OSK80 Only : Register / Login 
 You are here : แบ่งปันความรู้
Text/HTML

เว็บหน้านี้จัดเตรียมไว้สำหรับการแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่มนักเรียนเก่าสวนกุหลาบฯ รุ่น 80  ดังนั้นใครที่มีความรู้อะไรที่อยากแบ่งปันให้เพื่อนร่วมรุ่นก็สามารถนำบทความมา Post ขึ้นเว็บได้ โดยส่งเป็น Soft File ไปที่คุณวีระศักดิ์ ฮุนเมฆาเวทย์

 

DnnForge - NewsArticles
17

ท่านทำอะไร...หลังเกษียณอายุ

    แต่ละคน ย่อมใช้เวลาแตกต่างกันไป บางคนโชคดีมากที่มีงานอดิเรกที่มีรายได้ดีโดยไม่เครียดหลังเกษียณ

    แต่ โดยทั่วๆไปแล้ว ผู้ที่เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงมาก่อน ย่อมมีหัวโขนหลายหัวซ้อนกันอยู่ จำเป็นต้องใช้เวลา และ การทำใจในการถอดหัวโขนออกให้หมด เพื่อไขว่คว้าหาความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจในช่วงหลังเกษียณอายุ

     เนื้อหาทั้งหมดนี้ ไม่มีความชัดเจนว่า ผู้ใดเขียนเป็นคนแรก แต่ น่าจะประมวลมาจากเพื่อนๆที่เกษียณอายุแล้วหลายคน โดยผู้เขียนได้เขียนจากประสบการณ์จริงที่ได้พบเห็น ซึ่งให้ข้อคิดเห็น และ ข้อแนะนำที่ดีมีประโยชน์ต่อผู้ที่เกษียณอายุแล้วอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่นั้น เป็นความจริง

1....เมื่อเกษียณแล้ว...คนที่ไม่ค่อยรู้จัก จะกลายเป็นคนไม่รู้จัก...และ ร้อยละ 80 ของคนรู้จัก จะเลื่อนชั้นกลายเป็นคนไม่ค่อยรู้จัก...
      ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาไปกับคนอื่น จะมีเวลาให้กับตัวเองและครอบครัวมากขึ้น...ข้อเสีย ไม่น่าจะมี

2....หลังเกษียณ...เมื่อไม่มีคนขับรถ และเลขาส่วนตัวแล้ว...ต้องกลับมาหัดทำอะไรต่อมิอะไรด้วยตัวเองอีกเยอะ...ได้ใช้เวลาที่คิดว่า เหลือมาก ให้เหลือไม่ค่อยมาก...เป็นจุดเริ่มต้นของการลอกหัวโขนชั้นแรก

     ก่อนเกษียณ บางคนยังกดตู้เอทีเอ็มไม่ค่อยเป็นเลย...เดี๋ยวนี้เดินเข้าออกแบ๊งค์ไปทำรายการเองได้อย่างคล่องปรื๋อ...
    นอกจากเป็นคนขับรถแล้ว ยังต้องเป็นพ่อครัว เป็นคนสวน เป็นช่างประจำบ้าน บางครั้งก็ต้องไปจ่ายตลาดเองด้วย

3....หลังเกษียณ...งานสังคมจะน้อยลง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหน้าที่การงานในอดีต จะได้รับเชิญน้อยลงตามลำดับ จนไม่เหลือเลย...
      ข้อดี ไม่ต้องเสียเวลาปั้นหน้าต่อคนหมู่มาก ไม่ต้องจ่ายภาษีสังคม ไม่ต้องเปลืองชุดออกงาน มีเวลากินมื้อค่ำกับคนใกล้ชิดมากขึ้น...
ข้อเสีย ไม่น่าจะมี...เป็นการลอกหัวโขนชั้นที่สอง

4....หลังเกษียณ...ถือว่าท่อรายได้ประจำถูกปิดก๊อกแล้ว ให้สำรวจดูว่าทรัพย์ที่สะสมไว้จากการทำงาน หรือ จากมรดก มีเหลือให้ใช้จ่ายได้อีกนานเท่าไหร่...ต้องปรับวิถีชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือ มีเท่าไหร่ ก็ให้ใช้แบบสมฐานะ ไม่ให้เกินตัว...เพราะตายแล้วยังใช้ไม่หมด ยังดีกว่า ใช้หมดแล้วแต่ยังไม่ตาย...
      เป็นการลอกหัวโขนชั้นที่สาม...ชั้นนี้ลอกยากหน่อย บางคนได้กลายเป็นความเคยชินถาวรไปซะแล้ว

5....หลังเกษียณ...จะมีสิ่งที่เคยคิดอยากทำเยอะแยะไปหมด...อย่าละโมบ...ให้เลือกทำทีละอย่าง เอาอันง่าย ๆ ก่อน แล้วจะสำเร็จไปทีละอย่าง...
      เชื่อเหอะ ว่าสิ่งที่เคยอยากทำ จะได้ทำไม่ถึงหนึ่งในสิบหรอก...เพราะหลังเกษียณ สิ่งแวดล้อมเปลี่ยน คนรอบข้างเปลี่ยน ความคิดก็จะเปลี่ยน พลอยทำให้ความต้องการ และเป้าหมายเปลี่ยนไปด้วย...สิ่งที่อยากทำใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นและต่างไปจากเดิม...ตอนนี้แหละ จึงเป็นชีวิตจริงที่ไร้หัวโขน

6....เมื่อเกษีนณอายุแล้ว...สิ่งที่มีค่ามากที่สุด คือ สุขภาพ เพราะไม่สามารถหาซื้อได้ด้วยเงิน...การออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นส่วนสำคัญในการรักษาสุขภาพให้แข็งแรง...
       เมื่อเกษียณแล้ว ก็หมดข้ออ้างว่า ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หากจะอ้างว่า เล่นกีฬาไม่เป็น ก็ฟังไม่ขึ้น เพราะคนเราทุกคน เดินและวิ่งเป็นมาตั้งแต่เด็ก...เข้ายิม โยคะ เต้นแอโรบิค ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เดิน วิ่ง หรือ แม้แต่ยืนแกว่งแขนเฉย ๆ ที่บ้าน ก็เลือกเอาได้...
       ท่านทำเพื่อใครต่อใครมามากแล้ว ก็ทำเพื่อตัวเองบ้างเถอะครับ...นั่นคือสิ่งที่ควรทำอันดับแรกหลังเกษียณเลยทีเดียว

7....หลังเกษียณ...การเดินทางท่องเที่ยว ควรทำอย่างสม่ำเสมอ...เพื่อเปิดหู เปิดตา เปิดใจ และเปิดทัศนะคติใหม่ ๆ เพื่อจะได้สัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย...จะสร้างความกระตือรือร้นให้จิตใจ ไม่ให้เหี่ยวเฉากับบรรยากาศเดิม ๆ...
       ควรเลือกท่องเที่ยวที่ไกล ๆ และลำบาก ๆ เป็นอันดับต้นๆในช่วงเกษียณอายุใหม่ๆ เพราะยิ่งนานไป ความสามารถในการไปที่ไกลและลำบากจะลดน้อยลง จนถึงไปไม่ได้เลย...
      การท่องเที่ยวหลังเกษียณ ให้ความรู้สึกที่ต่างจากลาหยุดพักผ่อนไปเที่ยว แม้เป็นสถานที่เดียวกัน...จะละเมียดกว่า ผ่อนคลายกว่า มีคุณค่ามากกว่า ไม่รีบร้อนและกังวล เพราะกลับมาแล้ว ไม่ต้องรีบงกๆ ไปทำงาน

8....หลังเกษียณ...มีโอกาสในการเดินทางท่องเที่ยว ดูและสัมผัสสิ่งที่อยู่นอกตัวออกไป...ขณะเดียวกัน ก็ควรท่องเที่ยวภายในตัวเราด้วย คือการปฏิบัติธรรม...
       เพื่อสัมผัสกับสิ่งที่เรามองข้ามมา ตั้งแต่จำความได้  จะได้รู้ว่าโลกภายในตัวเราน่าพิศวง และลึกล้ำเพียงใด...และเป็นการให้โอกาสแก่เราเอง คือ เพิ่มทางเลือกว่า เมื่อได้รู้แล้ว จะเลือกดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไรจนจบ...
       เกิดมาชาตินี้ได้พบพระพุทธศาสนา ก็อย่าให้เสียชาติที่ได้เกิดมาเลยนะครับ

9....หลังเกษียณ...ไปที่ชอบที่ชอบกันเถิดครับ...คนเราแต่ละคนมีที่ชอบไม่เหมือนกัน ต่างกันตามจริตและจิตเบื้องลึก...เมื่อเกษียณแล้ว ไม่มีหัวโขนแล้ว ไม่มีกรอบจำกัดทางสังคมแล้ว ชอบทางไหน ที่ไหนก็ให้ไปที่นั้น ทางนั้นกันเอง โดยไม่ต้องรอเพื่อน ไม่ต้องรอโอกาสและเหตุผล...และไม่ต้องรอให้ลูกหลานมาเคาะโลงเตือนว่า ให้ไปที่ชอบที่ชอบเอาตอนที่ไปไม่ได้แล้ว ไปเองด้วยตัวเอง หรือ ไปกับคู่ชีวิตได้ รีบไปกันเถอะ ก่อนที่จะไปไม่ไหว

10....หลังเกษียณ...เล่นเกมให้มากหน่อย...อย่าไปหาว่าเป็นของเล่นเด็ก ๆ เพราะก็ใช่ จริงๆ...เราเกษียณแล้ว ไม่มีหัวโขนให้ดำรงภาพลักษณ์แล้ว เติมชีวิตของเด็กให้ตัวเองบ้าง จะได้สดใสกระตือรือร้น  ไม่เหี่ยวเฉาแห้งคาตอ...
     เกมช่วยให้คนวัยนี้กระฉับกระเฉง ได้ฝึกประสาทสัมผัส สายตา สมอง และกล้ามเนื้อให้ทำงาน  แถมเพิ่มความตื่นเต้นให้หัวใจสูบฉีดอีกด้วย...
     เดี๋ยวนี้เล่นเกมได้ง่าย  มือถือ หรือ iPad ก็มีเกมเยอะแยะ จะมีอะไรต่อมิอะไรให้เล่นอีกมาก...แก่แล้ว มาเล่นเกมกันเถอะ

11....หลังเกษียณ...ให้เขียนบันทึกทุกวัน...จะเรียกว่าไดอารี่ หรือ บันทึกความทรงจำ หรือคำพร่ำเพ้อ หรืออะไรก็ได้...
     แต่ให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเมื่อวานเท่านั้น...จะเขียนในคอมพิวเตอร์ ในไอแพ็ด สมุด หรือกระดาษก็แล้วแต่ถนัด...เขียนแค่สองบรรทัด หรือหนึ่งหน้า A4 ก็ไม่ว่ากัน เพราะนาน ๆ เข้า มันจะปรับทั้งความยาว เนื้อหา และสำนวนเป็นของตนเอง...
      ไม่มีอะไรจะเขียน แค่เขียนว่า  วันนี้กินข้าวกับอะไรก็ยังดี...สิ่งที่ได้จากการเขียน...
      หนึ่ง...ได้ฝึกทักษะการเขียนให้ดีขึ้นจากการเขียนทุกวัน...คนที่ไม่ค่อยอยากเขียนใน FB เพราะเขียนแล้ว ตัวเองอ่านเองยังบอกว่าไม่ได้เรื่อง ควรลองทำตามที่ว่านี้ด่วน...
      สอง...มีบันทึกให้ตรวจสอบย้อนหลังว่า ได้ทำอะไรไปแล้วมั่ง...เชื่อเหอะ อายุปูนนี้แล้ว รับรองว่า ได้พลิกกลับไปตรวจสอบบ่อย ๆ แน่...
      สาม...อันนี้สำคัญ...เป็นเครื่องวัดคุณภาพชีวิตหลังเกษียณ...เมื่อไหร่ที่ยังมีเรื่องราวให้เขียนมากมาย ถือว่ายังสอบผ่าน...แต่ถ้าเมื่อไหร่เขียนได้แค่สองคำว่า "เหมือนเดิม"
      ...อันนี้อาการน่าเป็นห่วง แปลว่า ชีวิตหลังเกษียณคุณภาพตกต่ำจนถึงพื้นแล้ว...ต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสายเกินไปจนแก้ไม่ได้

12....หลังเกษียณ...ไปนวดบ่อย ๆ...คนวัยเกษียณเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อจะแข็งตึง ขาดความยืดหยุ่น ไม่เหมือนสมัยหนุ่มสาว...เป็นสาเหตุให้ปวดเมื่อย ก้มทีก็โอย ลุกทีก็โอย...ออกกำลังกายก็โอย  ทำสวนก็โอย เล่นเกมก็เป็น แม้แต่นั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวีก็ยังเป็น
    ...การนวดช่วยให้ดีขึ้น นวดแผนไทยช่วยยืดเส้น นวดน้ำมันช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ...ตอนกำลังนวด จะเจ็บ ๆ มัน ๆ นวดเสร็จแล้วสบายตัว...
       จะนวดที่ไหนก็ได้ ร้านนวดแผนโบราณเอย สปาทั้งหลายที่เห็นอยู่เกลื่อนเมืองเอย หรือ จะว่าจ้างมาให้นวดที่บ้านก็ไม่ผิดกติกา...
       ข้อสำคัญ สถานทีต้องถูกอุปนิสัย และต้องมีหมอนวดประจำตัว...เพราะแต่ละที่ บรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างกัน หมอนวดแต่ละคน ก็มีลีลาลูกเล่นไม่เหมือนกัน...
       แรก ๆ ให้เปลี่ยนสถานที่และคนนวดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอที่โดน ประเภทที่ไม่ต้องบอก แค่แตะตัวก็รู้แล้วว่า วันนี้ควรจะเน้นนวดตรงไหน......จะได้อรรถรสมากกว่า และเบาสบายตัวกว่าจริง ๆ...ถ้าไม่รักกัน ไม่บอกนะเนี่ย

13....หลังเกษียณ...ตรวจสอบตัวเองว่า รู้สึกหมดคุณค่า หรือรู้สึกเป็นอิสระมีคุณค่า...ถ้าคุณรู้สึกเป็นอิสระ และ มีคุณค่า ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณจะได้เริ่มโบยบินไปสู่โลกกว้าง โดยไม่มีข้อจำกัด และไร้แรงถ่วงใด ๆ...
        ท่านได้ทำงานมาทั้งชีวิต ก็เพื่อมาถึงตรงนี้ไม่ใช่หรือ...แต่ถ้ารู้สึกหมดคุณค่า ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะคุณถูกจัดชั้น ให้เป็นทาสที่ถูกปลดปล่อยแล้วไม่ยอมไป...ยังคุ้นและชินกับพันธนาการที่ผูกมัดรัดตัวมาตั้งแต่เริ่มทำงาน...
        เปิดตาให้สว่าง มองรอบตัวให้กว้าง และไกลออกไปเถอะครับ...ความอิสระและมีคุณค่า ไม่ได้น่ากลัวและลำบากอย่างที่คิดหรอก

14....หลังเกษียณ...อย่าเพิ่งมาเล่นหุ้น...คำเตือนสำหรับคนที่เพิ่งคิดมาหัดเล่นหุ้นเอาตอนเกษียณ...ฟังเหตุผลแล้ว มันฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง...เพราะ....ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำจริงๆหรือ  มีอีกเยอะเลยแหละที่น่าทำกว่าการนั่งเฝ้าจอทั้งวัน....
      อยากมีรายได้เพิ่ม ต้องระวัง เขาเตือนเสมอว่า "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" เกษียณแล้วจะไปเสี่ยงทำไม ปรับตัวเองให้เหมาะกับเงินที่มีอยู่ไม่ง่ายกว่าหรือ....อยากศึกษาเรื่องหุ้น  น่าจะช้าไปแล้วต๋อย
      ศึกษาเรื่องธรรมะในวัยนี้ ยังจะให้ประโยชน์มากกว่า....เพื่อนชวน เล่นหุ้น เออ ก็โง่เชื่อเพื่อนเถอะ  อายุปูนนี้คิดเองไม่เป็น....เห็นคนอื่นรวยเพราะเล่นหุ้น  มันไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป   ท่านเคยเห็น เคยได้ยินคนที่มีสภาพของคนที่จนเพราะเล่นหุ้นไหม....
     อยากตื่นเต้น เร้าใจ  ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลายกิจกรรม อีกหลายอย่างให้เลือก ทำที่ทั้งเสียวทั้งมันกว่าการเล่นหุ้นโดยไม่ต้อเเสี่ยงไม่ดีกว่าหรือ....
    สมัยนี้ใคร ๆ ก็เล่นหุ้น เดี๋ยวตกเทรนด์ ให้เป็นเรื่องของคนในวัยทำงานเขาเล่นหุ้นเถอะลุง อยากทันสมัยก็มาหัดเล่น FB เล่น Line หรือ เล่นเกมส์ดีกว่า ไม่เครียด แถมเข้าสมัย ทันสมัย และมีคนเล่นเยอะมากกว่าด้วย....ฯลฯ

15....หลังเกษียณ...ถ้าลองทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ ให้รีบเลิกทำ....เวลามันเหลือน้อย เลือกทำอย่างอื่นในคิวต่อไปดีกว่า....
       เกษียณแล้ว ไม่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงานแล้ว จึงไม่ต้องฝึกวินัย ไม่ต้องฝึกความอดทนให้เป็นพื้นฐาน เพราะจนป่านนี้ ถ้ายังไม่สำเร็จ ก็คงฝึกไม่ทันแล้ว...
       สิ่งที่ท่านได้ลองทำ ก็เพราะอยากทำ เมื่อได้ทำแล้ว จะสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ...อย่าทู่ซี้ อย่ามีอัตตา ให้ยอมรับว่าเรื่องบางเรื่องนั้น เหมาะกับคนบางคนที่มีพรสวรรค์ เช่น อยากเล่นดนตรีให้เพราะ แต่จับบันไดเสียงไม่ได้ เคาะจังหวะไม่เป็น ก็ไปได้ไม่ไกล...คนวัยนี้ ลองเล่นอะไรแล้วไปไม่รอด...ไม่เสียหน้าหรอกครับ ที่จะเลิกทำ

16. ...หลังเกษียณ...อย่าคิดเลี้ยงหลานเป็นงานหลัก...เพราะสิทธิและหน้าที่เป็นของพ่อแม่เขา ส่วนเราได้ใช้สิทธิและทำหน้าที่ไปแล้ว...แล้วก็อย่าคิดเชียวว่า เคยเลี้ยงลูกมาหลายคน เลี้ยงหลานอีกซักคนสองคน จะเป็นไรไป...
       ลองนึกดูว่า ตอนเลี้ยงลูกอายุเท่าไหร่ ตอนนี้อายุเท่าไหร่...ตอนนั้นก็แทบแย่ ตอนนี้จะไหวหรือ...
       ที่สำคัญ ความคิดและแนวทางการเลี้ยงลูกของคน แต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน เดี๋ยวเกิดขัดแย้ง สร้างปัญหาระหว่างรุ่นขึ้นในครอบครัว กลายเป็นละครน้ำเน่าไปเปล่า ๆ...เอาแค่หยิบฉวยหลานมาครองเพื่อชื่นชมบ้างเป็นครั้งคราว...เล่นบทปู่ย่าตายายใจดีตามใจหลาน ให้พ่อแม่เขาหงุดหงิดเล่น...เป็นสุขกว่าเยอะ

17....หลังเกษียณ...ควรทำทุกวันให้เป็นวันพิเศษ...เพื่อจะได้ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากหน้าที่ ความรับผิดชอบ ภาระและหัวโขนที่เคยมีอยู่
     ท่านจะหายใจทิ้งนิ่งเฉยอยู่ทำไม ควรทำตัวให้กระตือรือร้น  ทำให้ชีวิตมีความหมาย เหมือนได้พักผ่อนตอนทำงาน...
     จำไว้ว่า เวลาเหลือน้อยแล้ว ถ้านับ 60 ถึง 80 ก็เหลือแค่ 7,300 วัน....เสมือนว่า เรามีเงิน 7,300 บาทในกระเป๋า ตื่นมาต้องหยอดมิเตอร์ชีวิตวันละบาท ใช้งานหรือไม่ก็วันละบาท แป๊บเดียวก็หมด...บางคนมิเตอร์เสีย ใช้งานไม่ครบ 80  ยิ่งเหลือน้อยเข้าไปใหญ่...จงใช้ทุกบาทที่เหลือให้คุ้มค่า หรือ ใช้ทุกวันที่เหลือ ให้มีความหมายเถิด เพื่อท่านจะได้มีความสุขมากกว่าความทุกข์ ครับ

18....หลังเกษียณ...พึงยอมรับเสมอว่า หนึ่งวันยังมี 24 ชั่วโมงเหมือนเดิม เที่ยงแท้และแน่นอน...
     คนที่รู้สึกว่ามันยาวนานเกินไป อยากให้เหลือน้อยกว่านี้ เพราะไม่รู้จะทำอะไร...จัดอยู่ในพวกหายใจทิ้ง น่าเป็นห่วง เพราะไม่มีความสุข ทิ้งไปนาน ๆ จะเครียดสะสมถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้าได้...
     จงได้คิดใหม่ทำใหม่เถอะครับ คิดไม่ออก ลองกลับไปอ่านที่ผมเขียนมาตั้งแต่ข้อ 1 อีกซักรอบก็ยังดี...
     แต่บางคนกลับคิดว่า มันสั้นไปหน่อย แป๊บ ๆ ยังไม่ทันทำอะไรก็หมดวันแล้ว ถ้ามีวันละ 30 ชั่วโมงก็จะดี...พวกนี้ก็กระดี๊กระด๊า มีความสุขกับการเกษียณเกินไป...ขอให้ลดกิจกรรมลงบ้างเถอะ พ่อคุณแม่คุณ
อย่างน้อยขอให้มีความสุขเป็นวันๆไปทุกวัน ก็กำไรอักโขแล้ว

19....หลังเกษียณ...ต้องติดตามข่าวสารบ้านเมืองให้น้อยลง รับรู้เรื่องราวของเทคโนโลยีให้มากขึ้น...เมื่อท่านไม่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในการงาน จะหมกมุ่นอยู่กับข่าวสารบ้านเมืองทุกนาทีให้เกิดความเครียด และ สะสมอารมณ์อันไม่พึงประสงค์ทำไมกัน
      คนถึงวัยนี้แล้ว คิดจะทำอะไร ก็ทำไม่ได้มากหรอก...มาสนใจเรื่องราวของเทคโนโลยี และวิถีการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ดีกว่า เพราะมีแต่เรื่องตื่นตาตื่นใจให้ทึ่ง สร้างสีสันให้กับชีวิตที่กำลังเหี่ยวเฉา...จะลองใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ออกมาเกือบทุกวันดู หรือลองใช้สินค้าตระกูลไอ iPhone หรือ iPad เพื่อให้รู้ว่า โลกกำลังไปในทิศทางไหน หรือจะเข้าไปอยู่ในโซเชียลเน็ทเวิร์คทั้งหลาย ก็ไม่มีใครห้าม เพราะไม่ได้จำกัดอายุ...
     อ้อ..ข้อสำคัญ เวลาเข้าไปแล้ว อย่าลืมศึกษา กฎ กติกา มารยาท ของแต่ละที่ แล้วปรับตัวปรับใจปรับความคิดให้เข้ากับเขาด้วยนะ...จะได้ไม่เชย ไม่ถูกค่อนขอดว่าเป็นเต่าล้านปี

20....หลังเกษียณ...จริงจังกับงานอดิเรกให้มากขึ้น...งานอดิเรกที่ทำมาจนถึงวัยเกษียณ ย่อมเป็นสิ่งที่ท่านชอบ เพลิดเพลินและมีความสุขที่ได้ทำ...
       มีเวลาแล้ว ควรยกระดับให้เข้มข้น ลึกซึ้ง แม้จะหมกมุ่นมากหน่อยก็ไม่เป็นไร...จะไปจนถึงขั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ มืออาชีพเลยก็ไม่เสียหาย...แต่ห้ามทำเป็นอาชีพเด็ดขาด เพราะจะกลับเข้าสู่วังวนของคนทำงาน...หมดสภาพการเกษียณ ในวัยนี้ มันไม่สนุกนะครับ ที่ต้องทำเป็นอาชีพ เป็นกิจวัตร จนไม่มีอิสระ ขอให้ท่านทำเป็นงานอดิเรกที่สนุก แต่ได้เงินด้วย แบบนี้ จึงจะคุ้มค่าในวัยเกษียณ

21....หลังเกษียณ...พูดให้น้อย ฟังให้มาก...เกษียณแล้ว ที่ต้องสั่ง ต้องสอน หรือ ต้องชี้นำคนอื่น นั้น ก็เป็นเพียงอดีต...เมื่อไม่มีคนให้สั่ง สอน ชี้นำ การพูดเยอะๆ จึงไม่จำเป็น...
     เปลี่ยนบท. มาเป็นคนฟังมั่งเหอะ ฟังแล้วคิด ตอบโต้ให้ช้าลง หัวเราะให้มาก...อยากใช้ปากอย่างที่เคย ก็ให้ไปหัดร้องเพลงแทน เพราะมันไม่ทำร้ายจิตใจใคร...เมื่อคิดแล้วค่อยพูด ความผิดพลาด ในการพูดให้เสียใจในภายหลังจะได้ลดลง  มิตรภาพจะได้มากขึ้น ชีวิตหลังเกษียณจึงจะมีความสุขสงบมากขึ้น

22....หลังเกษียณ...ฝึกใจให้ชินกับการแพ้...ต้องยอมรับว่า วัยนี้ของชีวิตเป็นช่วงขาลง...ขาดเป้าหมาย ไร้แรงฮึดที่จะเอาชนะ...การพ่ายแพ้จึงเกิดได้บ่อยเป็นธรรมดา...
       ที่แน่ ๆ คือ แพ้ต่อสังขาร  อันเป็นสาเหตุหลักให้แพ้เรื่องอื่น ๆ ด้วย...ที่เคยทำได้ ก็ทำไม่ได้...ที่เคยแม่นยำ ฉับไว กลายเป็นเบ๊อะบ๊ะ งกเงิ่น...หลงลืมจนอยากเขกหัวตัวเองวันละหลายหน...
      โรคภัยไข้เจ็บก็มาเยือนกันจัง...การฝึกให้ชินกับการแพ้ เป็นทางแก้ที่หมดจด สู้ไม่ได้ก็เอาเป็นพวกเสียเลย...
      ผมยังจำที่หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทานฯ เคยเทศน์สอนเรื่องนี้ เมื่อสิบกว่าปีก่อนได้ว่า...เมื่อโรคภัยไข้ชรามาเยือน ก็อย่าสัดส่ายดิ้นรนเป็นทุกข์เลย ให้ต้อนรับเขา ให้เขามาอยู่ด้วย อย่างเป็นมิตรเถอะ ทักทายด้วยว่า...อ้าว มาแล้วหรือ นี่รออยู่นะ เพราะ เป็นสิ่งที่หนีไม่พ้น

23....หลังเกษียณ...จัดบ้านให้น่าอยู่...เมื่อไม่มีที่ทำงานให้สิงสถิต บ้านก็จะกลายเป็นสถานพักพิงหลัก...
      การจัดบ้านให้เป็นวิมานของเรา เป็นภารกิจต้น ๆ ที่ควรทำอย่างยิ่งยวด...ที่สึกหรอเสียหาย ให้ซ่อมแซมแก้ไข จะซ่อมใหญ่ ซ่อมเล็ก ก็ว่ากันไป...ที่ขาดตกบกพร่อง ก็เพิ่มเติมเสริมแต่งให้เต็ม ทำให้สว่างไสว มีชีวิตชีวา...ที่รกล้นเกินความจำเป็น ก็กำจัดตัดทิ้งให้เหลือแค่พอเหมาะ...อันหลังนี่ยากหน่อย คนแก่มักก้าวไม่พ้นเส้น เสียดาย ทำใจ ทิ้งสัมภาระ ที่สะสมมานานไม่ได้...
     ให้คิดเสียใหม่ว่า ถ้าเขาเป็นประโยชน์กับคนอื่นมากกว่า ก็ตัดใจปล่อยเขาไปเถอะ...
      ขอแนะให้ใช้เกณฑ์ 6 เดือนตัดสิน...ถ้าพิจารณาเห็นว่าใน 6 เดือน ฉันคงไม่ได้ใช้เธอแน่ เธอก็ควรไปอยู่กับคนอื่นได้แล้ว...คืนที่ว่างอันมีค่าให้ฉันไปทำอย่างอื่นเถอะ...เวลาฉันเหลือน้อยแล้ว

24....หลังเกษียณ...เปลี่ยนวันเวลาทำกิจกรรม...เกษียณแล้ว อยู่นอกกรอบกำหนดของเวลาแล้ว...มีอิสระที่จะเลือกวัน และเวลาตามใจชอบมากขึ้น...แล้วจะไปแออัด ยัดเยียด เบียดเสียด แย่งชิงทรัพยากรกับคนที่ยังไม่เกษียณซึ่งเป็นคนหมู่มากทำไม...
     จะทำกิจกรรมนอกบ้าน ให้เลือกเวลาที่ปลอดโปร่ง โล่งสะดวก หลีกเลี่ยงการจราจรแออัด หรือ ความโกลาหลของคนหมู่มากสิครับ...เช่น...ออกไปกินมื้อกลางวัน 11 โมง มื้อค่ำ 6 โมงเย็น...ดูหนัง ช้อปปิ้ง บ่ายวันธรรมดา...เดินทางท่องเที่ยวจันทร์ถึงศุกร์ แทนวันหยุดยาว...อย่างนี้เป็นต้น...
     ในช่วงคนเยอะ ๆ รถติดมาก ๆ ก็เลือกอยู่กับบ้านให้สำราญใจ...แต่ข้อนี้ ยกเว้นสำหรับคนขี้เหงา ที่ชอบความครึกครื้น จอแจ...ก็ตามสะดวกเถอะครับท่าน"

25....หลังเกษียณ...ให้เวลากับครอบครัว...หมดหน้าที่การงานแล้ว อย่าเพิ่งหลงระเริงกับเวลาที่ได้มาใหม่ ให้หมดไปกับกิจกรรมสารพันของตัว...หันไปมองคนรอบข้างในครอบครัว ที่หวังว่า เมื่อเราเกษียณ จะแบ่งเวลาให้กับเขาบ้าง...ข้ออ้างว่างานกำลังยุ่ง ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะครับ...
      จงรีบใช้เวลาร่วมกับคนในครอบครัวเสียเถิด ในขณะที่เรามีเวลาให้เขา ก่อนที่พวกเขาจะไม่มีเวลาให้เรา...จะทำอะไรร่วมกันก็ทำไป คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ทำอะไร แต่อยู่ที่ได้ร่วมกันทำต่างหาก

26....หลังเกษียณ...อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น...เมื่อเกษียณ เกมก็จบ การแข่งขันสิ้นสุด ไม่ต้องไขว่คว้าหาดวงดาวกันแล้ว...แรงบันดาลใจและการกระตุ้นให้ฮึกเหิม ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป...
    การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ตอนนี้ ไม่ว่ากับที่เหนือกว่าหรือด้อยกว่า ล้วนไม่เป็นผลดีต่อตัวเรา รังแต่จะสะสมกิเลสทั้ง โลภ โกรธ หลง ให้เพิ่มขึ้น...
    มาถึงจุดนี้แล้ว ต้องยอมรับผลงานของตัวเอง ไม่ว่าจะพอใจหรือไม่ก็ตาม เพราะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้มากแล้ว...มีความสุขกับความเป็นจริงในปัจจุบันเถอะครับ...จะเล่นเกมใหม่ ก็ต้องเป็นชาติหน้าโน่น

27....หลังเกษียณ...หมั่นเจริญมรณสติ ให้ระลึกถึงความตาย ทำตัว ห้สบาย...เพราะคืนนี้หลับไปแล้ว ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ หรือชาติหน้าจะมาก่อน...
      ถ้าเจริญสติอย่างถูกวิธี  ไม่เพียงเตือนตนว่า ต้องตายไม่ช้าก็เร็ว หากยังถามตนเองอยู่เสมอว่า พร้อมจะตายหรือยัง หากหมดลมวันนี้...
     จะทำให้เราตระหนักว่า ชีวิต และเวลาแต่ละนาที ที่ยังเหลืออยู่นั้น มีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่ควรใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า หรือ ปล่อยเวลาทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์...
     เป็นการกระตุ้นให้เราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตใหม่หมด...จะได้จัดการสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องทำให้แล้วเสร็จโดยเร็ว...ข้อนี้ผมไม่ได้คิดครับ...พระไพศาล วิสาโล ท่านเขียน...สาธุ สาธุ สาธุ

ความจริงยังไม่หมดนะครับ...แต่จะจบแค่นี้ก่อนก็ได้...ช่วงนี้ไม่มีเวลาคิดข้อใหม่ๆที่ได้พบเห็นเพิ่ม เพราะมัวแต่ติดอยู่กับข้อที่เขียนแนะนำไปแล้ว แต่ ยังทำไม่ได้อยู่หลายเดือนแล้ว จนไม่มีเวลาไปทำข้ออื่นให้ครบถ้วน...เดี๋ยวช่วงไหนปลอดโปร่งโล่งสะดวก จะมาเพิ่มเติมให้เต็มมากขึ้นครับ

Post Rating


สงวนลิขสิทธิ์ 2553 โดย OSK80