ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ) โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังเน้นถึงความปลอดภัย ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น
พิศาล มโนลีหกุล
ขับรถเที่ยวไหว้พระพุทธชินราช เที่ยวบ้านป๊อก ขึ้นดอยม่อนล่อง ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลเดือนพฤษภาคมพาไปไหว้พระพุทธชินราชที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดใหญ่ที่จังหวัดพิษณุโลก วัดนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านและมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรมที่งดงามยิ่ง เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหารเมื่อ พ.ศ. 2458 พระวิหารพระพุทธชินราช เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธชินราชซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดในประเทศ พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริด ปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัยตอนปลาย หน้าตักกว้าง 5 ศอก 1 คืบ 5 นิ้ว สูง 7 ศอก หล่อในสมัยพระมหาธรรมราชาที่1(พญาลิไท) ซึ่งได้สร้างพระพุทธชินราช พร้อมกับพระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ในตำนานการสร้างพระพุทธชินราชกล่าวว่า พระพุทธชินราชสร้างในสมัยพระศรีธรรมไตรปิฎก โดยสร้างขึ้นพร้อมกับพระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา โดยใช้ช่างจากเมืองศรีสัชนาลัยและเมืองหริภุญชัย ในการเททองปรากฏว่าหล่อได้สำเร็จเพียงสององค์ ส่วนพระพุทธชินราชทองแล่นไม่ตลอด ต้องทำพิมพ์หล่อใหม่ถึง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายพระอินทร์ได้แปลงกายเป็นชีปะขาวมาช่วยเททองหล่อ เมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้นสองค่ำ เดือนหกปีมะเส็ง จุลศักราช 717 จึงหล่อได้สำเร็จบริบูรณ์ องค์พระปรางค์ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางของวัด เป็นพระปรางค์ประธาน ก่อสร้างขึ้นในสมัยพระมหาธรรมราชาที่1ได้ทำตามคตินิยมของหัวเมืองราชธานี ของอาณาจักรสุโขทัยในสมัยนั้น คือประสงค์ให้พระปรางค์เป็นหลักเป็นประธานของวัด และเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
คาถาบูชาพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระพุทธชินสีห์ วิวแม่น้ำน่านถ่ายจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หมอดูดวงไพ่ยิปซีหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ บริเวณวัดมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ ออกจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุที่พิษณุโลก เราก็ขับรถขึ้นเชียงใหม่โดยผ่านไปทางอุตรดิตถ์เพื่อซื้อทุเรียนหลงและหลินลับแลซึ่งขายอยู่ริมถนนช่วงเด่นชัย-อุตรดิตถ์ ช่วงที่ไปต้นเดือนพฤษภาคม ทุเรียนหลงลับแล และหลินลับแลเพิ่งออก เลยมีราคาแพงมาก คาดว่าช่วงต้นเดือนมิถุนายนจะมีทุเรียนหลงลับแล และหลินลับแลออกสู่ตลาดมากขึ้น ราคาทุเรียนน่าจะลดลง หลงลับแลกิโลละ 350 บาท หมอนทองอุตรดิตถ์กิโลกรัมละ 80 บาท ก้านยาวอุตรดิตถ์กิโลละ 150บาท หลินลับแลกิโลละ450บาท
หลังจากชิมทุเรียนจนพอใจแล้ว เราก็ขับรถไปนอนที่โรงแรม Empress เชียงใหม่ วันรุ่งขึ้นหลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปบ้านป๊อกซึ่งเป็นหมู่บ้านในหุบเขาใกล้หมู่บ้านแม่กำปอง เราขับรถไปทางสันกำแพง ผ่านแม่ออน ห้วยแก้วไปทางแม่กำปอง ก่อนถึงหมู่บ้านแม่กำปองจะมีป้ายแยกซ้ายไปทางบ้านป๊อก ถนนไปบ้านป๊อกค่อนข้างแคบ ลัดเลาะไปตามไหล่เขาหลายลูก ผ่านบ้านป๊อกไปสุดถนนที่ ภูพนานันท์รีสอร์ทซึ่งอยู่กลางหุบเขาในป่าลึก ตลอดเวลาที่ขับรถลัดเลาะมาตามถนนแคบๆเพื่อมาที่บ้านป๊อกไม่นึกว่าจะมีรีสอร์ทสวยงามกลางหุบเขาที่นี่ หมู่บ้านป๊อกในหุบเขาที่เงียบสงบ ทางในหมู่บ้านแม่ป๊อกแคบมาก รถสวนกันลำบาก
ภูพนานันท์รีสอร์ทในหุบเขาอากาศเย็นสบายตลอดปี หน้าหนาวอุณหภูมิลดต่ำสุดเหลือ 3 องศาเซลเซียส แขกที่มาพักสามารถร่วมกิจกรรมผจญภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเดินป่า กิจกรรมโรยตัวระหว่างต้นไม้ ขับรถวิบาก ฯลฯ บรรยายกาศในภูพนานันท์รีสอร์ท ที่พักผ่อนในรีสอร์ท ร้านอาหารริมน้ำ กิจกรรมในรีสอร์ท
สะพานคอนกรีตข้ามสระน้ำ บ้านต้นไม้สำหรับชมวิว บ้านพักในรีสอร์ท บ้านพักในรีสอร์ท ออกจากภูพนานันท์รีสอร์ทที่บ้านป๊อก เราก็ขับรถไปกินอาหารกลางวันที่ม่อนแจ่มที่แม่ริม เพิงนั่งทานอาหารที่ม่อนแจ่ม ต้นเดือนพฤษภาคมยังมีสตรอเบอรี่ขายกล่องละ100บาท กำลังปรับพื้นที่เพื่อปลูกไม้ดอกรุ่นใหม่ ที่จอดรถและทางเข้าร้านอาหารม่อนแจ่ม ปากทางเข้าม่อนแจ่ม ทานอาหารเที่ยงที่ม่อนแจ่มเสร็จแล้ว เราก็ขับรถขึ้นเขาจากม่อนแจ่มขึ้นไปยังม่อนล่องอีกประมาณ 4-5กิโลเมตรสู่ระดับความสูงประมาณกว่า 1,700 เมตร สูงจากม่อนแจ่มประมาณ 200 เมตร ม่อนล่องนับเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม ถนนขึ้นม่อนล่องในช่วงแรกเป็นถนนลูกรังอัดแน่น ทางขึ้นม่อนล่องจะมีรถสองแถวบริการในหน้าแล้ง แต่ในช่วงหน้าฝนรถกะบะวิ่งขึ้นไม่ได้ นักท่องเที่ยวจะขึ้นไปกางเต็นท์นอนในหน้าหนาวเป็นส่วนใหญ่ ทางขึ้นม่อนล่องช่วงแรกเป็นถนนดินลูกรังอัด สภาพถนนค่อนข้างใช้ได้ จากม่อนแจ่มเราขับรถตรงขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 4-5 กิโลเมตรเพื่อไปม่อนล่อง ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในอำเภอแม่ริม ถนนขึ้นม่อนล่องเริ่มเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ รถเก๋งผ่านไม่ได้ ต้องใช้รถกะบะ หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ถนนเริ่มจะกลายเป็นทางเกวียนเมื่อใกล้ถึงยอดดอย อีก 800 เมตรจะถึงยอดดอย ถนนเริ่มแคบมาก รถสวนกันไม่ได้ ทิวทัศน์บริเวณเชิงดอยม่อนล่อง มีป้ายคำเตือนห้ามไม่ให้เข้าใกล้บริเวณหน้าผาหลายๆป้าย ยอดดอยม่อนล่องสูงประมาณ 1,700-1,800 เมตรจากระดันน้ำทะเล สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม รถวิ่งมาได้แค่เชิงดอย เราต้องเดินขึ้นเพื่อไปยังยอดดอยม่อนล่อง ทางเดินขึ้นยอดดอยม่อนล่อง บนยอดดอยเป็นหน้าผาสูงชัน มีป้ายเตือนห้ามเข้าใกล้หน้าผา วิวถ่ายจากยอดดอยม่อนล่อง วิวถ่ายจากยอดดอยม่อนล่อง ยอดดอยม่อนล่อง ป้ายระบุจุดที่สูงที่สุดในอำเภอแม่ริม ทางขึ้นยอดดอยม่อนล่อง มีป้ายคำเตือนไม่ให้เข้าใกล้บริเวณหน้าผา
หลังจากนั้นเราก็ขับรถลงเขากลับไปทานข้าวเย็นที่เมืองเชียงใหม่