OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
01


พุทธทำนาย 
จากศิลาจารึกในมหาวิหารเชตวัน ณ สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย โดยคณะทูตไทยที่ไปอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อปี พ.ศ.2485 ตามคำแปลเป็นภาษาไทย ว่าดังนี้

สาธุ อะระหัง สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระเมตตากรุณาสรรพสัตว์ทั่วโลก ที่เกิดมาแล้ว  แต่ลำบากทั่วหน้า ทุกชาติ ทุกศาสนาตามธรรมชาติ  เมื่ออาตมาเข้านิพพานไปแล้วครบห้าพันปี ศาสนาของอาตมาจะเป็นที่สุด  เมื่อโลกหมุนไปถึงสองพันห้าร้อยปีเศษ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบัติใหญ่เสียครั้งหนึ่ง สิ่งที่สาธุชนไม่เคยเจอะจะได้เห็น  ไม่เคยพบจะได้พบ   ยักษ์หินที่ถูกสาปให้หลับ  กลับตื่นขึ้นมาอาละวาดยิ่งนัก 
ใกล้กับ พ.ศ. 2560 ยิ่งทวีกันใหญ่ขึ้นทุกทิวาราตรี
มนุษย์นอกพระศาสนา  จะรบราฆ่าฟันกันจนถึงเลือดนองเต็มพื้นดิน พื้นน้ำ จะลุกลามเผามนุษย์ไม่ขาดระยะ  ต่างฝ่ายต่างทำลายเหมือนยักษ์กระหายเลือด  แผ่นดินจะเป็นเปลวไฟ  จะตายไปอย่างละครึ่งหนึ่ง จึงจะเลิกล้ม  ต่างฝ่ายต่างหมดกำลังด้วยกันตามวิสัยยักษ์ร้ายนอกศาสนา  ซึ่งถือกำเนิดจากป่าอำมหิต 
ส่วนพุทธศาสนิกชนผู้ทำแต่บุญ  เดินตามทางตถาคต สามารถระงับร้อนไม่รุนแรง  บ้านใดได้บูชาพระโพธิสัตว์ผ้ากาสาวพัตร์ ก็จะรับภัยพิบัติเบาบางแต่หนีภัยธรรมชาติไม่พ้น ไฟจะลุกลามมาทางทิศตะวันออก ไหม้วัดวาอาราม สมณะชีพราหมณ์ จะอดอยากยากเข็น ลูกไฟจะตกจากฟ้า เหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ
สงครามจะเกิดทั่วทิศ พระยานาคจะพ่นพิษเป็นเพลิง  ทหารจะเป็นเจ้า ข้าวสารจะขาดแคลน  ทุกแคว้นจะอดอยาก  พลูหมากจะหมดเปลือง  สีเหลืองจะชนะ  พระยังอยู่คู่เมืองอีกต่อไป  สีขาวจะแพ้ภัยในที่สุด ครุฑจะบินกลับฐาน

คนจะกลับบำรุงพระพุทธเจ้า ว่าดังนี้  ชา ตะ มะ สะ ละ วา พรุ
พระคาถานี้ท่านให้เขียนใส่กระดาษ หรือผ้าขาวติดไว้หน้าบ้าน หรือหัวนอน ดังนี้
จะมีอายุยืนยาว จะทันผู้มีบุญชื่อ พระยาธรรมิกราชา เมื่อแรกสถิตอยู่เขตอยุธยา ต่อมาท่านเสด็จอยู่ลานช้าง ( ภาคอีสานในปัจจุบัน ) พระยาธรรมิกราชา  เข้ามาปีกุน (พ.ศ.2562)  เดือน 11 เป็นเที่ยงแท้หนักหนา  ท่านเสด็จมาก่อนหน้าในปีระกา (พ.ศ.2560)  แรม 5 ค่ำ มหากษัตริย์มาทางทิศตะวันตก สมณะชีพราหมณ์ตามมาพอประมาณได้ 76,400 รูป ทั่วอาณาจักรสมเด็จพระบรมนักปราชญ์ได้ประกาศคาถาว่า ดังนี้  นะ สัจ จัง ทะ คะ ยัง มะ สำ คำ ปัง

คอยดูในปีมะโรง (2555) คนจะเดินโก่ง คลาน  ผู้ใดอยากพบผู้มีบุญชื่อพระยาธรรมิกราชให้ภาวนา ให้หมั่นรักษาศีล สดับตรับฟังพระธรรมเทศนา
คอยดูปีมะเส็ง (2556) ตลิ่งจะพัง มหาสมุทรจะชอกช้ำ อย่าเที่ยวไปกลางแจ้ง
ท่านเข้ามาปีกุน (พ.ศ.2562)  เดือน 11 เป็นเที่ยงแท้ ผู้ใดไม่เชื่อ ให้คอยดูกันต่อไป
คอยดูในปีจอ (พ.ศ.2561)  คนจะพ้นภัยด้วยคุณงามความดี
 
สะโรนะกา โททายะโม พุทธะตะยะ ภาวนาทุกเช้าค่ำ ผู้นั้นจะมีอายุยืนนาน  จะได้เห็นพระธรรมมิกราช (พระโพธิสัตว์ศรีอริยเมตไตรย) ในปีกุน ท่านจะเข้ามาอีก  รู้แล้วให้บอกต่อกันด้วย

คำเตือน  โลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กลียุค จะทำให้เกิดภัยธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ไฟ ลม  จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง

สำหรับประเทศไทย  จะเริ่มเกิดตั้งแต่ปี 2555 คาดว่า จะได้รับภัยทางน้ำ และ แผ่นดินไหวที่หนักมากกว่าปี 2554  โดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯ แผ่นดินจะยุบตัว คลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่มความสูง 20 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากกว่าครึ่ง น้ำจะเข้าถึงสระบุรี  ภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ สุดท้ายในปี 2562  ประเทศไทยจะเหลือประชากรมากกว่าประเทศอื่นๆ

ส่วนประเทศอื่นทั่วโลก  จะเหลือเพียงสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น บุคคลที่รอดชีวิต  ส่วนมากก็สูญเสียสติสัมปชัญญะ  ไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนา  เพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา ฉะนั้น  อย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนเองให้มากนัก  เพราะเมื่อเข้ายุคศิวิไล เงิน ทอง จะไม่มีค่า   เพราะมนุษย์ยุคนั้น  วัดกันที่ความดี  ความมีศีลธรรม  หรือบุญกุศลเท่านั้น

( ปีมะโรง พ.ศ. 2555  ปีมะเส็ง พ.ศ. 2556   ปีระกา พ.ศ. 2560  ปีจอ พ.ศ. 2561  ปีกุน พ.ศ.2562 )

ท่านเจ้าอาวาสวัดป่าเพิ่มบุญ  ต.กลางดง  อ.ปากช่อง  จ.นครราชสีมา  ท่านยืนยันว่าครูบาอาจารย์ผู้ล่วงลับท่านเตือนว่า  พุทธพยากรณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้  เกิดขึ้นแน่นอน  และในช่วงชีวิตของพวกเราในยุคนี้จักได้พบเห็นแน่นอน  จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรประมาท  ไม่ควรตระหนก  แต่ต้องตระหนัก  และ  ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยไม่ทำอะไร  อย่างน้อยที่สุด  ท่านควรทำทุกหน้าที่ของท่านให้ดีกว่าเดิม  ท่านมีหน้าที่อะไร  ในสถานที่ไหน  ขอให้ท่านอยู่กับปัจจุบันขณะ  ทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ในรูปที่คิดดี  พูดดี  และ  ทำดี  ในทุกวันเวลาที่เปิดช่องให้สามารถกระทำได้  อย่างน้อยต้อง
ตั้งใจมีเมตตาต่อสรรพสัตว์  คือ ตั้งจิตปรารถนาและกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นมีความสุข 
ตั้งใจมีความกรุณา  คือ ตั้งจิตปรารถนาและกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นพ้นจากความทุกข์ 
ตั้งใจมีมุทิตา  คือ ตั้งจิตปรารถนาและยินดีด้วยความจริงใจที่ผู้อื่นได้ดีมีความสุขความสำเร็จ  และ
ตั้งใจมีอุเบกขา  คือ ตั้งจิตวางเฉยเป็นกลาง  เมื่อกระทำให้ผู้อื่นสัตว์อื่นมีความสุขไม่ได้ หรือ พ้นจากความทุกข์ไม่ได้  สิ่งใดเหลือวิสัยที่เราเข้าไปช่วยเหลืออะไรไม่ได้  ไปแก้กรรมให้ผู้อื่นไม่ได้  กรรมใครกรรมมัน  ทุกชีวิตมีกรรมเป็นกำเนิด  มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์  ผู้ใดทำกรรมใดไว้  ย่อมต้องได้รับผลของกรรมของตนเอง  ไม่ต้องไปทุกข์ใจใดๆด้วย  แต่อย่างน้อยที่สุด  อยากเชิญชวนท่านให้จัดสรรเวลามาสวดมนต์ในบทที่ท่านชอบ และ ทำสมาธิ  ปฏิบัติกรรมฐานในสถานที่ใดๆก็ได้ที่ท่านสะดวก ฝึกให้ชำนิชำนาญท่านจะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง

ก่อนจบพุทธทำนาย ขออัญเชิญพระโอวาทของท่านพระอรหันต์จี้กงมาให้ท่านพิจารณา
1. ชีวิตย่อมเป็นไปตามลิขิต (ละชั่วทำดี)                           จะต้องไปวอนขออะไร
2. วันนี้  ย่อมไม่รู้เหตุการณ์ในวันพรุ่งนี้                              จะต้องไปกลุ้มเรื่องอะไร
3. ไม่เคารพพ่อแม่ แต่เคารพพระพุทธองค์                          จะต้องไปเคารพทำไม
4. พี่น้อง  คือผู้ที่เกิดตามกันมา                                        จะต้องไปทะเลาะกันทำไม
5. ลูกหลานทุกคนล้วนมีบุญตามลิขิต                                 จะต้องไปห่วงใยทำไม
6. ชีวิตย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จได้                          จะต้องไปร้อนใจทำไม
7. ชีวิตใช่จะพบเห็นรอยยิ้มกันได้ง่าย                                 จะต้องไปทุกข์ใจทำไม
8. ผ้าขาด ปะแล้วกันหนาวได้                                           จะต้องไปอวดโก้ทำไม
9. อาหารผ่านลิ้นแล้วกลายเป็นอะไร                                  จะต้องอร่อยไปใย
10. ตายแล้วบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้                                   จะต้องไปขี้เหนียวทำไม
11. ที่ดินคือสิ่งที่สืบทอดแก่คนรุ่นหลัง                                จะต้องไปโกงกันทำไม
12. โอกาสจะได้  กลายเป็นเสีย                                        จะต้องไปโลภมากทำไม
13. สิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เหนือศีรษะเพียง 3 ฟุต                           จะต้องไปข่มแหงกันทำไม
14. ลาภยศเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่ไม่นาน                          จะต้องไปหยิ่งผยองกันทำไม
15. ทุกคนย่อมมีลาภยศตามวาสนาที่ลิขิต                           จะต้องไปอิจฉากันทำไม
16. ชีวิตลำเค็ญ  เพราะชาติก่อนไม่บำเพ็ญ                           แค้นใจทำไม (บำเพ็ญไวไว)
17. นักเล่นการพนันล้วนตกต่ำ                                           จะต้องไปเล่นการพนันทำไม
18. ครองเรือนด้วยความขยัน ประหยัด ดีกว่าไปขอพึ่งผู้อื่น       สุรุ่ยสุร่ายกันทำไม
19. จองเวรจองกรรมเมื่อไหร่จะจบสิ้น                                  จะต้องไปอาฆาตกันทำไม
20. ชีวิตเหมือนเกมหมากรุก                                              จะต้องไปคิดลึกทำไม
21. ฉลาดมากเกินจึงเสียรู้                                                 จะต้องไปรู้มากทำไม
22. พูดเท็จทอนบุญจนบุญหมด                                          จะต้องไปโกหกกันทำไม
23. ดีชั่วย่อมรู้กันทั่วในที่สุด                                               จะต้องไปโต้เถียงกันทำไม
24. ใครจะป้องกันมิให้มีเรื่องเกิดขึ้นได้ตลอด                          จะต้องไปหัวเราะเยาะกันทำไม
25. ฮวงซุ้ยที่ดีอยู่ในจิตไม่ใช่อยู่ที่ภูเขา                                 จะต้องไปแสวงหากันทำไม
26. ข่มแหงผู้อื่นคือทุกข์  รู้ให้อภัยคือบุญ                               จะต้องไปถามโหรเรื่องอะไร
27. ทุกสิ่งจบสิ้นลงด้วยความตาย                                         จะต้องไปวุ่นวายทำไม
28. คนรวยโดยไม่สุจริต คือ คนที่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ไม่มีคุณค่า    จะต้องไปรวยชั่วไปทำไม
29. คนมีสติปัญญา คือ คนที่รู้จักยอมโง่ก่อน  จึงจะเป็นคนฉลาดที่แท้จริง
30. คนส่วนใหญ่ชอบเอาชีวิตตนเองไปฝากไว้กับคนอื่น  ต้องรู้จักสร้างความมั่นใจ  เข้มแข็งให้กับจิตใจ  เชื่อมั่นในตนเอง  โดยไม่ทำร้ายใคร  หรือ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
31. การเอาชนะบางปัญหาได้  คือ การยอมแพ้  เพราะเรื่องบางเรื่องเอาชนะไม่ได้  เหตุผลของเราไม่ใช่เหตุผลของเขา
32. เราไม่มีปัญหา แสดงว่า เรานั่นแหละ  คือตัวปัญหา
33. เปลี่ยนปรับปรุงตนเองก่อน   จึงค่อยทำให้ผู้อื่นเปลี่ยน
34. อยากพ้นทุกข์ พ้นได้ทันที – อยู่ที่ใจ
35. อยากมีสุข สุขได้ทันที       – อยู่ที่ใจ
36. สู้ด้วยปัญญา รู้เขา รู้เรา รู้ดีกว่าเขา  รู้มากกว่าเขา รบพันครั้ง ชนะพันครั้ง
37. มีเงินไม่พอแจก สิ่งที่แจกได้ คือ คุณธรรม  และ การอุทิศกุศลผลบุญ
38. ใช้ไม้อ่อนให้ถึงที่สุด และต่อเนื่อง  จึงจะเป็นผู้ชนะตลอดกาล
39. การบำเพ็ญ คือ การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน
40. การเข้าใจธรรมะ  คือ การเข้าใจชีวิต และธรรมชาติของตนนั่นเอง


ด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่าน  จาก   นายมงคล  กริชติทายาวุธ

 

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80