ข่าวสารสมานมิตร ฉบับเดือนสิงหาคม 2554
เริ่มข่าวแรก งานเลี้ยงสังสรรค์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม 2554......มีเพื่อนๆไป 15 คน รวมมาดามภารดี ของประธานหมอซื่อตรง เจียมจรรยา เป็น 16 คน.....จิระ(อาจินต์) ศุขโรจน์ บอกว่าเดือนกันยายน จะพามาดามเตือนใจ ไปร่วมสังสรรค์ด้วย......ใครจะพามาดาม(ตัวจริง)หรือลูกๆไป ก็ไม่ขัดข้อง ทางโรงแรมคิดค่าอาหาร(ไม่รวมเครื่องดื่มsoft drink) เพียงคนละ 400 บาทเท่านั้น ถ้ากลัวถูก“อำ” ก็สามารถแยกโต๊ะไปนั่งต่างหากได้ มีที่นั่งกว้างขวาง........หายหน้าไปนาน สมศักดิ์ (ซิ้วกี่) นนท์นรเศรษฐ์ ก็มาร่วมสังสรรค์ย่อยเป็นครั้งแรกพร้อมควักเงิน 500 บาท ซื้อแผ่น cd เพลงตึกยาวรำลึก 1 แผ่น ไม่เอาเงินทอน บอกเอาไปสมทบบูรณะตึกยาว ที่เคยเรียนมาทั้งพ่อและลูก.....เพื่อนๆ ฝากถามถึงนินนาท ไชยธีรภิญโญ ว่า สนใจโครงการปลูกป่ากับ“โตโยต้า”ที่จะมีขึ้นในเร็วๆนี้ และขอไปด้วยหลายคน มีรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อไร ส่งข่าวมาได้คร้าบ.....สองเดือนที่ผ่านมา มีแต่ข่าวเศร้า เริ่มจาก มงคล(ม้า) วัชรางค์กุล ส่งข่าวชัยยนต์ มั่นคงดี เพื่อนเราจากไปด้วยโรคมะเร็งที่ลำคอ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เพื่อนชัยยนต์เข้าเรียนในชั้นมศ. 4ก่อนพวกเรา 1 ปี แต่ซ้ำชั้นมาเรียนพร้อมกัน และหลังจากจบมศ. 5 แล้วเข้าเรียนต่อคณะพาณิชย์ฯบัญชี จุฬาฯพร้อมกับมงคล และทำงานที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจนเกษียณอายุ ทางรุ่นได้มอบหมายให้มงคล นำพวงหรีดไปเคารพศพพร้อมปัจจัยร่วมทำบุญ ขอให้เพื่อนไปสู่สุคติ....ส่วนข่าวเศร้าต่อไป คือคุณแม่ของประเวศ กุลยุทธ, พิบูลย์ชัย พันธุลี และ สุนทร ชัชวาลย์ ถึงแก่กรรม ทางรุ่นได้ส่งตัวแทนนำพวงหรีดไปเคารพศพพร้อมปัจจัยร่วมทำบุญเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ขอแสดงความเสียใจด้วย......“กระหร่องเทศ”ได้รับหนังสือขอความร่วมมือจากสมาคมศิษย์เก่าฯหลายหน้า สรสิทธิ์ พึ่งสุข จะส่งรายละเอียดมากับจดหมายที่ส่งทางไปรษณีย์ ขอบคุณหลายๆ.......สังสรรค์ย่อยเดือนกันยายน วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายนนี้ ที่TIVOLI coffeeshopโรงแรมเอเชีย ราชเทวี เวลาเที่ยงเหมือนเดิม................ปิดท้าย ขอนำตอนหนึ่งของ“บันทึกเมื่อกึ่งศตวรรษตึกยาว”ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือ“ร้อยคำรำลึกตึกยาว” เล่ม 2 จำหน่ายในงาน“มหัศจรรย์รำลึกตึกยาว 100 ปี”เขียนโดย สุวัสดิ์ ลิมโปดม (เอ๊ะ! ใครหว่า ชื่อคุ้นๆ) เพื่อร่วมรำลึกถึงวัยเยาว์ หรือวัยกระเตาะที่เพิ่งจะรู้จักจีบสาว เรื่องราวมีดังนี้ครับ................
“............................พ.ศ.๒๕๐๗ ปีนี้พวกเรามีเพื่อนใหม่ๆเข้ามาในชั้น มศ. ๔ หลายคน ทั้งแผนกวิทยาศาสตร์และแผนกศิลปะ ในปีนี้ พวกเราเป็นโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ทั้งร่างกายและสติปัญญาความรู้ ครูอาจารย์ก็แสดงความห่วงใยพวกเรา เตือนให้เตรียมพร้อมมากขึ้น เพราะหลังจากนี้ไม่ถึง ๒ ปีต้องแยกย้ายกันไปเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย จึงต้องเล่นให้น้อยลง ตั้งใจเรียนให้มากขึ้น บางคนเริ่มลดกิจกรรมลงแต่บางคนกลับต้องทำกิจกรรมมากขึ้น (เพราะมีคนทำกิจกรรมน้อยลง บางคนจึงต้องเรียนซ้ำชั้นหรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ในปีที่ จบ มศ. ๕ เพราะงานกิจกรรมมาก แต่ก็ได้ประสบการณ์จากโรงเรียนไปแทน) และในปีนั้น อาจารย์ใหญ่(อาจารย์โปร่ง ส่งแสงเติม) ได้ริเริ่มร่วมกับโรงเรียนเทพศิรินทร์,โรงเรียนอัสสัมชัญและโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน จัดฟุตบอลประเพณี“จตุรมิตรสามัคคี” ที่ยืนยาวมาจนถึงทุกวันนี้
ปีนั้นมีเหตุการณ์สำคัญที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมาก คือหลังจากที่นักเรียนสวนกุหลาบฯซึ่งเคยสอบไล่ได้ที่หนึ่งในการสอบชั้นสูงสุดในระดับมัธยมซึ่งใช้ข้อสอบกลางของกระทรวงศึกษาธิการทั้งประเทศ (หรือที่เรียกกันว่า“ติดบอร์ด”) และไม่ได้ที่หนึ่งมาหลายปีแล้ว นักเรียนชั้น มศ. ๕ (รุ่นพี่ของเราหรือรุ่น ๗๙ ) คือ พี่ฉัตรชัย ฉัตรานนท์ สอบไล่ได้ที่หนึ่งของประเทศในแผนกวิทยาศาสตร์ และ พี่สถาพร ชินะจิตร สอบได้ลำดับที่ ๓๒ ในแผนกเดียวกัน ซึ่งการ”ติดบอร์ด”นี้จะประกาศผลสอบผู้ที่สอบได้ที่หนึ่งถึงอันดับที่ห้าสิบคนแรกทั้งประเทศ ทั้งแผนกวิทยาศาสตร์และแผนกศิลปะ นักเรียนคนไหน,โรงเรียนไหนสอบได้ที่หนึ่งหรือมีชื่อ“ติดบอร์ด”หนึ่งในห้าสิบคนแรกจะต้องเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์สมัยนั้น (ปีการศึกษา ๒๕๐๙ได้เปลี่ยนไปเป็นการประกาศผลสอบตั้งแต่ผู้ที่สอบได้ตั้งแต่ร้อยละ ๘๐ ในแผนกวิทยาศาสตร์และตั้งแต่ร้อยละ ๗๕ ในแผนกศิลปะ และได้ยกเลิกการ“ติดบอร์ด”ในหลายปีต่อมาเนื่องจากเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบไล่)
วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๐๘ โรงเรียนจัดงานประจำปี”วันห้องสมุด”(เพราะตรงกับวันเปิดห้องสมุดในปี ๒๕๐๔)และได้จัดงานให้เป็นเกียรติแก่พี่ทั้งสองชื่องานว่า“วันฉัตรชัย - สถาพร” ซึ่งนับเป็นแรงบันดาลใจให้นักเรียนสวนกุหลาบฯรุ่นต่อๆมา ที่จะพยายามตั้งใจสร้างชื่อเสียงทางด้านนี้ให้โรงเรียน โดยสอบ"ติดบอร์ด"ติดต่อกันมาโดยตลอด จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการยกเลิกการสอบแบบนี้ไป และที่ไม่ลืมคือในปี ๒๕๑๑ ธีรยุทธ บุญมี ก็สอบได้ที่หนึ่งในแผนกวิทยาศาสตร์อีกครั้งหนึ่ง
พ.ศ. ๒๕๐๘ ปีสุดท้ายของพวกเรา จึงต้องตั้งใจเรียนให้มากยิ่งขึ้น และในรุ่นของเราก็ไม่ทำให้ครูอาจารย์ต้องผิดหวัง เมื่อผลการสอบชั้นมศ. ๕ ในปีนั้น แม้พวกเราจะสอบไม่ได้ที่หนึ่ง แต่ก็สอบ"ติดบอร์ด"ถึง ๔ คน คือ แผนกวิทยาศาสตร์ ไพบูลย์ ภัทรกิจวานิช อันดับที่ ๗ และสรวุฒิ ปรีชานนท์ อันดับที่ ๕๐ ส่วนแผนกศิลปะนิพนธ์ พัวพงศกร อันดับที่ ๓๓ และโกศล โสภาคย์วิจิตร อันดับที่ ๔๖ ปีนั้น พวกเราสามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยของรัฐได้เป็นจำนวนมาก........................................” “กระหร่องเทศ”
|