OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
29

วิธีดูแลสุขภาพหน้าร้อนในทัศนะแพทย์จีน

เรามักจะเข้าใจผิดว่า "อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้ดื่มน้ำเย็นใส่น้ำแข็ง คงสดชื่นน่าดู"  หรือ "อากาศร้อนมาก  ผมเลยนอนบนพื้นปูน  เปิดพัดลมเย็นสบายดี  แต่พอตื่นขึ้นมา  รู้สึกอ่อนเพลียหนักๆ หัวเหมือนจะไม่สบาย" "ปิดเทอมหน้าร้อน พาเด็กๆ ไปห้างสรรพสินค้าทีไร กลับมาไม่สบายทุกทีเลย"
 
ในหน้าร้อน ยามกระหายน้ำ  ทุกคนมักนึกถึงน้ำเย็น น้ำแข็ง น้ำอัดลม หรือ ไอศกรีม หรือ หากอากาศร้อนมากๆ  ถ้าอยู่บ้าน มักใช้วิธีเปิดพัดลม  หรือ เครื่องปรับอากาศ  จ่อถึงเนื้อถึงตัวทั้งวันทั้งคืน  หรือ บางคนนิยมไปหลบความร้อนตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ  ความเคยชินหลายอย่าง  อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้มาก  โดยที่เราคาดไม่ถึง แพทย์แผนจีน  มีการบันทึกเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพหน้าร้อนไว้อย่างน่าสนใจ  แนวความคิดพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่ง ของแพทย์แผนจีน  คือ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของมนุษย์  และธรรมชาติรอบตัว  ที่มีความเกี่ยวพัน  และผลกระทบต่อกันอย่างแยกไม่ออก  การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบตัวที่เด่นชัด  คือ  การเปลี่ยนแปลงของอากาศ ฤดูกาล  ซึ่งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ (มีลมแรง) 
ฤดูร้อน (มีแดดร้อน) ปลายฤดูร้อน (มีความชื้น)  ฤดูใบไม้ร่วง (มีอากาศแห้ง)  และฤดูหนาว (มีอากาศเย็น)

จะมีผลต่อการปรับตัวของร่างกายและการเกิดโรค

สาเหตุแห่งโรค  ที่มากระทบร่างกาย  จากการเปลี่ยนแปลงของอากาศและฤดูกาลมี ๖ ปัจจัยด้วยกัน  คือ  ลม  แดดร้อน  ความชื้น  ความแห้ง  ความเย็น และไฟ (ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งแต่ละปัจจัย  มีผลกระทบต่อการปรับตัวของร่างกายแตกต่างกัน  ถ้าหากร่างกายไม่สามารถปรับตัว จากการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว  หรือ  เพราะภาวะของร่างกายอ่อนแอ  จะทำให้เกิดโรคได้ ดังนั้น  การเข้าใจถึงลักษณะธรรมชาติของปัจจัยก่อโรค  และของร่างกาย  รวมถึง  ประสบการณ์  ในการดูแลตนเองอย่างเหมาะสมของคนจีนสมัยก่อน  ที่เรียนรู้จากชีวิตจริง ซึ่งหากนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตของคนสมัยใหม่  (ที่ห่างไกลธรรมชาติมากขึ้นทุกที)  ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ขอสรุปสั้นๆ   ๘  ข้อ  เพื่อดูแลสุขภาพในหน้าร้อน ดังนี้
 
1. ไม่ควรกินน้ำแข็ง หรือ ดื่มน้ำเย็นจัด
ฤดูร้อน  อากาศร้อน  ต้องหาทางช่วยดับความร้อน  เพื่อป้องกันความร้อนกระทบร่างกายมากเกินไป  เป็นหลักการที่ถูกต้อง  แต่วิธีการให้ความเย็นแทนที่มากเกินไป  เช่น กินน้ำแข็ง อยู่ในที่ที่มีความเย็น  กินแต่อาหารที่มีความเย็น ฯลฯ  นับว่าไม่เหมาะสม โดยทั่วไป  เรามักดื่มน้ำเย็นๆ  น้ำใส่น้ำแข็ง  น้ำชาแช่เย็น  หรือใส่น้ำแข็ง น้ำอัดลม  ผลไม้แช่เย็น  เช่น  แตงโม สับปะรด ฯลฯ ของเย็นๆ เหล่านี้  จะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหาร น้ำเย็นปริมาณมาก  จะไปเจือจางน้ำย่อย  และ มีผลให้เลือดที่มาหล่อเลี้ยงกระเพาะอาหาร  เพื่อทำการย่อยลดน้อยลง  ทำให้สมรรถภาพการย่อยอาหารลดลง  ก่อให้เกิดโรคกระเพาะ  ลำไส้อักเสบได้ง่าย  คนที่เป็นโรคกระเพาะ  และ  เป็นแผลอักเสบอยู่แล้ว  ก็จะกำเริบได้ง่าย  หรือ  คนที่เป็นโรคหลอดลมอักเสบ  หากดื่มน้ำเย็น  ก็จะยิ่งทำให้มีอาการไอและหอบมากขึ้น  นอกจากนั้น น้ำแข็งที่ไมสะอาด  ก็มีส่วนทำให้เกิดท้องร่วงท้องเสียอีกด้วย
 
2. เครื่องดื่มที่เหมาะสมในหน้าร้อน
ในฤดูร้อน  ที่เรามีการสูญเสียน้ำทางเหงื่อมาก  การทดแทนน้ำในร่างกายที่เสียไปที่ดี  คือ การดื่มน้ำเปล่า (ที่สุกแล้ว) หรือ  ถ้าจะเสริมปรุงแต่งด้วยน้ำตาล  เกลือ หรือ สมุนไพรอื่นๆ  ก็สามารถเลือกได้ตามความชอบ  และ ความเหมาะสม เช่น
  2.1 การดื่มชาร้อน น้ำเก๊กฮวย  น้ำดอกสายน้ำผึ้ง  น้ำใบไผ่  น้ำบ๊วย  น้ำถั่ว  จะช่วยลดความร้อนของหัว ใจ (การไหลเวียนเลือด) ทำให้ตาสว่าง  เพิ่มน้ำในร่างกาย  บำรุงตับ  บำรุงไต   เจริญอาหาร  ช่วยระบบย่อยและดูดซึมอาหาร  ขับปัสสาวะ  เสริมพลังร่างกาย
  2,2 การเติมน้ำตาล  และเกลือ (ในปริมาณที่พอเหมาะ)  ในเครื่องดื่มต่างๆ  จะช่วยเสริมพลังและ ป้องกันการสูญเสียเกลือโซเดียมของร่างกายได้  โดยเฉพาะคนที่ทำงานกลางแจ้งหรือใช้แรงงานมาก ตัวอย่าง เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพหน้าร้อน
• ดอกเก๊กฮวย ๑๐ กรัม ชาใบเขียว ๑๐ กรัม ต้มใส่น้ำ ๕๐๐  ซีซี กินแทนน้ำ ช่วยขับร้อน ทำให้ตาสว่าง เสริมสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ลดอักเสบ ขับพิษร้อน
• ใบบัวสด (บัวหลวง) ๒๐ กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี นำมาต้ม เวลาดื่มเติมน้ำตาลเล็กน้อย จะช่วยขับร้อน ทำให้เย็น สร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย ขับความชื้น ลดไขมันในเลือด
• ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ อย่างละ ๕๐ กรัม ต้มใส่น้ำตาลกินทั้งเปลือก มีสรรพคุณขับร้อน ทำให้เย็น ขับความชื้น บำรุงไต เพิ่มพลัง
• บ๊วยดำ ๑๐๐ กรัม น้ำ ๑,๐๐๐ ซีซี ต้มใส่น้ำตาลพอประมาณ ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นแล้วดื่ม มีสรรพคุณสร้างน้ำในร่างกาย ดับกระหาย หยุดไอ แก้ท้องเสีย

การดื่มน้ำชา  หรือ  อาหารสมุนไพรที่ร้อน  มีวัตถุประสงค์เพื่อ  เพิ่มการขับเหงื่อ  กระจายความร้อน  สังเกตได้ว่า  หลังจากกินอาหารดังกล่าว  จะทำให้รู้สึกสบาย  สรรพคุณของสมุนไพร  ก็เพื่อทำให้ภายในร่างกายไม่ร้อนเกินไป  และ  สร้างน้ำเพื่อไม่ให้เสียเหงื่อมาก  แต่ไม่ควรดื่มน้ำชาใส่น้ำแข็ง  เพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี
 
3. ไม่ควรนอนให้ลม หรือ  ความเย็นโกรก
ความร้อนจากลมแดด  ทำให้เสียเหงื่อ  เสียพลัง  เมื่อนอนหลับ ตากลม  ในขณะเหงื่อออก  จะทำให้อุณหภูมิผิวของร่างกายลดต่ำลง  ถ้าอุณหภูมิภายนอกยังสูงอยู่  แล้วเหงื่อไม่สามารถระบายออกได้  จะมีความร้อนสะสมอยู่ข้างใน  ทำให้เวียนหัว  รู้สึกหนักหัว  ไม่สดชื่นแจ่มใส  หรือ  อาจทำให้เป็นหวัดได้  การใช้พัดลม หรือ  เครื่องปรับอากาศ  ไม่ควรให้กระทบโดยตรงกับร่างกายนานๆ   โดยเฉพาะที่บริเวณท้อง  หากโดนลมนานๆ  จะทำให้ท้องอืด  ปวดท้อง  ท้องเสียได้  หรือ  คนที่พลังพร่อง  เมื่อโดนลมนานๆ  จะทำให้เกิดความเย็น  โดยเฉพาะที่บริเวณใบหน้า  ทำให้การไหลเวียนเลือดน้อยลง  คนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ   เวลาออกจากห้อง  ต้องระวังการปรับตัวกับอากาศที่ร้อนภายนอก  เด็กที่ไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า  ต้องระวัง   เพราะการเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รวดเร็วจะทำให้ไม่สบายได้ง่าย
 
4. การนอน การพักผ่อน
โดยธรรมชาติของฤดูร้อน  กลางวันจะยาว  กลางคืนจะสั้น  (คนทั่วไปที่ไม่ได้นอนในห้องปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิ) กว่าอากาศจะเย็นสบาย  ให้นอนหลับได้  ก็มักจะดึกแล้ว  ตอนเช้าตรู่ท้องฟ้าก็สว่างเร็ว  ทำให้ต้องตื่นเช้ากว่าที่เคยเป็น  หน้าร้อนเราจะนอนได้น้อยกว่าปกติขณะเดียวกัน  อุณหภูมิในตอนกลางวัน  จะทำให้เสียเหงื่อ  เสียพลัง  เหนื่อยง่าย (เพราะมีเลือดไหลเวียนมาที่ผิวกายมากกว่าปกติ  แต่ไปเลี้ยงสมอง  หรือไป ที่ระบบการย่อยอาหารน้อยกว่าปกติ)  ทำให้ไม่ค่อยสดชื่น  สมองไม่ปลอดโปร่ง  รู้สึกง่วงตลอด

ในภาวะเช่นนี้ หลายคนที่อยู่ในห้องปรับอากาศ  อาจจะไม่ค่อยรู้สึกกับการเปลี่ยนของอากาศมากนัก  แต่สำหรับคนทั่วไป (โดยเฉพาะคนในชนบท  หรือ  คนที่ต้องทำงานในที่กลางแจ้ง) การได้พักผ่อนนอนหลับในช่วงกลางวันบ้าง  จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพไม่น้อยเลย  ผู้ที่ทำงาน  ในที่ทำงานคงจะนอนหลับกลางวันไม่สะดวก  อาจใช้วิธีนั่งพิงพนักตัวตรง  หลับตา สงบนิ่งๆ   ในช่วงกลางวัน   ก็เป็นการพักผ่อนที่ดี   แต่  สำหรับผู้ที่สถานที่อำนวยที่จะนอนหลับช่วงกลางวันนั้น  ท่าที่นอน  ควรเป็นท่านอนราบ  หรือ  นอนตะแคง ห้ามนอนคว่ำ หรือ  นอนฟุบบนโต๊ะทำงาน  เพราะจะกดท้อง  กดทรวงอก  กระทบการหายใจ   ทำให้กล้ามเนื้อไม่คลายตัว  จึงผ่อนคลายไม่เต็มที่
 
5. อาหาร 
ในหน้าร้อน  ระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง  ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกหิว  การปฏิบัติตัวสำหรับการกินอาหารที่เหมาะสม  ในหน้าร้อนนั้น  พอสรุปได้ ดังนี้

๑. ข้าวต้มมื้อเช้า
ตอนตื่นนอน  ท้องจะว่าง  เนื่องจากกระเพาะอาหารพร่อง  ควรเริ่มต้นมื้อเช้า  ด้วยอาหารอ่อนๆ  เพราะในหน้าร้อน  ร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อน  ทั้งกลางคืนและกลางวัน  ทำให้สูญเสียน้ำ  การทำงานของระบบย่อย  และดูดซึมอาหารลดลง   จึงยิ่งต้องถนอมการทำงานของกระเพาะอาหาร  ซึ่งเป็นด่านสำคัญ  ที่จะย่อยสารอาหารเพื่อนำไปใช้ประโยชน์แก่ร่างกาย  ข้าวต้มอาจผสมถั่วเขียว, เมล็ดบัว  หรือ  รากบัว ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยง่าย   และช่วยขับความร้อน   เสริมระบบการทำงานของกระเพาะอาหาร  และม้าม

๒. ควรกินผลไม้ที่แพทย์แผนจีน ถือว่ามีคุณสมบัติเย็น ขับร้อน เพิ่มน้ำในร่างกาย
ผลไม้ที่มีคุณสมบัติเย็น เช่น แตงกวา, แตงโม, แตงไทย, มังคุด, สับปะรด, สาลี่ เป็นต้น   เหมาะสำหรับกินแก้กระหายและขับร้อนในร่างกาย  แต่ไม่ควรแช่เย็นจัด  หรือ  กินในตอนกลางคืน  หรือ  ในขณะที่ท้องว่าง  หรือเวลาหิวจัด

๓. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทฤษฎีแพทย์จีนถือว่ามีคุณสมบัติร้อน เช่น  อาหารทอด อาการมัน อาหารแห้ง
ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอด  หรือ  รสมัน เช่น  ถั่วทอด,  กล้วยแขก, ปาท่องโก๋,    ไก่ทอด ฯลฯ หรือ  อาหารที่มีคุณสมบัติร้อน เช่น น้อยหน่า, ทุเรียน, ลิ้นจี่, ลำไย, ขนุน เป็นต้น
โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการคอแห้ง, คันคอ, เจ็บคอ หรือ  เป็นไข้ตัวร้อน ถ้าจะกิน  ก็ควรกินแต่น้อย  แล้วดื่มน้ำเกลือ (น้ำเปล่าผสมเกลือป่น)  เพื่อดับความร้อน  หรือ  กินอาหารที่มีคุณสมบัติเย็น  ช่วยปรับสมดุล  สิ่งที่ควรระวังอีกอย่าง  คือ หน้าร้อนอาหารจะบูดเสียง่าย  เนื่องจากเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อนชื้น   ดังนั้น  จึงควรจะระมัดระวังเรื่องการกิน  ควรกินอาหารที่ทำสุกใหม่ๆ จะปลอดภัยมากกว่าอาหารสำเร็จรูปต่างๆ
 
๔. การดูแลสุขภาพเด็กเล็ก  
ในเด็ก การปรับตัวของร่างกายจะยังไม่สมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่  เด็กๆ   จึงเจ็บป่วยได้ง่าย  โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน  ซึ่งคุณพ่อคุณแม่  จะต้องให้ความเอาใจใส่ดูแลลูกในเรื่องสำคัญๆ ๔ เรื่องด้วยกัน นั่นคือ
เรื่องเสื้อผ้า  ควรเป็นประเภทผ้าฝ้าย  ที่ดูดซับเหงื่อ  และระบายความร้อนได้ดี  เสื้อผ้าของเด็กต้องหลวม ไม่คับ  เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกอึดอัด  และ  ควรระวังเรื่องการอับชื้นจากปัสสาวะ เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดผดผื่นคันได้
เรื่องอาหาร  ในหน้าร้อนระบบการย่อยอาหารจะทำงานน้อยลง  (ตามที่กล่าวไว้ในข้อ ๕) ร่างกายของเด็กยังอ่อนแอ  และติดเชื้อได้ง่าย  เพราะฉะนั้น  อาหารจึงต้องสุก  และ สะอาดเสมอ น้ำแข็ง  น้ำอัดลม  ไอศกรีม  ที่เป็นของโปรดของเด็กๆ ทุกคน ไม่ควรให้เด็กกินบ่อย ขณะเดียวกันความเย็น  ก็จะทำให้ระบบการย่อย การดูดซึมอาหารผิดปกติ  จึงไม่ควรให้เด็กกินบ่อย เช่นกัน
ที่อยู่อาศัย การระบายความร้อนในห้องนอน  มีความสำคัญต่อเด็กมาก  ถ้าหากไม่มีเครื่องปรับอากาศ  การใช้พัดลมต้องระมัดระวัง  ไม่ให้พัดลมถูกตัวเด็กโดยตรง  ไม่ควรให้เด็กนอนในที่เปียกชื้น  บนพื้นปูน  หรือ พื้นที่เย็น ในกรณีที่เด็กมีเหงื่อออกมาก  ต้องพลิกตัวเด็กบ่อยๆ เพื่อระบายความร้อน  และ ใช้ผ้า ปิดบริเวณหน้าอก  และ บริเวณท้อง เพื่อป้อง กันการกระทบความเย็น
การเดินทาง   ในแสงแดด  มีรังสีอินฟราเรด  และ  รังสีอัลตราไวโอเลต  ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย   ดังนั้น  เมื่อต้องเดินทางไปไหน  โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอม  คุณพ่อคุณแม่ จึงควรให้ลูกสวมหมวก  ใส่เสื้อแขนยาว  และ  กางเกงขายาว  เพื่อช่วยป้องกันแสงแดด
 
หญิงตั้งครรภ์กับการปฏิบัติตัวในหน้าร้อน
ขณะตั้งครรภ์  การเผาผลาญพลังงานในร่างกายของผู้หญิง  จะสูงกว่าภาวะปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ช่วงใกล้คลอด  จึงทำให้มีอาการหงุดหงิด  มีเหงื่อออก  อ่อนเพลีย    และ  เกิดภาวะลมแดดง่ายกว่าคนปกติ  อย่างไรก็ตาม  ในผู้หญิงตั้งครรภ์   การสวมใส่เสื้อผ้าจะต้องมิดชิด  และเพื่อป้องกันการกระทบความเย็น  จึงควรหลีกเลี่ยงการเปิดพัดลมกระทบโดยตรง  ขณะเดียวกันต้องป้องกันความร้อนอบอ้าว ระบบระบายอากาศในห้องจึงต้องดี  ไม่ควรนอนบนเสื่อที่เย็น และ ควรมีผ้าห่มคลุมกายเสมอ  ดื่มน้ำให้เพียงพอ  ระวังอย่าให้เป็นหวัด  ห้ามอาบน้ำร้อนจัด  หรือ เย็นจัดเกินไป   เสื้อผ้าต้องหลวม  ระบายอากาศดี  ดูดซับเหงื่อได้ดี  เช่น  ผ้าฝ้าย ฯลฯ และ  ผิวกายต้องสะอาดสะอ้าน  อาหารที่กินต้องสดสะอาด และ มีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา นม ถั่ว ฯลฯ ผลไม้พวกแตง (แตงโม แตงกวา) รวมทั้ง มะเขือเทศ  ซึ่งมีฤทธิ์ขับร้อนหยุดกระหาย  ก็มีความเหมาะสม (แต่ไม่ควรแช่เย็น)  และ  ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทอุ่นร้อน  อาหารและเครื่องดื่มที่ลดร้อน  ควรเป็นพวกถั่วเขียวต้ม  ชาดอกเก๊กฮวย  น้ำดื่มที่มีน้ำหวาน และเกลือ (เกลือแร่)   นอกจากนี้  หญิงตั้งครรภ์  หรือ  กำลังให้นมบุตร  ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์  หรือ  คาเฟอีน  เพราะสามารถผ่านเข้าไปในรกได้ง่าย  และ  ยังผ่านไปยังเต้านมไปถึงทารกได้ด้วย
 
บุคคล ๓ ประเภทที่ต้องระวังให้มาก
คนสูงอายุที่ร่างกายอ่อนแอ  (คนสูงอายุมักมีระบบย่อยไม่ดี  และ  ความร้อนในร่างกายจะถดถอย เนื่องจากไตเสื่อมตามสภาพ),
คนที่มีสภาพของม้ามพร่อง (มีอาการการย่อยอาหารและการดูดซึมไม่ดี ท้องอืดง่าย),
คนที่มีสภาพของไตหยางพร่อง (มีอาการขี้หนาว แขนขาเย็น ลิ้นบวม และสีซีดขาว)
ผู้ที่มีลักษณะทั้ง ๓ อย่างดังกล่าว  เมื่อได้รับความร้อนจากแดดร้อน  ถ้าดื่มน้ำเย็น  หรือกินอาหารที่มีความเย็นมากเกินไป จะทำให้ระบบการย่อยอาหาร และ การดูดซึม ผิดปกติได้ และเกิดความชื้นสะสมในร่างกาย  อาการที่แสดงออก  คือ ท้องเสีย ติดเชื้อง่าย  ขี้หนาว ปวดหัว ตัวร้อน  แต่ไม่สามารถขับเหงื่อได้  ปวดข้อและปวดตามกล้ามเนื้อ  มักตรวจพบว่า  มีฝ้าสีขาวบนลิ้น

คิดว่า  ความรู้ต่างๆ เหล่านี้ คงทำให้ทุกคน  ผ่านพ้นหน้าร้อนปีนี้  และทุกๆ ปีไปอย่างสุขกาย สุขใจ  ไร้ปัญหานะครับ
 
ลักษณะธรรมชาติของความร้อน (ร้อนแดด)

๑. มีลักษณะเป็นปัจจัยด้านหยาง (กระตุ้นการทำงานของร่างกาย) ดังนั้น  เมื่อกระทบร่างกายจะแสดงออกไปทางด้านที่แกร่ง  เช่น หัวใจเต้นแรงเร็ว หน้าแดง ร้อนหงุดหงิด

๒. มีลักษณะกระจายตัวขึ้นส่วนบน  ของร่างกาย  ทำให้สูญเสียน้ำในร่างกาย  เช่น ทำให้รูขุมขนเปิด มีการระบายเหงื่อ (ช่วยระบายความร้อน = แพทย์แผนตะวันตก)  จึงทำให้คอแห้ง กระหายน้ำ ปัสสาวะเข้ม  ปริมาณน้อย  การสูญเสียสารน้ำ  จะทำให้สูญเสียพลังไปด้วย  เพราะฉะนั้น ในคนที่ร่างกายอ่อนแอ (พลังพร่อง) อาจทำให้เป็นลมหมดสติได้

๓. มีลักษณะอมความชื้น บางครั้งในฤดูร้อน  อาจจะมีฝนตกร่วมด้วย (โดยเฉพาะตอนปลายฤดูร้อน  เข้าต้นฤดูฝน) ซึ่งความชื้นนี้  จะทำให้รู้สึกแน่นอึดอัดบริเวณท้อง  และทรวงอก  เพราะไปกระทบระบบการย่อย  และดูดซึมสารอาหารของร่างกาย

หนังสือ "ตำรายาจีน" สมัยราชวงศ์หยวนได้บันทึกไว้ว่า
"ฤดูร้อน ไฟหัวใจจะแกร่ง  ไตจะอ่อนแอ  ความร้อนภายนอกมีมาก  ไม่สมควรกินน้ำแข็ง  ข้าวหรือโจ๊กที่เย็นชืด  เพราะท้องที่กระทบความเย็นมาก  อาจทำให้ท้องเสีย  ไม่ควรนอนกลางแจ้ง ท่ามกลางแสงจันทร์  และแสงดาว  การได้รับลมโกรกแรงและนาน  จะทำให้ลมเข้าสู่ส่วนลึกของร่างกาย  เพราะฉะนั้น  คนที่กินของเย็น  ร่วมกับ  การสูญเสียเหงื่อมาก  เมื่อกระทบลมเย็นจะทำให้กล้ามเนื้อชาง่าย"

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80