ท่องเที่ยวสไตล์พิศาล เป็นการขับรถเที่ยวเพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่สวยงามทั่วไทย(และต่างประเทศ) โดยเน้นการเที่ยวที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ทะเล น้ำพุร้อน ตลอดจนวัดต่างๆที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ การเที่ยวสไตล์พิศาลนี้ นอกจากจะเน้นความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสวยงามและเนื้อหาสาระของสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังเน้นถึงความปลอดภัย ความสะอาดของสถานที่พักและร้านอาหารอร่อยๆราคาไม่แพง เพื่อให้เป็นการท่องเที่ยวที่ครบถ้วน อิ่มตา อิ่มใจ สบายกายและอิ่มอร่อยท้อง ขณะเดียวกันก็จะให้ข้อมูลการเดินทาง โดยบรรยายถึงลักษณะสภาพถนน ทิวทัศน์และความปลอดภัยของสองข้างทาง ตลอดจนพิกัดของแหล่งท่องเที่ยว พิกัดของร้านอาหารอร่อยและเบอร์โทรศัพท์ เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจจะเที่ยวแต่ขาดข้อมูล สามารถตามรอยการเที่ยวสไตล์พิศาลได้สะดวกขึ้น
พิศาล มโนลีหกุล
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลพาไหว้พระ วัดสวย unseen วันตรุษจีน
ท่องเที่ยวสไตล์พิศาลวันตรุษจีน พาไปไหว้พระวัดสวย unseen ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก วัดถ้ำเขาวง วัดสวยท่ามกลางขุนเขาที่อุทัยธานี วัดสังกระต่าย วัดร้างที่โอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ที่อ่างทอง และวัดนิเวศธรรมประวัติ วัดไทยสไตล์ฝรั่งที่อยุธยา เราออกจากกรุงเทพฯตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปที่วัดถ้ำเขาวง อุทัยธานี วัดนี้อยู่ที่ตำบลบ้านไร่ (อยู่ห่างจากตัวเมืองอุทัยธานีประมาณ 90 กว่ากิโลเมตร) ระยะทางจากกรุงเทพฯไปถึงวัดถ้ำเขาวงก็ประมาณ 230 กิโลเมตร โดยขับรถไปตามทางหลวงแผ่นดินสาย 340(บางบัวทอง-สุพรรณบุรี-ชัยนาท) ขับผ่านอำเภอด่านช้าง สุพรรณบุรีไปยัง ตำบลบ้านไร่ อุทัยธานี วัดถ้ำเขาวงอยู่ห่างจากตัวเมืองบ้านไร่ประมาณ 12 กิโลเมตร พิกัด N15.03281 E099.45572
วัดถ้ำเขาวงเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่มีสถาปัตยกรรมแบบไทย สร้างด้วยไม้สัก ไม้มะค่า ไม้เก่าจากเรือนไทยแถวอยุธยา หลังคานำมาจากลำพูนและจั่วนำมาจากอยุธยา ควบคุมการก่อสร้างโดยหลวงพ่อบุญส่ง ปิยธมโม เดิมหลวงพ่อบุญส่งจำพรรษาอยู่บนเขาพร้อมพระลูกวัด กุฏิที่พักก็เป็นถ้ำเสียส่วนใหญ่ มีกระต๊อบมุงหลังคาที่ชาวบ้านช่วยสร้างถวาย 2-3 หลัง ต่อมาหลวงพ่อคิดว่าการจำพรรษาอยู่ด้านบนเป็นการลำบากมาก เพราะเวลาญาติโยมจะมาทำบุญ ฟังเทศน์ฟังธรรมก็ต้องปีนบันไดลิงขึ้นมา เวลาพระจะไปบิณฑบาตก็ต้องปีนลงมา จึงคิดที่จะย้ายลงมาตั้งสำนักสงฆ์อยู่ด้านล่าง ประจวบกับในช่วงนั้นนายธง เลขขยัน หรือโยมถุงมีจิตศรัทธาถวายที่ให้ทางวัด หลวงพ่อและชาวบ้านจึงช่วยกันสร้างกุฏิศาลาที่พักให้มีความสะดวกสบายขึ้น ต่อมาประมาณปีพ.ศ. 2536-2537 หลวงพ่อจึงได้เริ่มปลูกสร้างศาลาทรงไทยเอนกประสงค์ขึ้น โดยดำริว่าจะสร้างไว้ให้ลูกหลานได้ดูได้รู้ว่า ครั้งหนึ่งพุทธศาสนาได้มาเจริญอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ และเป็นการเชิดชูสถาปัตยกรรมไทย เพราะนับวันบ้านทรงไทยจะหาดูได้ยากขึ้นทุกวัน หลวงพ่อจึงได้ชักชวนชาวบ้านให้มาช่วยกันสร้างจนสำเร็จเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมแบบไทยที่สวยงามและหาดูได้ยากในปัจจุบัน เป็นวัด unseen ของจังหวัดอุทัยธานี
การจัดภูมิทัศน์ในวัดสวยงามมาก ด้านหน้าเป็นสระน้ำใหญ่ มีสะพานไม้สำหรับเดินไปให้อาหารปลาและถ่ายรูป ด้านหลังเป็นภูเขาหินปูนล้อมรอบวัดเป็นครึ่งวงกลม รอบสระน้ำตกแต่งด้วยหิน ไม้ดัดและไม้ประดับ สวยงามเหมือนรีสอร์ทราคาแพง วัดถ้ำเขาวงมีลักษณะพิเศษคือ ในอาคารเดียวกันจะมีทั้งศาลา วิหาร กุฏิและโบสถ์อยู่ในหลังเดียวกันแต่อยู่กันคนละชั้น โดยมีพระพุทธรูปในอุโบสถทรงไทยให้กราบไหว้บูชา ด้านหลังจะมีทางเดินไปเที่ยวชมถ้ำ ที่นี่จะมีอยู่ 7-8ถ้ำ บางถ้ำเป็นที่นั่งวิปัสสนาสำหรับพระภิกษุ บางถ้ำเป็นถ้ำค้างคาว บางถ้ำมีหินงอกหินย้อยให้ชม บนเขามีที่ราบกว้างมีต้นไม้หลายชนิดเช่น ต้นยาง ต้นมะค่า และต้นเสลา เป็นต้น บางครั้งก็อาจจะเจอหมูป่าบ้าง ออกจากวัดถ้ำเขาวงที่อุทัยธานี เราก็ขับรถไปที่วัดสังกระต่าย วัดร้างที่โอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ เป็นวัดunseenของจังหวัดอ่างทอง ระยะทางจากวัดถ้ำเขาวงไปยังวัดสังกระต่ายก็ประมาณ150กิโลเมตร โดยขับรถมาตามทางหลวงแผ่นดิน 333 แล้วมาแยกไปที่อ่างทองก่อนถึงสุพรรณบุรี พิกัดของวัดสังกระต่าย N14.60324 E100.43826
อุโบสถวัดสังกระต่ายโอบล้อมด้วยต้นโพธิ์ทุกด้าน อดีตวัดนี้ชื่อวัดสามกระต่าย เป็นชื่อที่กรมศาสนาลงชื่อไว้แต่โบราณ แต่ปัจจุบันได้เพี้ยนมาเป็นวัดสังกระต่าย วัดนี้คาดว่าน่าจะสร้างมาก่อนกรุงศรีอยุธยาประมาณ 400 กว่าปีที่แล้วโดย ทวดติ จันทนเสวี(มารดาพระยาหัสกาล)เป็นผู้สร้าง วัดนี้เคยมีพระสงฆ์จำพรรษามาโดยตลอด แต่เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมามักเกิดการทะเลาะกันในหมู่สงฆ์อยู่เสมอ ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าเกิดจากอาถรรพ์เจ้าที่ จนไม่มีพระสงฆ์มาจำพรรษาอยู่จนกลายเป็นวัดร้าง ในเวลาต่อมาได้มีการสร้างวัดไผ่ล้อมที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงกัน และประชาชนในละแวกนี้ก็จะเดินทางไปทำบุญที่วัดไผ่ล้อมแทน
ปัจจุบัน พื้นที่ตัววัดเหลือแต่ตัวโบสถ์ที่คงให้เห็นอยู่ เนื่องจากมีการรื้อกุฏิต่างๆโดยรอบทั้งหมด แล้วนำไม้ไปสร้างวัดไผ่ล้อมที่อยู่ข้างเคียง ที่บริเวณโคนต้นโพธิ์เป็นโบสถ์ที่สร้างมาแต่โบราณ มีห้องอยู่ 3 ห้อง ประตูโบสถ์อยู่ด้านข้าง ภายในห้องแรกมีพระบูชาคือหลวงพ่อแก่น เมื่อเข้ามาในห้องใหญ่จะมีพระประธานองค์ใหญ่คือหลวงพ่อวันดี และมีหลวงพ่อศรี หลวงพ่อสุขที่มีขนาดย่อมลงมา ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องว่าง
โบสถ์ร้างโบราณแห่งนี้ทางกรมศิลปากรเตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งใหม่ สถานที่แห่งนี้เดิมค่อนข้างเงียบเหงา แต่หลังจากที่เป็นข่าวไปแล้ว นักท่องเที่ยวก็เริ่มจะมาเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะมากันมาก ทำให้ชาวบ้านละแวกนี้ มีรายได้จากการขายอาหาร เครื่องดื่มและขายของที่ระลึกเพิ่มขึ้น จากวัดสังกระต่าย เราก็ขับรถต่อไปประมาณ 60 กิโลเมตรไปยังวัดนิเวศธรรมประวัติ วัดไทยสไตล์ยุโรป วัด unseen ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดนี้สร้างอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ตรงข้ามกับพระราชวังบางปะอิน เราต้องจอดรถที่ลานจอดรถข้างพระราชวังบางปะอินพิกัดN14.22954E100.57658 แล้วนั่งกระเช้าของทางวัดข้ามแม่น้ำไปที่วัดที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
วัดนิเวศธรรมประวัติเป็นราชวรวิหาร เป็นอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่5) เมื่อปีพ.ศ.2421 เพื่อทรงใช้เป็นสถานที่สำหรับบำเพ็ญพระราชกุศล เมื่อเสด็จแปรพระราชฐานมาประทับที่พระราชวังบางปะอิน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเลียนแบบโบสถ์ฝรั่ง เป็นศิลปะแบบโกธิค (Gothic) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จ้างสถาปนิกชาวอิตาเลียนชื่อ นายโยอาคิม แกรซี (Joachim Grassi) ออกแบบสร้างพระอุโบสถและอาคารหมู่กุฏิทั้งหลายเป็นแบบตะวันตก ปัจจุบัน (กุมภาพันธ์ 2558) ทางวัดกำลังบูรณะซ่อมแซมพระอุโบสถอยู่ แต่ก็ยังคงเปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบไหว้พระประธานในพระอุโบสถได้ตามปกติ
ประวัติการก่อสร้างวัดแห่งนี้ได้จารึกไว้ในแผ่นศิลาในพระอุโบสถโดยระบุว่า ".......ที่ทรงพระราชดำริให้สร้างโดยแบบอย่างเป็นของชาวต่างประเทศนี้ ใช่จะมีพระราชหฤทัยเลื่อมใสนับถือศาสนาอื่นนอกจากพระพุทธศาสนานั้นหามิได้ พระราชดำริให้ในพระประสงค์ จะทรงบูชาพระพุทธศาสนาด้วยของแปลกประหลาด และเพื่อให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งปวงชมเล่นเป็นของประหลาด ไม่เคยมีในพระอารามอื่นแลเป็นของมั่นคงถาวร........"
พระอุโบสถของวัดนั้นสร้างเลียนแบบโบสถ์ในคริสต์ศาสนา โดยภายในประดิษฐาน "พระพุทธนฤมลธรรโมภาส"ซึ่งเป็นพระประธาน ออกแบบโดย พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยออกแบบที่ผสมผสานศิลปะแบบประเพณีนิยม และศิลปะแบบตะวันตกเข้าด้วยกัน บริเวณฐานสำหรับประดิษฐานพระประธานมีลักษณะเหมือนที่ตั้งไม้กางเขนแบบโบสถ์ฝรั่ง และฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าของพระประธานนั้น เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ประดับด้วยกระจกสีสวยงาม นับเป็นวัดไทยแห่งเดียวในประเทศที่สร้างแบบสถาปัตยกรรมแนวยุโรป ภายในพระอุโบสถมีกลิ่นอายของโบสถ์ฝรั่งอยู่มาก ฝาผนังไม่ได้มีลวดลายจิตรกรรมฝาผนังเหมือนวัดพุทธทั่วไป แต่เป็นลวดลายพรรณพฤกษา หน้าต่างมีกระจกสีสวยงาม บริเวณด้านล่างฐานที่ประดิษฐานพระประธาน มีอัศวินในชุดเกราะเหล็กยืนจังก้าถือตะเกียงกันอยู่ด้านละคน สร้างบรรยากาศของความเป็นฝรั่งได้มาก อาคารต่างๆภายในวัด สร้างให้กลมกลืนกันในสไตล์ยุโรป เดินเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในต่างประเทศ บริเวณวัดร่มรื่น สะอาด สวยงาม