือว่า  การจะให้ของขวัญใครน่ะ มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญนั้นด้วย ?   เด็กน้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา และพูด ว่า
           '
คุณพ่อขา  มันไม่ใช่กล่องเปล่านะคะ เพราะหนูเป่าจูบของหนูเข้าไปจนเต็มกล่อง '
 

           ชายคนนั้นสะอึก  ตัวชาด้วยความเสียใจ เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น เขาขอให้ลูก สาวยกโทษให้เขา กับคำพูดและท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา
           ต่อมาไม่นาน อุบัติเหตุก็ได้คร่าชีวิต ลูกสาวของชายคนนั้นไป

          และว่ากันว่า เขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่านั้น ไว้ข้างเตียง ตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว
เรื่องนี้ให้ข้อคิดว่า เมื่อเราพบเห็นการกระทำของใครที่เราไม่พอใจ อย่าเพิ่งมีอารมณ์โกรธในทันที เพราะสิ่งที่เราพบเห็นนั้น อาจเกิดจากความตั้งใจที่มีเจตนาดีต่อตัวเรา หรือ ทำเพื่อเราโดยเฉพาะด้วยความปรารถนาดีก็ได้ หาใช่มีเจตนาจะทำความเสียหายต่อตัวเรา อย่างน้อยต้องทำความเข้าใจในเจตนาที่แท้ของผู้อื่นก่อนที่จะพูด หรือ จะทำอะไรลงไป โดยเฉพาะถ้าผู้อื่นที่ว่านี้ เป็นคนในครอบครัวของเรา พ่อแม่ของเรา สามีหรือภรรยาเรา ลูกเรา หรือ ปู่ย่าตายายของเรา ญาติพี่น้อง หรือ เพื่อนของเรา จะต้องระมัดระวังในการแสดงออกในระหว่างมีอารมณ์โกรธ   ไม่ว่าการพูด และ ในการกระทำทุกครั้ง เพื่อมิให้เกิดบาดแผลใจที่ปวดร้าว
 
           ในเรื่องนี้นั้น เมื่อใดก็ตาม   ที่ชายรายดังกล่าวรู้สึกท้อแท้ใจ
 หรือ ต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็น  เขาจะเปิดกล่องใบนั้น เพื่อหยิบจูบในจินตนาการของลูกสาวที่รักของเขาขึ้นมาหนึ่งจูบ แล้วรำลึกถึง ความรักของลูกน้อย ที่ได้ใส่จูบนั้นไว้ให้เขา

          ในความเป็นจริง  ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง พวกเราทุกคน ล้วนได้รับกล่องของขวัญสีทอง ซึ่งบรรจุด้วยความรัก ที่ปราศจากเงื่อนไข และรอยจูบของพ่อแม่ ลูก และคู่สมรสของเรา  มาแล้วทั้งสิ้น ไม่มีสมบัติใด ล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว

 

 
          เราจะต้องมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น  และ หาโอกาสในการคิดดี พูดดี และ ปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีให้มากขึ้น  พยายามลด และ งดคิดในทางที่ไม่ดี พูดในสิ่งที่ไม่ดี หรือ ทำในสิ่งที่ไม่ดี เพราะพวกเราทุกคนนั้น ไม่มีใครที่จะอยู่ยั้งยืนยงได้ตลอดไป อีกไม่นาน เราก็ต้องจากโลกนี้ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเราต้องจากไป ก็ควรจากไปโดยให้ผู้ยังมีชีวิตอยู่ มีเรื่องดีๆของเราให้ระลึกถึงได้บ้าง หรือ ตัวเรามีความมั่นใจว่า ณ วันนี้ ถ้าเราต้องตาย เราได้ไปสุคติภูมิแน่ เราปิดเส้นทางไปทุคติภูมิไว้แล้ว นั่นก็หมายความว่า เราได้ชื่อว่า มีคุณงามความดีพอที่ประตูสวรรค์เปิดต้อนรับแล้วใช่ไหม? หากท่านไม่แน่ใจ ท่านต้องเร่งเริ่มสะสมคุณงามความดีให้มากกว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมาแล้ว 
                     สำหรับข้อคิดที่มีผู้อื่นเขียนให้คิด คือ
- สำหรับหญิงที่มีสามีที่นอนกรนทั้งคืน ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับคุณ ไม่ใช่ไปอยู่กับผู้หญิงที่บ้านอื่น 
- สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่ ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ไปเป็นสก๊อยนั่งซ้อนท้ายแข่งรถมอเตอร์ไซต์บนถนน เพื่อเป็นของรางวัลให้ผู้ชนะไปเชยชม
- สำหรับภาษีที่ต้องเสียให้กรมสรรพากร  แม้จะตกหล่นเพราะนักการเมืองคอรัปชั่น  ก็ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เรายังมีรายได้อยู่ ไม่ต้องไปขอใครกิน 
- สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานเลี้ยงในบ้าน ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง   เรายังห้อมล้อมด้วยญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง  ไม่ใช่ผู้อยู่อย่างเดียวดาย
- สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป  ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เราเป็นผู้มีอันจะกิน 
- สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึงฉัน   กำลังได้รับแสงแดดที่มีวิตามินดี 
- สำหรับพื้นที่บ้านที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่าง ที่ต้องทำความสะอาด ไม่ต้องโกรธ เพราะ นั่นหมายถึง เรายังมีบ้านของเราที่มีให้เราดูแลรักษา 
- สำหรับคำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล ไม่ต้องโกรธ เพราะ นั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็นได้ 
- สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เรายังสามารถเดิน ได้   และเราก็ยังมีรถเป็นของเราเอง 
- สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เรายังมีเสื้อผ้าสวมใส่ 
- สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง   เรายังมีความสามารถทำงานหนักได้ 
- สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า ไม่ต้องโกรธ เพราะนั่นหมายถึง เรายังมีชีวิตที่ยังตื่นได้อยู่  ฯลฯ
                 เมื่อความโกรธไม่มี ความสุขก็จะเข้ามาแทนที่เสมอ นั่นคือ ท่านเลือกที่จะคิด หรือ ทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก็อยู่ที่ตัวท่านเอง หวังว่าท่านคงจะเลือกคิด พูด และ ทำแต่สิ่งที่ดีๆแก่ตัวเอง และ ครอบครัวของท่านเพื่อให้เกิดความสุข สงบ และ มีสันติในจิตใจ

 
 
 



Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80