OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
01

การบริหารสมองไม่ให้ความจำเสื่อม

กิจกรรมช่วงกลางปีนี้ (ปี 2554)  ของชมรมกรุงไทยอาวุโส  ซึ่งได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุ  มาให้ความรู้แก่อดีตพนักงานธนาคารกรุงไทย  ที่เกษียณอายุไปแล้ว  นอกจากได้รับความรู้ที่ดี และ มีประโยชน์อย่างมากแล้ว  ได้เลี้ยงน้ำชากาแฟและอาหารว่าง  พร้อม รับประทานอาหารร่วมกันอีก 1 มื้อ  บริการดังกล่าวนี้  เป็นบริการฟรีสำหรับผู้เกษียณอายุ และ พนักงานปัจจุบันที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป  สามารถมาร่วมกิจกรรมได้  เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนวันที่จะเกษียณอายุ 
หากเปรียบเทียบกับกิจกรรมชมรมบัวใหญ่  ของธนาคารกรุงเทพ  ที่เป็นชมรมของผู้เกษียณอายุเหมือนกัน  ทั้งๆที่ 2 ชมรมนี้  ข้าพเจ้า นายมงคล กริชติทายาวุธ  เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และ ได้ไปร่วมกิจกรรมทั้งสองชมรมในปี 2553 - 2554  ถือว่า  ชมรมกรุงไทยอาวุโส  ของธนาคารกรุงไทย มีกิจกรรมมากกว่า ชมรมบัวใหญ่  ของธนาคารกรุงเทพ  มากมายหลายเท่า  เช่น  ทุกปีจะมีการจัดทัศนศึกษา  เช่น  พาผู้เกษียณอายุ  ไปฮานอย  เวียตนามบ้าง  พาไปนครวัต-นครธม กัมพูชาบ้าง  พาไปเวียงจันทน์ และ หลวงพระบาง  สปป.ลาวบ้าง  ไปพม่าบ้าง  ไปมาเลเซียบ้าง  การทัศนศึกษาภายในประเทศ เช่น  พาไปดอยตุง เชียงราย  พาไปหาดใหญ่  พาไปเขาค้อ เพชรบูรณ์  พาไปภูเก็ต  พาไปไว้พระ 9 วัดในภาคอิสาณ  เป็นต้น   โดยธนาคารฯช่วยค่าใช้จ่ายทั้งหมด 50% และ  ตั้งงบประมาณให้การสนับสนุนกิจกรรมปีละ 500,000 บาท  ให้งบประมาณช่วยเหลือเช่นนี้ทุกปี  เกือบ 20 ปีติดต่อกันจนถึงปัจจุบัน  นอกจากนั้น   ก็ให้โอกาสผู้เกษียณอายุแล้ว ไปร่วมกิจกรรมวิปัสสนากรรมฐาน  ในสถานที่ต่างๆประมาณ 28 จังหวัด  โดยธนาคารออกค่าเดินทาง และ ค่าลงทะเบียนเข้าร่วมวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย
ทั้งนี้  ชมรมบัวใหญ่  ของธนาคารกรุงเทพ  มีกิจกรรมสนับสนุนน้อย และ ไม่มีงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอนั้น  อาจมีสาเหตุจากการไม่ให้ความสนใจของผู้บริหารระดับสูงของ  บมจ.ธนาคารกรุงเทพ  ในกิจกรรมของชมรมบัวใหญ่  ของธนาคารกรุงเทพ  มากนัก หรือ  มิได้ให้ความสำคัญแก่บรรดาผู้อาวุโสของ บมจ.ธนาคารกรุงเทพอีกต่อไปก็ได้  จึงขอฝากท่านที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้  หากรู้จักผู้บริหารระดับสูงของ  บมจ.ธนาคารกรุงเทพ  ช่วยแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านได้รับทราบด้วยว่ามีกิจกรรมด้อยกว่า บมจ.ธนาคารกรุงไทย อย่างมาก ทั้งๆที่เป็นธนาคารที่ใหญ่กว่า  และ  ก่อกำเนิดชมรมมาก่อนตั้งนาน

ขออนุญาตเข้าเนื้อหา  เพื่อช่วยให้ท่านผู้สูงอายุ  ไม่เป็นโรคความจำเสื่อม   ท่านผู้สูงอายุ  และ ท่านที่กำลังย่างก้าวเข้าสู่การเป็นผู้สูงอายุ   ท่านจำเป็นต้องบริหารสมองในทุกโอกาสที่อำนวย  หรือ  นึกขึ้นมาได้  เพราะเมื่อไรท่านความจำเสื่อม  ท่านจะเป็นผู้ทำร้ายจิตใจลูกหลานอย่างรุนแรง  (หวังว่าท่านคงรักลูกหลานของท่าน  หวังว่าท่านคงไม่มีเจตนาทำร้ายจิตใจลูกหลานของท่าน  ถ้าท่านตอบว่า “ใช่แล้ว”  ท่านจะต้องอ่านให้จบ  รวมทั้งต้องลงมือบริหารสมองของท่าน  เพื่อมิให้ความจำของท่านเสื่อม) 
หากสมองท่านเสื่อม  ท่านจะกลายเป็นบุคคลที่ถูกผู้ที่ต้องให้การดูแลท่านเกลียดชัง  เพราะท่านจะกลายเป็นผู้มีนิสัยน่ารังเกียจที่สุด  เช่น  ทานอาหารเสร็จ  ขนาดยังไม่ได้ล้างจาน  ก็กล่าวหาว่าลูกหลานผู้ดูแลไม่จัดอาหารให้ทาน  ทำอะไรสิ่งใดไปไปแล้ว  ก็จำไม่ได้  ออกนอกบ้านเมื่อไรหาทางกลับบ้านไม่ถูก  อาจต้องไปนอนริมทางเท้ากับสุนัขข้างถนน  ฯลฯ  ปัญหาทั้งหมดมาจากความจำของท่านผู้สูงอายุเสื่อมไปแล้วนั่นเอง

การบริหารสมอง  ในที่นี้  หมายถึง การบริหารร่างกายในส่วนที่สมองควบคุม  โดยเฉพาะกลุ่มเส้นประสาท Corpus Callosum 
กลุ่มเส้นประสาท Corpus Callosum  ทำหน้าที่เชื่อมสมอง 2 ซีกเข้าด้วยกัน  ให้ประสานกัน แข็งแรงและทำงานคล่องแคล่ว  อันจะทำให้การถ่ายโยงข้อมูล  และ  การเรียนรู้ของสมอง 2 ซีกเป็นไปอย่างสมดุล  เกิดประสิทธิภาพ  และยังช่วยให้เกิดความผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้สภาพจิตใจเกิดความพร้อมที่จะเรียนรู้  เกิดความจำทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ดี  มีอารมณ์ขัน  เพราะคลื่นสมอง (Brain Wave) จะลดความเร็วลง   เปลี่ยนจากคลื่นเบต้า (Beta) เป็น อัลฟา (Alpha) ซึ่งเป็นสภาวะที่สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และ  เป็นช่วงโปรแกรมจิตของท่านได้ดีที่สุด  ปกติ  มักจะเกิดสภาวะดังกล่าวตามธรรมชาติ  ในช่วงเริ่มเคลิ้มใกล้หลับ  ให้ท่านผู้สูงอายุ  รีบโปรแกรมจิตใต้สำนึกโดยเร็ว  เช่น  “เราเป็นคนโชคดีมาก  มีสมองดี  มีความจำดีมาก”  “เราเป็นคนโชคดีมาก  มีสมองดี  มีความจำดีมาก”  พูดซ้ำๆด้วยความมั่นใจ และ เชื่อเช่นนั้นจริงๆ  พูดจนหลับไปทุกคืน  เพียงเดือนเดียว  รับรองได้ว่า  ความจำของท่านดีขึ้นกว่าเดิมมากแน่นอน
 
1.การบริหารปุ่มสมอง
ใช้มือขวา วางบริเวณที่ใต้กระดูกคอและซี่โครงของกระดูกอก หรือ ที่เรียกว่าไหปลาร้าจะมีหลุมตื้นๆ บนผิวหนังใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ คลำหาร่องหลุ่มตื้นๆ 2 ช่องนี้ซึ่งห่างกันประมาณ 1 นิ้วหรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายของแต่ะละคนที่มีขนาดไม่เท่ากัน ให้นวดบริเวณนี้ประมาณ 30 วินาที และให้เอามือซ้ายวางไปที่ตำแหน่งสะดือ ในขณะที่นวดปุ่มสมองก็ให้กวาดตามองจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้ายและจากพื้นขึ้นเพดาน
ประโยชน์ของการบริหารปุ่มสมอง
-เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองให้ดีขึ้น
-ช่วยสร้างให้ระบบการสื่อสารระหว่างสมอง 2 ซีกที่เกี่ยวกับการพูด การอ่าน การเขียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การบริหารปุ่มสมอง
ใช้มือซ้าย วางบริเวณที่ใต้กระดูกคอและซี่โครงของกระดูกอก หรือ  ที่เรียกว่าไหปลาร้าจะมีหลุมตื้นๆ บนผิวหนัง  ใช้นิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้ คลำหาร่องหลุ่มตื้นๆ 2 ช่องนี้ซึ่งห่างกันประมาณ 1 นิ้ว  หรือ  มากกว่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดร่างกายของแต่ะละคน  ที่มีขนาดไม่เท่ากัน ให้นวดบริเวณนี้ประมาณ 30 วินาที และให้เอามือขวา  วางไปที่ตำแหน่งสะดือ ในขณะที่นวดปุ่มสมอง ก็ให้กวาดตามองจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้ายและจากพื้นขึ้นเพดาน
ประโยชน์ของการบริหารปุ่มสมอง
-เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองให้ดีขึ้น
-ช่วยสร้างให้ระบบการสื่อสารระหว่างสมอง 2 ซีกที่เกี่ยวกับการพูด การอ่าน การเขียนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
 
ปุ่มขมับ
1.ใช้นิ้วทั้งสองข้างนวดขมับเบาๆวนเป็นวงกลม ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที
2.กวาดตามองจากซ้ายไปขวา และจากพื้นมองขึ้นไปที่เพดาน
ประโยชน์ของการนวดปุ่มขมับ
-เพื่อกระตุ้นระบบประสาท  และ  เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการมองเห็น  ให้ทำงานดีขึ้น  มีประสิทธิภาพมากขึ้น
-ทำให้การทำงานของสมองทั้ง 2 ซึก ทำงานสมดุลกันมากขึ้น
 
ปุ่มใบหู
1.ให้นิ่วหัวแม่มือกับนิ้วชี้  จับที่ส่วนบนสุดด้านนอกของใบหูทั้ง 2 ข้าง
2.นวดตามริมขอบนอกของใบหูทั้ง 2 ข้าง   พร้อมๆกันให้นวดไล่ลงมาจนถึงติ่งหูเบาๆ ทำซ้ำหลายๆครั้ง ควรทำท่านี้  ก่อนอ่านหนังสือ เพื่อเพิ่มความจำและมีสมาธิมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของการนวดใบหู
-เพื่อกระตุ้นเส้นเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงสมองส่วนการได้ยิน  และความจำระยะสั้นให้ดีขึ้น
-สามารถเพิ่มการรับฟังที่เป็นจังหวะได้ดีขึ้น 
 
2.การเคลื่อนไหวสลับข้าง (Cross Crawl)
ท่าที่ 1 นับ 1-10
ประโยชน์ของการบริหารท่านับ 1-10
-เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค
-เพื่อกระตุ้นสมอง ที่มีการสั่งการ  ให้เกิดความสมดุลทั้งซ้าย-ขวา  และ  เพื่อกระตุ้นสมรรถภาพของความจำให้จำได้มากขึ้น
ท่าที่สอง  จีบ และ L
1.ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้มือขวาทำท่าจีบ โดยใช้นิ้วหัวแม่มือประกบกับนิ้วชี้  ส่วนนิ้วอื่นๆให้เหยียดออกไป
2.มือซ้ายให้ทำเป็นรูปตัวแอล (L) โดยให้กางนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ออกไป ส่วนนิ้วที่เหลือให้กำเอาไว้
3.เปลี่ยนเป็นจีบด้วยมือซ้ายบ้าง ทำเช่นเดียวกับข้อที่ 1 ส่วนมือขวาก็ทำเป็นรูปตัวเเอล (L) เช่นเดียวกับข้อ 2
4.ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบซ้าย-ขวา
-เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อมือให้ประสานกัน เพื่อไม่ให้เกิดอาการนิ้วล็อค
-เพื่อกระตุ้นสมองเกี่ยวกับการสั่งการให้สมดุล  ทำให้การเคลื่อนไหวของร่างกายมีคล่องแคล่ว
-เพื่อกระตุ้นการทำงานความสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา  สัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
ท่าที่ 3 โป้ง-ก้อย
1.ยกมือทั้งสองข้างให้มือขวา ทำท่าโป้ง  โดยกำมือและยกหัวแม่มือขึ้นมา ส่วนมือซ้ายให้ทำท่าก้อย โดยกำมือและเหยียดนิ้วก้อย ชี้ออกมา
2.เปลี่ยนมาเป็นโป้งด้วยมือซ้าย  และ  ก้อยด้วยมือขวา
3.ให้ทำสลับกันไปมา 10 ครั้ง
ประโยชน์ของการบริหารท่าจีบโป้ง-ก้อย
-เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุลมากขึ้น  ทั้งซีกซ้ายและซีกขวา
-เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะได้แม่นยำมากขึ้น
-เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด
ท่าที่ 4 แตะจมูก-แตะหู
1.มือขวาไปแตะที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายให้ไปแตะที่จมูก (ลักษณะมือไขว้กัน)
2.เปลี่ยนมาเป็นมือซ้ายแตะที่หูขวา ส่วนมือขวาไปแตะที่จมูก (ลักษณะมือไขว้กัน)
ประโยชน์ของการบริหารท่า แตะจมูก-แตะหู
-ช่วยให้มองเห็นภาพด้านซ้าย  และขวาดีมากขึ้น
ท่าที่ 5 แตะหู
1.มือขวาอ้อมไปที่หูซ้าย ส่วนมือซ้ายอ้อมไปจับหูขวา
2.เปลี่ยนมาเป็นมือซ้าย อ้อมไปจับหูขวาส่วนมือขวาอ้อมไปจับหูซ้าย
ประโยชน์ของการบริหารท่าโป้ง-ก้อย,แตะจมูก-แตะหู,แตะหู
-เพื่อกระตุ้นการสั่งการของสมองให้สมดุล ทั้งซีกซ้ายและซีกขวามากขึ้น
-เพื่อกระตุ้นสมองส่วนการคิดคำนวณกะระยะให้แม่นยำมากขึ้น
-เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อหัวไหล่เกิดการติดยึด
 
3.ท่าผ่อนคลาย
ใช้มือทั้ง 2 ข้างประกบกัน  ในลักษณะพนมมือเป็นรูปดอกบัวตูม โดยให้นิ้วทุกนิ้ว  สัมผัสกันเบาๆ  พร้อมกับหายใจเข้า-ออกยาวๆลึกๆ  ทำท่านี้ประมาณ 5-10 นาที
ประโยชน์ของการบริหารท่าผ่อนคลาย
-ทำให้เกิดสมาธิ เป็นการเจริญสติได้ดี  ฝึกปฏิบัติได้ทุกสถานที่อีกทั้ง  นำมาใช้เสริมในช่วงที่ท่านฝึกสมาธิแล้วมีอาการง่วง  หรือ  ฟุ้งซ่าน  เพื่อช่วยให้หายง่วง  หรือ หายฟุ้งซ่านได้

ขออำนวยพรให้ท่านผู้สูงอายุทุกท่าน  ที่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำในเอกสารนี้  มีความจำดีเลิศ  มีความสุข สำเร็จ และ สมหวังในทุกสิ่งที่ปรารถนา                                                                

ด้วยความปรารถนาดีจาก  นายมงคล  กริชติทายาวุธ    E-mail :
mkrichti_999@yahoo.com หรือ mkrichti_999@hotmail.com หรือ mkrichti@gmail.com

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80